เกมเศรษฐี บอร์ดเกมแบบไทย ที่เติมฝันแสร้งว่ารวย!
ยุคสมัยนี้ คนรุ่นใหม่อาจเดินเข้าร้านบอร์ดเกมที่กระจายตัวมากขึ้นทั่วเมืองกรุงและจังหวัดใหญ่ ๆ แต่หากถามถึงเกมกระดาษสุดฮิตของคนรุ่น Gen X หรือ Gen Y ตอนต้นแล้ว เชื่อว่าแทบทุกคนต้องเคยเล่น “เกมเศรษฐี” (Monopoly Game) ความสุขที่ทำให้ผู้เล่นกลายเป็นคนรวยด้วยการเก็บค่าเช่าจากผู้เล่นอื่น ๆ ที่ทอยลูกเต๋ามาอยู่ในช่องที่ตัวเองเป็นผู้ครอบครองที่ดิน บ้าน และโรงแรม
shopee.co.th
“เกมเศรษฐี” เป็นความสนุกในครัวเรือนที่ได้รับการรังสรรค์อย่างง่าย ๆ ผ่านกิจกรรมที่มีการสานสัมพันธ์ผ่านกฎกติกาที่ระบุไว้ในฝากล่อง และยังกล่าวได้ว่า มันคือหนึ่งใน “เกมกลยุทธ์” ที่ฝึกให้ผู้เล่นได้เรียนรู้เรื่องการลงทุนและวิธีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่การออกแบบกระดานเกมก็ยังแฝงนัยทางเศรษฐกิจและค่านิยมด้านการเงินการลงทุนในช่วงที่มีการออกแบบเกมไปด้วยในตัว
แบบจำลองการลงทุน
เกมเศรษฐีมีไอเดียเริ่มต้นในปี 1904 จากหญิงอเมริกันนาม เอลิซาเบ็ธ เจ. มากี้ ฟิลลิปส์ (Elizabeth J. Magie Philips) หรือ ลิซซี่ มากี้ (Lizzy Magie) ที่ต้องการสร้างแบบจำลองให้คนทั่วไปเข้าใจว่า คนที่เป็นเจ้าของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์สามารถสร้างความร่ำรวยได้อย่างไร และค่าเช่าทำให้คนจนลงได้อย่างไร ก่อนจะออกแบบแนวคิดให้เป็นรูปแบบเกมที่ชื่อว่า “The Landlord’s Game”
womenshistory.org
อย่างไรก็ตาม แม้จะเล่นกันเฉพาะคนบางกลุ่มในยุคสมัยดังกล่าว แต่คอนเซ็ปต์ของเกมก็เป็นสารตั้งต้นที่ดีให้กับคนรุ่นหลังได้นำมาต่อยอดแนวคิดพัฒนาเป็นเกมอย่าง Economic Game หรือไปสู่เกม Auction Monopoly ซึ่งปรับกติกาให้สนุกมากขึ้น กระทั่งช่วงปลายปี 1920 ชื่อเสียงของเกมแนวนี้ได้ถูกเรียกเป็นสากลว่า “Monopoly Game” ต่อมา ชาร์ลส บี. ดาร์โรว (Charles B. Darrow) ซึ่งได้ทำเกมเศรษฐีไว้เล่นเองในบ้านและผลิตออกมาแล้วฝากขายตามห้างสรรพสินค้าในฟิลาเดลเฟีย ก็ได้ตัดสินใจขายลิขสิทธิ์เกมนี้ให้กับบริษัทผู้ผลิตของเล่นคือ Parker Brothers จนสามารถผลิตออกสู่ตลาดในวงกว้างเมื่อปี 1935 และกลายเป็นสินค้าขายดีที่สุดของบริษัทในเวลาต่อมา
womenshistory.org
“เกมเศรษฐี” ในบริบทไทย
จากนั้นกาลเวลาก็ค่อยสั่งสมความนิยมมาเรื่อย ๆ โดยเกมเศรษฐีได้รับการบันทึกจาก Guinness World Records ว่าเป็นเกมกระดานที่มีผู้เล่นมากที่สุดในโลก และจากการบันทึกจนถึงปี 1999 ได้มีผู้เล่นเกมกระดานนี้แล้วกว่า 500 ล้านคน ทั้งยังมีการผลิตเป็นภาษาต่าง ๆ มากถึง 26 ภาษา และจำหน่ายในประเทศต่าง ๆ กว่า 80 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย
