โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Life Empowerment ของ ‘มารีญา-ฟ้าใส-อุ้ม-มีนา’ เมื่อจักรวาลและแกรนด์ จับมือส่งต่อพลังหญิง ในงาน Mirror International Women’s Day 2025

Mirror Thailand

อัพเดต 12 มี.ค. 2568 เวลา 05.29 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2568 เวลา 05.19 น.
ภาพไฮไลต์

เป็นบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยพลังงานดีๆ กับอีเวนต์วันสตรีสากลที่พวกเรา Mirror Thailand ได้เชิญชวนทุกคนมาร่วมผลักดันเรื่องสิทธิสตรี พร้อม ‘ก้าวไปด้วยกัน เพื่อเธอทุกคน’ ในงาน Mirror International Women’s Day 2025: For ALL WOMEN and GIRLS ณ SCBX Next Tech ชั้น 4 สยามพารากอน เมื่อวันศุกร์ที่ 7 มีนาคม 2025 ที่ผ่านมา กับหัวข้อ Empowerment ผ่าน 4 ประเด็นสำคัญ Education Empowerment, Wellness Empowerment, Business Empowerment และ Life Empowerment

สำหรับประเด็น Life Empowerment เรียกได้ว่าพิเศษมากๆ ที่พวกเราได้เชิญนางงาม 4 ท่าน จาก 2 เวทีอันดับต้นของเมืองไทย อย่าง มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ และ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ มาส่งพลังแห่งเพื่อนหญิงพลังหญิงให้ผู้หญิงทุกคนมีแรงก้าวไปข้างหน้าต่อไป

ทั้งมารีญา พูลเลิศลาภ MUT 2017 และ ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น MUT 2019 ที่มาพูดถึงหัวข้อ‘Mindset Matters : พลังของทัศนคติในการขับเคลื่อนชีวิต’ ซึ่งช่วยให้ใครที่กำลังท้อแท้กับชีวิต ได้แง่คิดและกำลังใจกลับไปพร้อมสู้เพื่อ ‘จุดยืน’ ของตัวเอง และชวนกลับมามองเห็นแก่นแท้ของคุณค่าที่อยู่ภายในตัวเอง

รวมถึง อุ้ม-ทวีพร พริ้งจำรัส MGT 2023 และ มีนา-ริณา ฉัตรอมรชัย 5th Runner up MGT 2023 ที่มาพูดถึงหัวข้อ ‘The Power of Sisterhood : พลังมิตรภาพของเหล่าเพื่อนสาว’ เพราะการที่ผู้หญิงลุกขึ้นมาอยู่เคียงข้างผู้หญิงด้วยกัน และคอยสนับสนุนซึ่งกันและกัน จะเป็นพลังสำคัญที่ทำให้ในวันที่พวกเธอเจออุปสรรคหรือเรื่องยากๆ แค่ไหน พวกเธอจะมีแรงฮึดสู้ และพร้อมเดินต่อไปในเส้นทางที่เลือกเอง

แม้พวกเธอเหล่านี้จะขึ้นชื่อว่า ‘มีมง’ แต่ท้ายที่สุดพวกเธอก็เป็นผู้หญิงธรรมดาที่เชื่อว่า ‘พลังของผู้หญิง’ ไม่ได้อยู่ที่มงกุฎ แต่อยู่ที่สิทธิในการเลือกเส้นทางของตัวเอง ก้าวข้ามข้อจำกัด และกล้าสร้างอนาคตที่ตัวเองต้องการจริงๆ

สารใดบ้างที่เหล่าเพื่อนหญิงจากจักรวาลและแกรนด์อยากส่งไปยังผู้หญิงทุกคน ไปอ่านความคิดของพวกเธอกันได้เลย

Mindset Matters : พลังของทัศนคติในการขับเคลื่อนชีวิต

เพราะการที่ผู้หญิงคนหนึ่งหรือใครก็ตามจะตัดสินใจ ‘เลือก’ เส้นทางชีวิตของตัวเอง หลายครั้งการมองโลก หรือการมีสิ่งที่เรียกว่า ‘มายด์เซ็ต’ ต่อตัวเอง ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้เรามองเห็นภาพตัวเองในวันข้างหน้าได้ชัดขึ้นว่าเราอยากจะเป็นคนแบบไหนกันแน่

