MGTแตกไลน์แพลนต์เบส ทุ่ม100ล.ผนึกพันธมิตร
#MGT #ทันหุ้น – MGT ศึกษาแตกไลน์ธุรกิจแพลนต์เบส เตรียมควักงบลงทุน 100 ล้านบาท จับมือพันธมิตรรุกธุรกิจอนาคตเพิ่ม ด้านโบรกคาดผลงานปี2566 มีแนวโน้มเติบโตจากลูกค้ารายใหม่ จีน ญี่ปุ่น และเยอรมนี คาดยอดขายไหลเข้าตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีนี้
ดร.วิทยา อินาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมกาเคม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGT ผุ้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายเคมีภัณฑ์ประเภทเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Chemical) เปิดเผยว่า บริษัทได้เตรียมหาแนวทางลงทุนธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มเติม อาทิ ธุรกิจทางด้านอาหารแพลนต์เบส (Plant Based) ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างมองหาพาร์ตเนอร์ โดยเป็นการนำสินค้าเข้ามาจำหน่าย และธุรกิจอื่นๆ ที่เป็นอนาคต นอกเหนือจากธุรกิจเคมี ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการศึกษา และพิจารณารายละเอียด
** เล็งดีลทำ M&A
นอกจากนี้บริษัทยังมองหาการเติบโตทางด้าน JV และ M&A อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรอความชัดเจน โดยวางงบลงทุนในการร่วมมือกับพันธมิตรไว้ที่ประมาณ 100 ล้านบาท
ขณะที่ไตรมาสที่ 4/2565 บริษัทพยายามจะทำผลงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ หรือผลการดำเนินงานรวมอาจจะต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้เล็กน้อยจากเดิมบริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายที่ 1.18 พันล้านบาท และคาดทิศทางอัตรากำไร (มาร์จิ้น) จะเติบโตไปตามทิศทางรายได้ โดยการเติบโตดังกล่าวเป็นการเติบโตแบบปกติ ไม่รวมดีลใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปี 2565 อนึ่ง 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทมีรายได้แล้ว 847.32 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 72.92 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ระบุถึง บริษัท เมกาเคม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGT ว่า ไตรมาสที่ 3/2565 บริษัทมีรายได้เท่ากับ 271.4 ล้านบาท ลดลง 4.8% เทียบจากไตรมาสก่อน จากคำสั่งซื้อที่ลดลง แต่ยังเพิ่มขึ้น 8.8% เทียบจากปีก่อน เนื่องจากไตรมาส 3/2564 ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 24.2% ลดลงจาก 26.0% ในไตรมาสก่อน และ 26.6% ในไตรมาส 3/2564 จากต้นทุนสารเคมีที่เพิ่มขึ้น ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น
** กำไร Q3/65 ลดลง
ด้านค่าใช้จ่าย SG&A/Sales เท่ากับ 16.2% เพิ่มขึ้นจาก 15.5% ในไตรมาส 2/2565 และ 12.6% ในไตรมาส 3/2564 จากค่าใช้จ่ายในการเดินทางของพนักงานที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ ไตรมาส 3/2565 เท่ากับ 19.7 ล้านบาท ลดลง 21.2% เทียบไตรมาสก่อน และ -25.5%YoY โดยกำไรสุทธิ 9M/2566เท่ากับ 72.9 ล้านบาท คิดเป็น 58.0% ของประมาณการปี 2565
เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2565-2566 ลง 22.9% และดลง 13.1% เป็น 96.9 ล้านบาท และ 119.1 ล้านบาท ตามลำดับ เนื่องจากเราได้ปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นปี 2565-2566 ลดลงจาก 30% เป็น 26.5% และ 28.0% ตามลำดับ จากต้นทุนสารเคมีที่ยังทรงตัวในระดับสูง
ทั้งนี้ผลประกอบการปี 2566 ยังมีแนวโน้มเติบโตจากลูกค้ารายใหม่จากประเทศจีน ญี่ปุ่น และเยอรมนี เข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่ายอดขายจะเข้ามาตั้งแต่ ไตรมาส 4/2565 ถึงไตรมาสที่ 1/2566 โดยเรายังคงประมาณการรายได้ปี 2565-2566 ที่ระดับ 1,027.6 ล้านบาท และ 1,120.1 ล้านบาท เติบโต 9.1% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 9.0% จากปีก่อน คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2566 เป็น 5.05 บาท
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
APP ทันหุ้น ANDROID คลิก https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิก https://qrgo.page.link/QJKT7
LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
TWITTER คลิก https://twitter.com/thunhoon1