โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ศาลชี้ขาด “ทรัมป์” ใช้อำนาจเกินขอบเขต ปมรีด “ภาษีศุลกากร” ทั่วโลก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 30 ส.ค. 2568 เวลา 08.26 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2568 เวลา 08.26 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (30 ส.ค. 68) ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีคำตัดสินเมื่อวันศุกร์ 29 ส.ค. ว่า มาตรการเก็บภาษีศุลกากรทั่วโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่วนใหญ่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากทรัมป์ใช้อำนาจประธานาธิบดีเกินขอบเขตในการประกาศเก็บภาษี แต่ศาลอนุญาตให้มาตรการภาษียังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป พร้อมทั้งส่งคดีกลับไปยังศาลชั้นต้นเพื่อพิจารณาเพิ่มเติม

โดย สำนักข่าวซินหัว (Xinhua) รายงานว่า ศาลอุทธรณ์กลางของสหรัฐฯ ได้รับรองคำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า ทรัมป์ใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉินโดยมิชอบเพื่อประกาศเก็บภาษี อย่างไรก็ตาม ศาลอุทธรณ์ได้ส่งคดีกลับไปให้ศาลชั้นต้นเพื่อพิจารณาต่อว่า คำตัดสินนี้จะมีผลครอบคลุมทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากภาษีดังกล่าว หรือเฉพาะคู่ความในคดีนี้เท่านั้น

ขณะที่ คำตัดสินนี้ยังคงสร้างความไม่แน่นอนว่าภาษีของทรัมป์จะถูกยกเลิกในที่สุดหรือไม่ โดยคดีนี้เดิมถูกคาดหมายว่าจะไปถึงศาลสูงสุดเพื่อให้มีคำวินิจฉัยขั้นสุดท้าย

ด้านสำนักข่าว CNBC รายงานว่า เกือบจะแน่นอนแล้วว่าทรัมป์จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุด โดยศาลอุทธรณ์ได้ชะลอการมีผลบังคับใช้ของคำตัดสินไปจนถึงวันที่ 14 ต.ค. เพื่อเปิดโอกาสให้รัฐบาลทรัมป์ยื่นคำร้องต่อศาลสูงสุด

รัฐบาลทรัมป์ให้เหตุผลว่า กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดอัตราภาษีที่เจาะจงต่อประเทศต่าง ๆ ได้ หากเห็นว่าจำเป็นเพื่อรับมือกับภาวะฉุกเฉินของชาติ

ทั้งนี้ ศาลการค้าของรัฐบาลกลางได้ปฏิเสธข้ออ้างดังกล่าวไปเมื่อปลายเดือนพ.ค. และสั่งให้ยกเลิกภาษีของทรัมป์ตามกฎหมาย IEEPA รวมถึงมาตรการภาษีตอบโต้ทั่วโลกที่ประกาศเมื่อเดือนเม.ย. แต่ศาลอุทธรณ์ได้สั่งระงับคำตัดสินดังกล่าวไว้ชั่วคราวเพื่อรอการอุทธรณ์ของทรัมป์

ขณะที่ หนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ (NY Post) รายงานว่า คำตัดสินครั้งนี้เป็นการสั่นคลอนหัวใจสำคัญของนโยบายการค้าที่แข็งกร้าวของทรัมป์ ซึ่งได้เปลี่ยนโฉมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ กับหลายประเทศทั่วโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...