สำหรับ มารีญา พูลเลิศลาภ เธอเชื่อว่า…

“มายด์เซ็ตที่สำคัญ มารีญาขอแตกเป็น 2 อย่างคือ Vision และ Value…Value คือสิ่งที่เรากำลังยึดมั่นในคุณค่าบางอย่าง ส่วน Vision คือ ทัศนคติของเรา เรากำลังมองไปข้างหลัง หรืออยู่ในปัจจุบัน หรือมองไปข้างหน้าเพื่อวันที่ดีกว่านี้ไหม ถ้าเราสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ มันจะประกอบร่างกลายเป็นมายด์เซ็ตของเราค่ะ”

“5-6 ปีที่แล้ว มารีญาทบทวนชีวิตของตัวเอง ถามตัวเองบ่อยๆ ว่าเรากำลังทำอะไร ทำไมถึงไม่มีความสุข แม้ว่าจะมีทุกอย่างในชีวิต งานดี เงินเยอะ มีคนรักเรา แต่ทำไมเรารู้สึกไม่แฮปปี้ เราก็เลยมาสังเกตว่า อ๋อ เราไม่ได้ใช้ชีวิตตรงกับ value ของเรา แล้ว value ของเราคืออะไรล่ะ? เราเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทำไม? เพราะเราอยากสูดอากาศที่บริสุทธิ์ อยากดื่มน้ำที่สะอาด อยากมีอาหารปลอดสารพิษ เราไม่อยากเห็นสัตว์กลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ พอรู้ว่านี่คือ value ของเรา และ vision ของเราข้างหน้าคืออยากเห็นสิ่งนั้นเกิดขึ้น มันก็ทำให้เราชัดเจนว่าวันนี้เราต้องทำอะไร say yes กับอะไร และ say no กับอะไร”

มารีญายังยกตัวอย่างง่ายๆ อีกว่า “ถ้าพรุ่งนี้อยากเป็นคนเก่งในด้านหนึ่ง เราจะรู้ว่าวันนี้เราต้องฝึกอะไร เพื่อให้เป็นคนแบบนั้น มันเป็นเรื่องของ Small Change ที่ไม่อยากให้คนมองข้าม…การเปลี่ยนเล็กๆ พรุ่งนี้เราอาจจะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง แต่พอเราทำไปเรื่อยๆ ในวันนึงมันจะสร้าง Big Impact ให้เรา”

และในฐานะคนที่มีกระบอกเสียง รุ่นพี่คนนี้อยากฝากไปถึงรุ่นน้องเด็กสาวรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศต่อไปว่า “เราสังเกตว่าเด็กรุ่นใหม่จะโฟกัสเรื่องสุขภาพและบิวตี้ค่อนข้างเร็วกว่ายุคเรา เราไม่รู้ว่าจะมีเอฟเฟกต์ต่อสังคมยังไงในระยะยาว แต่มารีญาหวังว่า มันจะพาเราไปพร้อมกับความเข้าใจว่า สุขภาพของเรามันเชื่อมโยงโดยตรงกับสิ่งแวดล้อม กับระบบนิเวศของเรา ผิวที่ดี เปล่งประกาย เรียบเนียน ทุกวันนี้คนจะแคร์สิ่งนี้กันมาก แต่ถ้าอากาศบ้านเรามีแต่ PM 2.5 ผิวเราจะดีได้ยังไง…หรือถ้าเราได้รับอาหารที่มีมลพิษ เคมี มันก็จะส่งผลต่อสุขภาพของเราอยู่ดี ฉะนั้นแล้ว มารีญาหวังว่าพวกเขาจะดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กับการดูแลสุขภาพ”

สำหรับ ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น เธอเชื่อว่า…

“ฟ้าใสเชื่อว่า ไม่มีใครสามารถมาด้อยค่าเราได้ ยกเว้นแต่ว่าเราจะอนุญาตให้คำพูดเหล่านั้นเข้ามาในใจเรา…มายด์เซ็ตที่ดีของฟ้าใสคือมายด์เซ็ตที่เป็นกำลังใจและเป็นพลังบวกของเรา และมันต้องไม่ทำร้ายคนอื่น เช่น เวลาเรารู้สึกเฟล ไม่รู้จะเดินหน้าต่อไปยังไง หรือเรากลัวคนอื่นตัดสินเราในสิ่งที่เรากำลังทำ สำหรับฟ้าใสจะมีประโยคที่ใช้เสมอคือ “อย่าให้ความกลัวมาหยุดให้เราทำสิ่งที่เรารัก” มันเป็นพลังใจให้เราเดินหน้าต่อไปได้”

