โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อินเดียขาดแคลน “แร่หายาก” กระทบผลิต “รถอีวี”

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 22 ส.ค. 2568 เวลา 07.46 น.

สื่อท้องถิ่นในอินเดีย รายงานว่า ขณะนี้อินเดียกำลังเกิดปัญหาขาดแคลนแม่เหล็กแร่หายาก (Rare Earth Magnets) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตมอเตอร์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า พบว่าปริมาณสำรองหมดลงไปตั้งแต่ วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 และยังไม่มีแหล่งจัดหาวัตถุดิบใหม่ที่สามารถมาทดแทนได้ทันเวลา

ปัญหาขาดแคลนแม่เหล็กแร่หายาก กระทบอย่างมากกับ ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและรถสามล้อไฟฟ้าโดยขณะนี้ผู้ผลิตกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่เข้าขั้นวิกฤต และมีความเสี่ยงรุนแรงที่ต้องหยุดสายการผลิตชั่วคราว

บริษัทผลิตรถอีวีของอินเดียหลายรายกำลังเข้าสู่ภาวะขาดแคลนแม่เหล็กแร่หายากในสต็อก และการเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบทางเลือกจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้นมาก และกระทบต่อราคาขายต่อผู้บริโภคโดยตรง

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมอีวีในอินเดีย กำลังได้รับผลกระทบความล่าช้าในการเบิกจ่ายเงินสนับสนุนภายใต้ 2 โครงการ ของรัฐบาลอินเดีย ซึ่งพบว่า ผู้ประกอบการไม่ได้รับเงินอุดหนุนในช่วงเวลาที่เหมาะสม ส่งผลให้ไม่สามารถนำเสนอโปรโมชั่นหรือการให้ส่วนลดในช่วงนี้ เพื่อตอบสนองลูกค้าที่มักมองหาข้อเสนอพิเศษและส่วนลดต่างๆ

สาเหตุที่รัฐบาลอินเดียลังเลในการให้การสนับสนุนทางการเงิน เป็นเพราะมีบางบริษัท ถูกกล่าวหาว่ามีการแอบอ้างเพื่อเรียกรับเงินอุดหนุนจากอย่างไม่ถูกต้อง โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ส่งผลให้รัฐบาลต้องใช้ความระมัดระวังในการดำเนินนโยบายในระยะต่อไป

มีการประเมินว่าหากรัฐบาลอินเดีย ยังไม่ปล่อยเงินสนับสนุนออกมาเพิ่มเติม และยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแม่เหล็กแร่หายากได้ อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าจะประสบปัญหาอย่างมาก

กระทรวงอุตสาหกรรมหนักของอินเดีย ได้เพิ่มความตึงเครียดให้กับสถานการณ์ ด้วยการออกคำสั่งให้ผู้ผลิตประกาศปริมาณสต๊อกแม่เหล็กที่มีอยู่ ซึ่งภาคอุตสาหกรรมเห็นว่าเป็นการสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมในช่วงเวลาที่ขาดแคลนวัตถุดิบอย่างหนัก

จากรายงานระบุว่ามีเพียงบริษัท Ola Electric ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายเดียวที่แจ้งกับรัฐบาลว่ายังมีสต๊อกแม่เหล็กเพียงพอ และอยู่ระหว่างการพัฒนามอเตอร์ทางเลือกโดยใช้วัสดุประเภทเฟอร์ไรต์ (ferrite motors) ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า แต่ต้องผ่านกระบวนการทดสอบและรับรองคุณภาพที่อาจใช้เวลาจนถึงไตรมาสที่ 3 ของปี 2568

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่สามารถหาทางออกได้ทันต่อวิกฤตการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นผลทำให้อุตสาหกรรมโดยรวมยังคงมีความเสี่ยงสูงต่อการหยุดชะงัก โดยเฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคม–ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงยอดขายสูง และผู้บริโภคอินเดีย คาดหวังส่วนลดเพิ่มขึ้น

ขณะที่การนำเข้ามอเตอร์จากต่างประเทศเพื่อทดแทน จะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เนื่องจากการนำเข้ามอเตอร์คิดอัตราภาษี 15% ซึ่งสูงกว่าการนำเข้าแม่เหล็กแร่หายากที่มีอัตราภาษีนำเข้า 7.5%

สมาคมผู้ผลิตยานยนต์อินเดีย ได้ยื่นหนังสือถึงกระทรวงอุตสาหกรรมหนักอินเดีย ขอให้ลดภาษีนำเข้ามอเตอร์ลงเหลือ 7.5% เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของอุตสาหกรรม

สถานการณ์ขณะนี้กำลังสะท้อนถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของอินเดีย และตอกย้ำถึงความจำเป็นในการสนับสนุนเชิงนโยบายอย่างเร่งด่วนจากภาครัฐ ทั้งในแง่ของเงินอุดหนุน การผ่อนปรนภาษีนำเข้า และการพัฒนาแหล่งวัตถุดิบในประเทศ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นของตลาดในอนาคตอันใกล้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...