เซฟภาษีกับกองทุน SSF-RMF ตัวท็อปในลิสต์บล.บัวหลวง
นายเสริมศักดิ์ วงศ์สิทธิโชค ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายค้าตราสารการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง จำกัด (มหาชน) มีมุมมองว่าจากภาพรวมตลาดหุ้นในช่วงนี้ที่ย่อตัวลงมา ขณะที่ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าคาดการณ์สินทรัพย์เสี่ยงมีโอกาสฟื้นตัวสูง จากความเสี่ยงเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ที่คงไม่สูงไปกว่านี้หลังผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว
ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยในปี 2566 มีโอกาสทรงตัวหรือปรับตัวลดลงได้ ส่วนตลาดหุ้นจีนที่มีประเด็น ZERO-COVID เชื่อในช่วงครึ่งแรกปี 2566 จะเริ่มเห็นความชัดเจนในการเปิดประเทศ
ดังนั้นช่วงนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีในการทยอยสะสมกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีปี 2565
สำหรับการลงทุนในกองทุน SSF-RMF รายงาน BLS Top Funds ของหลักทรัพย์บัวหลวง แนะนำนักลงทุนกระจายการลงทุนออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้
1. กองทุนตราสารหนี้ ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ประเภทต่าง ๆ ภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เพราะกองทุนตราสารหนี้จะช่วยทำให้พอร์ตลงทุนไม่ผันผวนมากนัก และสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่อง ไม่หวือหวา เน้นความมั่นคง เหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ สำหรับกองทุนแนะนำ คือ กองทุนเปิดเคเคพี อินคัมเพื่อการเลี้ยงชีพ ชนิดทั่วไป (KKP INRMF) ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ของบริษัทเอกชนที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดีมีแนวโน้มเติบโตสูงและมีเสถียรภาพทางการเงินที่ดี
2. กองทุนหุ้นทั่วโลก ที่มีนโยบายกระจายการลงทุนไปในหุ้นของบริษัทชั้นนำระดับโลกเหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง ซึ่งกองทุนประเภทนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีทางหนึ่งให้กับนักลงทุน สำหรับกองทุนแนะนำ คือ กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นโกลบอลเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-GLOBALRMF) มีนโยบายลงทุนหุ้นทั่วโลกคุณภาพดี เติบโตสูง โดยจะกระจายตัวไปในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมหนุนให้พอร์ตไม่กระจุกตัวอยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง ขณะที่ผลตอบแทนในช่วงที่ผ่านมาสามารถทำผลงานออกมาได้ดีก่อนย่อตัวลงในปีนี้ตามตลาดหุ้นทั่วโลก
3.กองหุ้นไทย ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี ซึ่งกองทุนประเภทนี้นักลงทุนยังคงต้องมีติดพอร์ตไว้ เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังคงอยู่ในทิศทางฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากการเปิดเมือง ซึ่งได้รับแรงหนุนหลักมาจากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคจากภาคเอกชน ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวต่อไปได้
สำหรับกองทุนแนะนำ คือ กองทุนเปิดเคเคพีหุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (KKP EQRMF) เน้นลงทุนหุ้นของบริษัทที่มีผลประกอบการที่ดีมีแนวโน้มการเติบโตสูง และมีความมั่นคงด้านฐานะทางการเงิน ซึ่งหุ้นในพอร์ตจะกระจายตัวในหลากหลายกลุ่ม ได้แก่ พลังงาน, ธนาคาร, พาณิชย์, อาหารเครื่องดื่ม และวัสดุก่อสร้าง
สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง - มาก รายงาน BLS Top Funds แนะนำจัดพอร์ตลงทุนโดยให้น้ำหนักดังนี้
-หุ้นไทยประมาณ 30%
-หุ้นทั่วโลก 30%
-ตราสารหนี้ 20-30%
-ที่เหลือ 10% กระจายการลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนในตลาดและสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ตลาดเวียดนาม หุ้นเทคโนโลยี และทองคำ
บล.บัวหลวง มองว่าแม้ที่ผ่านมาตลาดเวียดนามจะปรับตัวลงแรง แต่ยังเป็นตลาดที่น่าสนใจ เพราะเศรษฐกิจในช่วง 3 ปีข้างหน้า GDP มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 6-8% ต่อปี ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูง ส่วนผู้ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ แนะลงทุนในตราสารหนี้ประมาณ 50-70% ที่เหลือ 20-30% ลงทุนในหุ้นไทยและหุ้นทั่วโลก