“อนุทิน” สั่งการแก้น้ำท่วม เร่งเยียวยา-จ่อชง ครม. ดันโปรเจกส์ระบายน้ำเจ้าพระยาคู่ขนาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 ก.ย.69) เวลา 10:45 น. ณ สนามบินดอนเมืองนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และหลายจังหวัดภาคกลางว่า ระหว่างปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับรายงานสถานการณ์ฝนตกหนักและประสานรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบแต่ละพื้นที่ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ก่อนประชุมติดตามสถานการณ์ผ่านระบบออนไลน์ และตัดสินใจยกเลิกภารกิจต่างประเทศที่เหลือเพื่อเดินทางกลับมาสั่งการแก้ไขปัญหาโดยตรง
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สาเหตุหลักของน้ำท่วมครั้งนี้คือฝนตกหนักต่อเนื่องเป็นบริเวณกว้าง จนปริมาณน้ำเกินขีดความสามารถในการระบายของพื้นที่ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำจากตอนบนผ่านโครงข่ายชลประทาน เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลมาสมทบกับฝนในกรุงเทพฯ พร้อมบริหารการระบายน้ำจากเขื่อนโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนท้ายน้ำ
สำหรับกรุงเทพฯ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ระดมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุก และเรือยางเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยรัฐบาลประสานงานกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน กทม. ได้จัดตั้งศูนย์พักพิงและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางไปยังสถานที่ปลอดภัย
นายกรัฐมนตรีเน้นว่า รัฐบาลและกรุงเทพมหานครต้องทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ ใช้ข้อมูลสถานการณ์ชุดเดียวกัน และให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมมอบหมายให้สำนักงานโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีประสานข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ และให้กรมประชาสัมพันธ์กับ อสมท. เผยแพร่ข้อมูลที่จำเป็นต่อประชาชนอย่างต่อเนื่องและทันเวลา
ส่วนจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยประสานผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภาคกลาง ได้ดำเนินการเพิ่มวงเงินสำหรับจังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถอนุมัติงบประมาณรับมือสถานการณ์ได้ทันที
ด้านการเยียวยา นายกรัฐมนตรีสั่งให้กระทรวงมหาดไทยเร่งรวบรวมรายชื่อผู้ประสบภัยและสำรวจความเสียหายเป็นรายครัวเรือน โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประสานขั้นตอนการอนุมัติความช่วยเหลือตามกรอบกฎหมายให้เร็วที่สุด พร้อมกำชับให้จังหวัดจัดทำแผนฟื้นฟูเป็นรายพื้นที่ จุดใดน้ำลดให้เริ่มสำรวจความเสียหายและฟื้นฟูทันที โดยไม่ต้องรอให้น้ำลดพร้อมกันทั้งจังหวัด
นายกรัฐมนตรีระบุด้วยว่า ทุกจังหวัดที่ประสบภัยต้องส่งรายงานสถานการณ์ ผลการช่วยเหลือ ความต้องการสนับสนุน และปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยทุกวัน เพื่อรายงานต่อนายกรัฐมนตรีและนำไปสู่การสั่งการแก้ไขอย่างรวดเร็ว ส่วนงานฟื้นฟูจะครอบคลุมการเปิดเส้นทางสัญจร ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและประปา จัดเก็บขยะ และดูแลสุขภาพประชาชน เพื่อให้กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
สำหรับประชาชนที่มีประกันภัยทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย หรือยานพาหนะ และประสบปัญหาในการเรียกร้องค่าสินไหม นายกรัฐมนตรีระบุว่าจะให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ประสานบริษัทประกันภัย เพื่อให้ผู้เอาประกันได้รับค่าสินไหมตามเงื่อนไขกรมธรรม์โดยเร็ว
ในระยะยาว นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้ให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติศึกษาความพร้อมของ โครงการระบายน้ำชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย หรือโครงการเจ้าพระยาคู่ขนาน ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากตอนบนของประเทศและลดมวลน้ำที่ไหลเข้าสู่ภาคกลาง ปริมณฑล และกรุงเทพฯ โดยได้รับรายงานผลการศึกษาว่าโครงการมีความคุ้มค่าและจำเป็น จึงเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ขณะที่สำนักงบประมาณได้เตรียมงบประมาณปี 2570 ไว้ส่วนหนึ่งแล้ว
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่ยังต้องรับมืออุทกภัย จะออกข้อสั่งการให้รัฐมนตรีทุกคนงดเดินทางไปต่างประเทศ และตนจะงดภารกิจต่างประเทศที่มีกำหนดในอีก 2–3 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อร่วมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังการแถลงข่าวจะลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ในกรุงเทพฯ และเตรียมเดินทางไปยังจังหวัดที่น่าเป็นห่วง อาทิ สระแก้ว ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี
ส่วนผลการเดินทางไปต่างประเทศและการพบปะนักลงทุน นายกรัฐมนตรีระบุว่าจะชี้แจงในโอกาสถัดไป โดยขอใช้เวลาวันนี้ติดตามการแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมและช่วยเหลือประชาชนก่อน