แม้ไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าเริ่มเดินทางเข้ามาในประเทศเราเมื่อปีใด แต่ความคุ้นเคยในรูปแบบภาษาไทยสำหรับเด็กไทยในทศวรรษ 1980-90 คือแผ่นกระดานเกมที่จำลองเป็นจังหวัดต่าง ๆ ในแต่ะช่อง จะมีเพียง 2 ช่องสุดท้ายที่เป็นชื่อย่าน (และต้องซื้อ 2 ช่องนี้ในราคาแพง!) คือ “พัฒน์พงษ์” และ “สะพานหัน” ที่บางกล่องจะเปลี่ยนเป็น “สำเพ็ง” แทน
ความนิยมในเกมเศรษฐียังสะท้อนให้เห็นในปี พ.ศ.2530 ที่เวอร์ชั่นภาษาไทยได้รับการผลักดันให้เป็น “เกมแห่งปีท่องเที่ยวไทย” ในชื่อว่า “มหาเศรษฐี โชค 2 ชั้น” (Thai Monopoly) ซึ่งผลิตโดยบริษัท Leaping Dog จำหน่ายในราคา 2 เหรียญสหรัฐ หรือราว 70 บาทไทย
เนื้อหาของ “มหาเศรษฐี โชค 2 ชั้น” ได้รับการแปลและปรับให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมยุคสมัยนั้น โดยเป็นเรื่องเกี่ยวกับการลงทุนซื้อขายกิจการพาณิชย์ มีบริษัทน้ำมัน โรงงานทอผ้า อื่น ๆ เป็นแลนด์มาร์ก ใบโฉนดที่ดินก็เปลี่ยนเป็นใบหุ้น โดยผู้เล่นมีบทบาทสมมติเป็นนักธุรกิจ ลงทุนบนแลนด์มาร์กต่าง ๆ รวมถึงการเปิดการ์ดเสี่ยงโชคเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับการลงทุน เช่น ได้กำไรจากการขายหุ้น น้ำท่วม สินค้าเสียหาย เสียค่านำเข้าสินค้า หรือการล้มละลาย เป็นต้น
museumsiam.org
แนวคิดการออกแบบเกมมหาเศรษฐี โชค 2 ชั้น มีพื้นฐานมาจากการที่รัฐบาลประกาศให้ปี พ.ศ.2530 เป็น “ปีท่องเที่ยวไทย” ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 5 (พ.ศ.2530-2534) ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเจริญเติบโตประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดย คเณศ กังวานสุรไกร ผู้เขียนบทความ “เรื่องเล่าเกมเศรษฐี” และยังเป็นหนึ่งในผู้ที่มีเกมดังกล่าวในครอบครองระบุว่า ความเฟื่องฟูของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนั้นได้สะท้อนอยู่ในเกมผ่านใบหุ้นทัวร์นำเที่ยวและใบหุ้นโรงแรม 72 ชั้น ที่ให้เงินปันผลสูงสุดในเกม และยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า นับตั้งแต่ปี 2530 เป็นต้นมา การท่องเที่ยวไทยก็ได้กลายเป็นเนื้อหาหลักของเกมเศรษฐีมาถึงปัจจุบัน
giftshopbee.com
ความสนุกย้อนความทรงจำ
