โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ เปิดศึกกัมพูชา เสนอ ‘คว่ำบาตร–ขึ้นบัญชีดำเขมร’ เอี่ยวทุนเทา

THE STATES TIMES

อัพเดต 16 ต.ค. 2568 เวลา 11.34 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2568 เวลา 13.00 น. • Hard News Team

(16 ต.ค. 68) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน 3 คน ได้แก่ เจฟเฟอร์สัน ชรีฟ จากรัฐอินเดียนา, จอห์น มูลีนาร์ จากมิชิแกน และไมเคิล รูลี จากโอไฮโอ ได้เสนอร่างมติ H.R. 5490 ต่อคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องให้ “ขึ้นบัญชีกัมพูชาเป็นประเทศที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ” พร้อมเรียกร้องให้คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัฐและผู้นำธุรกิจรายใหญ่ของกัมพูชาที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในกิจกรรมผิดกฎหมายและเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนจีน
ร่างมติดังกล่าวอยู่ภายใต้ชื่อ “Promoting International Fraudsters Accountability Act” โดยระบุรายชื่อบุคคลกว่า 40 รายที่ใกล้ชิดกับอดีตนายกรัฐมนตรีฮุนเซน รวมถึงสมาชิกครอบครัวและผู้มีอิทธิพลในวงการพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และธุรกิจคาสิโน เช่น เนต ซาโวเอิน, ฮุน โต, ก๊ก อัน และเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ “เบน สมิธ” ชาวแอฟริกาใต้ที่ถูกกล่าวหาว่าบริหารเครือข่ายทุจริตแทนกลุ่มฮุนเซน
รายงานของคณะกรรมาธิการความมั่นคงและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ระบุว่า กัมพูชาถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของศูนย์สแกมเมอร์ที่มีเครือข่ายเชื่อมโยงจีน ครอบคลุมถึงไทย ลาว และเวียดนาม โดยสร้างความเสียหายต่อชาวอเมริกันกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 ขณะที่แอมเนสตี้อินเตอร์เนชันแนลรายงานว่ามีแรงงานกว่า 120,000 คนในกัมพูชาถูกกักขังหรือบังคับทำงานในกิจการหลอกลวงออนไลน์เหล่านี้
ด้านทางการกัมพูชายังไม่ออกมาแสดงความเห็นต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่ผู้สังเกตการณ์มองว่าร่างมติของสหรัฐฯ เป็นสัญญาณกดดันทางการเมืองครั้งใหม่ เพื่อสกัดอิทธิพลจีนในกัมพูชา ซึ่งถูกมองว่าเป็นพันธมิตรสำคัญของปักกิ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...