ดันซอฟพาวเวอร์ “สงกรานต์” สู่สายตาชาวโลก
ดันซอฟพาวเวอร์ “สงกรานต์” สู่สายตาชาวโลก
สงกรานต์ สงใจ เปียกกันแบบฉ่ำๆ สำหรับหยุดยาวนี้ หลายจุดมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติร่วมเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างคึกคัก เช่นเดียวกับในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยิ่งดึกยิ่งสนุก ยิ่งดึกยิ่งคึกคัก เพราะแม้จะอยากเล่นน้ำแค่ไหนแต่คงไม่สู้แดดออกไปเล่นตั้งแต่เที่ยง
โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ มีจุดที่จัดกิจกรรมวันสงกรานต์ หลายจุดที่ต้องปักหมุดตามไป และเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวแน่นมาก ไม่ว่าจะเป็น ถนนสีลม ,ไอคอนสยาม ,ถนนข้าวสาร ,สยาม , Samyan Water Street และจุดอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งแต่ละจุดมีกฎไม่เหมือนกันต้องศึกษาดีๆ จะได้ไม่ฝ่าฝืนกฎ เช่น ที่ถนนข้าวสาร งดปะแป้ง ห้ามแต่งตัวโป๊นะจ๊ะสาวๆ
หลายคนก็รู้มาพอสังเขปว่าทำไมประเทศไทยถึงมีเทศกาลสงกรานต์ ประวัติเป็นมายังไง แถมได้ขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก้ว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และยังเป็นที่ชื่นชอบของต่างชาติอีก โดยจริงๆ แล้วประเพณีสงกรานต์ ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย ที่ยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแต่โบราณ และเป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่งดงามฝังลึกอยู่ในชีวิตของคนคำว่า "สงกรานต์" มาจากภาษาสันสฤต หมายถึง การย้ายของพระอาทิตย์เข้าไปจักรราศีใดราศีหนึ่ง จะเป็นราศีใดก็ได้ แต่ความหมายที่คนไทยทั่วไปใช้ หมายเฉพาะวันและเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษในเดือนเมษายนเท่านั้น
อีก 1 สิ่ง ที่มองข้ามไม่ได้ในช่วงสงกรานต์นี้ “ซอฟพาวเวอร์” ที่มีการหยิบยก “สงกรานต์” มาเป็นซอฟพาวเวอร์ของไทย อวดสู่สายตาคนทั้งโลก ซึ่งทั้งภาครัฐและเอกชนต่างโหมจัดอีเวนต์สนั่นเมือง ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศ ปั้นเศรษฐกิจเทศกาล หรือ 'เฟสติวัล อีโคโนมี' เขย่าโลก ด้าน นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ในฐานะรองประธานซอฟพาวเวรอ์ ก็บอกว่า มองเห็นศักยภาพของสงกรานต์ สามารถยกระดับเทศกาลสงกรานต์เป็นทรัพย์สินทางปัญญา ด้านเฟสติวัลของประเทศไทย โดยใน 4 ปีนี้ รับรองว่าจะเห็นศักยภาพงานสงกรานต์ไทยไปสู่อีกระดับได้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ ในงาน“เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์” ที่ตัดโดย ททท. บริเวณท้องสนามหลวง ก็ขนกองทัพซอฟพาวเวอร์แต่ละจังหวัด ทั้งของกิน ของใช้ การแสดงต่างๆ มากองรวมไว้ที่เดียว ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส แม้แต่มวยไทยเองก็ยกเวทีมาชกให้ได้ชมกันถึงสนามหลวง แม้แต่การแต่งกายชุดไทย ห่มสไบนุ่งโจงกระเบน ก็ถูกหยิบมาใส่ในงานนี้ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การเล่นน้ำสงกรานต์ต้องอยู่บนความระมัดระวังตัวเอง ทั้งในที่สาธารณะ ที่เปลี่ยว และในโซเชียล เพราะมิจฉาชีพหรือผู้ประสงค์ร้ายก็แฝงตัวมาทุกเทศกาล ยิ่งหลายคนชอบแต่งตัวเสื้อผ้าน้อยชิ้นก็ยิ่งเป็นจุดสนใจของผู้ไม่หวังดี
ขณะที่ 7 วันอันตราย ยอดกระเตื้องขึ้นทุกวัน อัปเดท 13 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่สามของการรณรงค์ “ขับขี่อย่างปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุรวม 936 ครั้ง บาดเจ็บ 968 คน เสียชีวิตแล้ว 116 ราย โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และตัดหน้ากระชั้นชิด
เพราะฉะนั้น ขับขี่ปลอดภัย เที่ยว เล่นอย่างมีสติ ดื่มไม่ขับ ปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง แต่ แต่ แต่ อย่าลืมกลับมาทำงานกันด้วยนะค้าาา สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