ฟ้าใสเป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่า การตั้งเป้าหมายเล็กๆ สามารถเป็นพลังใจให้กับผู้คนได้ เพราะบางครั้งหลายคนก็มักจะโฟกัสที่เป้าหมายใหญ่ๆ จนลืมไปว่า เป้าหมายเล็กๆ ระหว่างทางก็สำคัญ เธอแชร์ว่า “บางครั้งที่เราต้องการกำลังใจ บางทีเราอาจไม่ได้มองเห็นคุณค่า หรือมองเห็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราทำแต่ละวัน ที่เราสามารถเป็นพลังบวกให้กับตัวเราเองได้ เช่น บางทีถ้าเรามีเป้าหมายแค่ วันนี้ฉันจะเก็บห้อง ซักผ้า แค่ตั้งเป้าหมาย และมาเช็คมาร์ค แค่นี้มันก็เป็นพลังบวกให้กับเราได้แล้วค่ะ”

ฟ้าใสมองว่า บางครั้งคนเราก็มักกดดันตัวเอง และเผลอไม่ชอบตัวเองด้วยปัจจัยอะไรหลายๆ อย่าง เธออธิบายว่า “หลายครั้งคนจะมองคุณค่าของตัวเองผ่านสายตาคนอื่น แต่ฟ้าใสอยากบอกว่า ถึงแม้คุณจะดีแค่ไหน เป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดยังไง แต่สำหรับคนที่ไม่ใช่ คุณก็จะไม่มีวันดีพอ แต่สำหรับคนที่ใช่ คุณจะดีพอและเขาจะเห็นคุณค่าของคุณเสมอ ไม่ว่าจะเป็นวันที่ดี หรือวันที่ไม่โอเคก็ตาม”

“เด็กหลายคนไม่มีความมั่นใจ เขาจะโพสต์ลงโซเชียลฯ แล้วมองยอดไลก์ ยอดคอมเมนต์ จนคิดว่า ฉันมีไลก์เท่านี้เองเหรอ มีคนรักฉันเท่านี้เหรอ มีคนสนใจฉันแค่นี้เหรอ ทำให้รู้สึก Self-doubt ว่าฉันไม่ดีพอ ที่จะอยู่ในจุดๆ นี้ในสังคม ฟ้าใสก็เคยมีบางโมเมนต์แบบนั้น แต่อยากให้ถอยออกมาก้าวนึงจากโลกโซเชียลฯ เพราะหลายครั้งเราอาจจะลืมไปว่านี่คือชีวิตจริง และชีวิตจริงเป็นชีวิตที่มีคุณค่า และเรามองเฉพาะคนที่รักเราและเห็นคุณค่าเรา มากกว่าแคร์สิ่งภายนอก หรือการเปรียบเทียบกันบนโลกโซเชียลฯ…เป็นตัวของตัวเอง แล้วคนที่ใช่จะรักเราในแบบที่เราเป็น เราไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนนับล้าน นับร้อย แต่ขอแค่มีเพื่อนที่มีคุณภาพเท่านั้นพอค่ะ”

The Power of Sisterhood : พลังมิตรภาพของเหล่าเพื่อนสาว

เพราะ ‘เพื่อนที่ดี’ จะเป็นพลังให้เราสามารถก้าวออกไปในสังคมอย่างมั่นใจ และเติบโตไปพร้อมๆ กันอย่างเฮลตี้ เป็นพื้นที่ฮีลใจของกันและกันได้ และสำหรับการเป็นผู้หญิงเอง ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางครั้งเราก็ถูกกดดันและคาดหวังไม่น้อย การมีเพื่อนหญิงพลังหญิงอยู่เคียงข้าง จึงมีส่วนทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลงในวันที่สังคมทำให้เรารู้สึกยืนอยู่ตัวคนเดียว

สำหรับ อุ้ม-ทวีพร พริ้งจำรัส เธอเชื่อว่า…

“พอเรามาอยู่จุดที่เรียกว่าคนของประชาชน มันทำให้เราเป็นที่จับตามอง บางทีเราอาจจะเจอคำพูด หรือการวิพากษ์วิจารณ์จากคนมากมาย ซึ่งมันมีทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี แต่พอเรามีเพื่อนที่ยืนอยู่ในจุดเดียวกัน เวลาเจอเรื่องแย่ๆ เราก็จะช่วยกันดึงขึ้นมาแบบ มึง ลุกขึ้น…หนูเลยจะบอกมีนาเสมอว่า หนูมองเขาเป็นเหมือนครอบครัวของหนู”

