เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไอศกรีม ความแตกต่างระหว่างเจลลาโตกับไอศกรีมทั่วไป
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไอศกรีม ความแตกต่างระหว่างเจลลาโตกับไอศกรีมทั่วไป
อากาศร้อนแบบนี้ การที่ได้ทานของอร่อย โดยเฉพาะไอศกรีมเย็นๆด้วยแล้วล่ะก็ รับรองว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยฮีลใจชั้นดี เพิ่มความสดชื่นระหว่างเลยล่ะค่ะ แต่ทุกคนเคยสงสัยมั้ยละคะว่าทำไมเวลาซื้อไอศกรีมบางร้านใช้ชื่อว่า เจลลาโต บางร้านก็เรียกไอศกรีมเฉยๆ ทั้ง 2 ชื่อนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร ทั้งที่อยู่ในหมวดหมู่ของหวานเย็นแบบเดียวกัน บทความนี้จะชวนทุกคนมาไขข้อสงสัยความแตกต่างระหว่างเจลลาโตกับไอศกรีมทั่วไปกันค่ะ
เจลาโต้กับไอศกรีมนั้นจัดอยู่ในหมวดหมู่ของหวานเย็นแบบเดียวกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันในรายละเอียดของส่วนผสมและขั้นตอนการผลิต ทำให้เจลาโต้กับไอศกรีมมีรสชาติและเนื้อสัมผัสแตกต่างกันแม้ว่ามองจากรูปลักษณ์ภายนอกอาจแทบไม่แตกต่างกันเลยก็ตาม
เจลาโต้ มาจากคำว่า Gelato ในภาษาอิตาเลียนที่แปลตรงตัวว่า เยือกแข็ง (frozen) ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกไอศกรีมในภาษาอิตาเลียน หรืออาจกล่าวง่าย ๆ ว่าเจลาโต้เป็นไอศกรีมสไตล์อิตาเลียนนั่นเอง ไอศกรีมแบบชาวอิตาเลียนมีจุดแตกต่างจากไอศกรีม ทั่วไปอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างทางเนื้อสัมผัส รสชาติ จนถึงขั้นตอนการทำ
หากเทียบกับไอศกรีมแบบอเมริกัน เจลาโต้ เน้นปริมาณนมมากกว่าครีม นอกจากนั้นยังมีอากาศอยู่ราวๆ 25-30% แถมมีไขมันน้อย จึงทำให้เจลาโต้มีเนื้อสัมผัสเนียนละมุนมากกว่าไอศกรีม ที่สำคัญคือเจลาโต้เป็นไอศกรีมที่เน้นวัตถุดิบสดใหม่และมักปราศจากสารปรุงแต่งหรือวัตถุกันเสียอีกด้วย
ความแตกต่างในแง่ส่วนผสม
ส่วนผสมหลักสองอย่างในไอศกรีมและเจลาโตคือ ‘นม’ และ ‘ครีม’ ปริมาณของส่วนผสมส่งผลให้ของหวานแช่เย็นทั้งสองอย่างแตกต่างกันตามชื่อเรียก จำเอาไว้ง่ายๆ ว่า ‘ไอศกรีม’ มีครีมมากกว่านม ในขณะที่ส่วนผสมหลักของ เจลาโตนั้นทำจากนมในสัดส่วนที่มากกว่าครีม นอกจากนี้ส่วนผสมอีกอย่างที่จำแนกความแตกต่างของทั้งสองอย่าง ก็คือไข่ ไอศกรีมนั้นสามารถใช้ไข่แดงเป็นส่วนผสมได้ ในขณะที่เจลาโต (ส่วนใหญ่แล้ว) จะหลีกเลี่ยงการใช้ไข่แดง
ความแตกต่างรสชาติและเนื้อสัมผัส
เจลาโตมีไขมันน้อยกว่า และอุณหภูมิที่อุ่นกว่าจึงลิ้มรสชาติของวัตถุดิบได้มากขึ้น ทว่ามีเนื้อสัมผัสที่นุ่มเนียนซึ่งนี่เป็นเหตุผลและเป็นวัฒนธรรมที่เจลาโตนั้นมักจะนิยมนำเอาวัตถุดิบที่เน้นความสดใหม่มาทำ ซึ่งเป็นความอร่อย ที่แตกต่างต่างจากไอศกรีมทั่วไป