รวบ ‘เซียนฟลุ๊ค’ หลอกขายพระออนไลน์ สูญรวม 5 ล้าน
รวบ ‘เซียนฟลุ๊ค’ หลอกขายพระออนไลน์พื้นที่อีสานใต้ รับเมื่อก่อนเคยขายพระจริง ได้เดือนละ 1-2 แสนบาท แต่เอาเงินไปลงกับพนันจนไม่เหลือ ก่อนหันมาใช้วิธีหลอกลวง ทำมานาน 5 ปี ได้เงินไปแล้วกว่า 5 ล้านบาท
.
วันที่ 13 มี.ค. 66 ตำรวจ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ปอท.) ติดตามรวบตัวนายภัทระ หรือ เซ๊ยนฟลุ๊ค อายุ 25 ปี ชาว อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร หลังชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ได้ออกลาดตระเวนออนไลน์ และพบเห็นการกระทำผิดของนายภัทระ ที่โพสต์หลอกเช่าบูชาพระเครื่องในกลุ่มต่างๆ กว่า 50 กลุ่ม พื้นที่อีส่านตอนใต้ โดยโพสต์ประกาศเช่าบูชาพระเครื่องส่งพระชื่อบัญชี ‘ชรัณ มุกธวัตร’, ‘Charun’, ‘Pat Pat’, ‘Pattara’, และ ‘Watpa’ ก่อเหตุต่อเนื่องเรื่องมาตั้งแต่ปี 2560 มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 5 ล้านบาท
.
โดยนายภัทระให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ยอมรับว่าตนเรียนจนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เริ่มก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2560 โดยขณะนั้นอายุประมาณ 19 ปี ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องพระเครื่องใหม่สายภาคอีสานใต้
.
ก่อนหน้านี้เคยมีเฟซบุ๊กสำหรับโพสต์ประกาศเช่าบูชาพระเครื่องส่งพระให้ลูกค้าจริง ชื่อบัญชี ‘ชรัณ มุกธวัตร’ มีเครดิต มีคนติดตาม มีรายได้จากการปล่อยเช่าบูชาพระเครื่องกว่าเดือนละ 100,000 ถึง 200,000 บาท/ต่อเดือน แต่เนื่องจากติดเล่นเสียการพนันตามบ่อนวิ่งไพ่ป๊อกวิ่งในพื้นที่ ทำให้ไม่สามารถหาเงินมาหมุนทำการเช่าซื้อขายพระได้ จึงใช้เครดิตการเช่าซื้อขายพระที่ตนพอมีชื่อเสียงทำการหลอกเช่าบูชาพระเครื่องกับลูกค้าที่สนใจในกลุ่มเฟซบุ๊กต่างๆ
.
เมื่อมีลูกค้าเริ่มทราบข่าวการถูกตนโกง ตนก็จะทำการเปลี่ยนชื่อเฟซบุ๊ก โดยใช้วิธีการสลับเปลี่ยนชื่อเฟซบุ๊กเดิมจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ หรือสลับใช้นามสกุลภาษาอังกฤษขึ้นก่อนชื่อ หรือใช้ชื่ออื่นๆ ที่สื่อความหมายถึงวัด ช่วงใดที่ตนเล่นพนันจนมีเงินก้อนพอใช้ก็จะหยุดโกงเพื่อให้เรื่องซา และกลับมาทำใหม่อีกเช่นเดิมวนไป
.
ที่ผ่านมาโดยเฉลี่ยมีผู้เสียหายหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อเดือนละประมาณ 20 ราย มีรายได้จากผู้เสียหายที่หลงเชื่อรายละ 5,000 ถึง 400,000 บาท ก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2560 มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 5,000,000 เงินที่ได้จากการก่อเหตุรับว่านำไปใช้จ่ายในชีวิตและเล่นพนันตามบ่อนวิ่งไพ่ป๊อก
.
จากการตรวจสอบประวัติการประทำความผิดในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบข้อมูลประวัติคดี ในฐานข้อมูล จำนวน 9 คดี ในความผิดฐานฉ้อโกง, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ซึ่งประชาชนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีต่อไป