เกมเศรษฐีเวอร์ชั่นไทยเป็นที่รู้จักในชื่อต่าง ๆ แต่ทั้งหมดก็ล้วนมีคำที่สะท้อนถึงเกมการละเล่นสร้างความมั่งคั่งและร่ำรวยกำกับอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐีคอมพิวเตอร์, ขุมทรัพย์ ATM, เจ้าสัวอัครมหาเศรษฐี, ซูเปอร์เศรษฐี และเกมมหาเศรษฐี ฯลฯ หลายครอบครัวมักจะมีเกมเศรษฐีติดบ้านเพื่อเล่นสนุกกันยามพักผ่อนและสานสัมพันธ์ในครอบครัว จนมาถึงยุคดิจิทัล เกมเศรษฐีก็ได้รับการพัฒนามาสู่แพลตฟอร์มเกมออนไลน์ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ แอปพลิเคชัน “Line เกมเศรษฐี” โดยเริ่มพัฒนาในประเทศเกาหลีช่วงปี 2013 เป็นแห่งแรกก่อนจะขยายฐานให้บริการแพลตฟอร์มไปยังอีก 5 ประเทศ ประกอบด้วย จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน อินโดนีเซีย และไทย
thisisgamethailand.com
Line เกมเศรษฐี สามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้าไปเชื่อมต่อความสนุกแบบออนไลน์กับผู้คนจากหลายประเทศผ่านแอปพลิเคชัน และยังสามารถคว้ารางวัลเกมมือยอดเยี่ยมในงาน Thailand Game Show & Big Festival ซึ่งเป็นงานเกมที่ใหญ่ที่สุดในไทย ในปีพ.ศ. 2557
อย่างไรก็ดี แม้ความสนุกบนโลกออนไลน์จะมีความน่าสนใจและทำให้การแข่งขันทวีความดุเดือดมากยิ่งขึ้น แต่หลายครั้งคนจำนวนไม่น้อยก็โหยหาความผ่อนคลายในรูปแบบพื้นฐานที่เป็นบอร์ดเกมกระดาษ บ้านและโรงแรมที่เป็นวัสดุพลาสติกให้หยิบสัมผัส เกมกระดาษที่ทำให้เด็ก ๆ และผู้ใหญ่ในบ้านสามารถเล่นร่วมกันได้ง่ายกว่า ก็อาจเป็นทางเลือกที่ทำให้ได้ย้อนกลับไปสู่ความสุขแบบดั้งเดิม และยังเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ทุกคนได้สร้างรอยยิ้มจากประสบการณ์ใน “เกมเศรษฐี” หรือ Thai Monopoly ที่เคยฮิตกันมาตั้งแต่ก่อนยุคที่บอร์ดเกมออนไลน์จะได้รับความนิยมในปัจจุบัน
ที่มา : เว็บไซต์ worldofmonopoly.com
บทความ “Monopoly’s Lost Female Inventor” จาก womenshistory.org
บทความ “The secret history of Monopoly: the capitalist board game’s loftwing origins” โดย Mary Pilon จาก theguardian.com
ข้อมูลสถิติ “Most popular board game” จาก guinnessworldrecords.com
บทความ “เกมเศรษฐี ประวัติ Monopoly เกมกระดานสุดฮิต” จาก hilight.kapook.com
บทความ “ของเล่น : รู้จักประวัติของเกมเศรษฐี” โดย บุญรักษ์ กาญจนวรวณิชย์ จาก mtec.or.th
บทความ “เกมเศรษฐี (เกมกระดาน) คืออะไร และมารู้จักกติกาเกมเศรษฐีกัน” โดย NaniTalk Editor จาก nanitalk.com
บทความ “เปิดโลก ‘บอร์ดเกม’ กระดานสุดสร้างสรรค์ที่จะพาหมากทุกตัวก้าวสู่สากล” โดย บุษกร บุษปธำรง จาก creativethailand.org
บทความ “เรื่องเล่าเกมเศรษฐี” โดย คเณศ กังวานสุรไกร จาก museumsiam.org
เรื่อง : บุญพัทธ ลีวิวัฒกฤต