“ไม่ได้หมายความว่าทำอะไรไม่ดีแล้วเพื่อนจะซัพพอร์ตนะ แต่อะไรที่ไม่ดี เพื่อนจะช่วยดึงเรากลับมา แล้วเคาะให้เราไปในแนวทางที่ดีขึ้น อุ้มมองว่า เพื่อนแบบนี้ทำให้อยู่กันได้จนถึงทุกวันนี้ เวลาใครทำผิด เราชี้ เราบอก เพราะความจริงใจแบบนี้มันสำคัญ มันคือการมีเพื่อนสักคน ที่เรียกว่าเพื่อนสาวที่รักจริงๆ พร้อมจะเปิดเผยทุกเรื่องกับเขา”

“มันจะมีช่วงที่ชีวิตมืดมนมากๆ หนูท้อไปหมดแล้วกับทุกอย่าง หลายคนมองหนูเป็นคนไม่ดี เหมือนหนูยืนอยู่คนเดียว แล้วไม่มีใครเข้ามายืนข้างๆ หนู แต่พอเห็นว่ายังมีเพื่อนคนนี้ที่ไม่ได้สนใจว่าคนจะมองอุ้มเป็นยังไง มันทำให้หนูไม่อยากยอมแพ้กับตัวเอง ต่อให้คนทั้งโลกหันหลังให้หนู แต่คนนี้จะไม่ทิ้งหนูไปไหน เป็นเพื่อนที่คอยเดินไปกับเรา”

“คนเรามันร้อยพ่อพันแม่ ความคิด มายด์เซ็ต แตกต่างที่มา แต่สุดท้ายหนูมองว่าในทุกๆ พื้นที่ จะมีคำว่าเพื่อนอยู่ ถ้าเราคิดว่าเขาเปนเพื่อนจริงๆ คำว่าแข่งขันกัน ชิงดีชิงเด่น อิจฉา มันจะเกิดขึ้นได้น้อยมาก”

“ถามว่าอยากได้ยินอะไรในวันที่มืดมนจากเพื่อน อยากได้ยินคำว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ผ่านไป หนูมองว่า ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นกับชีวิต ทางออกมันมีเสมอ มันอาจจะต้องใช้เวลา 1 เดือน 1 ปี หรือมากกว่านั้น แต่ทุกปัญหาจะไม่อยู่กับเราจนเราตาย”

สำหรับ มีนา-ริณา ฉัตรอมรชัย เธอเชื่อว่า…

“อุ้มเป็น Supporter ของหนู ในวันที่ชีวิตเรากำลังขึ้น เขาจะแสดงความยินดี และผลักดันเรา ยินดีกับเราจริงๆ ส่วนในวันที่ชีวิตเราดิ่งลง เขาก็จะเป็นคนที่หันไปก็จะเจอ สำหรับหนูเพื่อนที่ดีต้องเริ่มต้นจากความจริงใจ”

“พอเป็นการประกวด มันคือการแข่งขันกันที่ทุกคนต้องพยายามทะเยอทะยาน พรีเซนต์ตัวเองให้ไปอยู่ในจุดสูงสุด แต่หนูจะมองหาคนที่คลื่นระดับเดียวกับหนู แล้วก็จะอยู่ตรงนั้น ถ้าเราไม่ชอบ ก็เอาตัวเองออกมา อยู่ในจุดที่สบายใจที่จะอยู่แค่นั้น”

“ในวันที่มีดราม่า หรือมีปัญหาอะไร ถ้าไม่มีอุ้มอยู่ หนูว่าหนูออกมากลางทางแล้ว ต่อให้เราไม่มีเพื่อนเยอะ แต่เราต้องมีสักคนที่เรารู้สึกว่าคนนี้เป็นทีมเรา 100% และเราสามารถปรึกษาเขาได้ หรือมีเขาเป็น Supporter ของเราได้”

“บางวันเราอาจรู้สึกว่าเราไม่เหลือใคร ไม่มีอะไรดี ผิดหวังไปหมด ให้ลองเริ่มจากการรักตัวเอง ด้วยการมองหาข้อดีของตัวเอง มองสิ่งต่างๆ ในชีวิต ที่ผ่านมา กว่าเราจะมาถึงจุดนี้ได้ มันอาจจะรู้สึกดีขึ้น ถึงเราไม่มีใคร แต่วันนี้ยังรู้สึกรักตัวเอง และภูมิใจในตัวเองอยู่ ชีวิตเราจะเดินไปต่อได้ค่ะ”

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...