หนุ่ม อรรถพร เจอวิกฤตขาดทุนสิบล้าน ไม่แคร์ไลฟ์สดขายสังฆทาน เล็งย้ายครอบครัวอยู่ต่างประเทศ
หนักจนแบกรับไม่ไหว หนุ่ม อรรถพร ก็เจอวิกฤตวงการทำซีรีส์เป็นหนี้นับสิบล้าน ไม่แคร์ไลฟ์สดขายสังฆทาน ช่วงชีวิตแบบนี้ เยียวยากันดีกว่า อย่าบูลลี่กันเลย เล็งย้ายครอบครัว ไปอยู่ต่างประเทศ
หนุ่ม อรรถพร ควง ฝ้าย อริญรดา ภรรยาพร้อมลูกชาย น้องอันดา-อดัม มาออกรายการ คุยแซ่บShow
เปิดใจโดนโกงเงินหลายล้าน เตรียมย้ายไปอยู่ต่างประเทศ และกรณีถูกมองขาลง วิกฤตงานหด เงินหาย ต้องขายเครื่องสังฆทาน ผ้าไตร ในรายการคุยแซ่บ Show ช่องOne31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย และ หนิง ปณิตา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ
- อ่านข่าว - หนุ่ม อรรถพร ยังไม่หมดแพชชั่น เผยวิกฤติวงการบันเทิง อาจยุติหากขาดทุนสะสม
- อ่านข่าว - ฝ้าย ภรรยา หนุ่ม อรรถพร โพสต์เหนื่อยสิ่งที่ต้องเจอทุกวัน คนบันเทิงส่งกำลังใจรัวๆ
เปิดร้านเบอร์เกอร์ตอนนี้ เพราะงานในวงการดร็อปลงมั้ย?
หนุ่ม : ด้วยครับ แต่ก่อนปีหนึ่งมี 1 เรื่อง อยู่ที่ประมาณ 24 ตอน ปีหนึ่งเราอาจได้ 2-3 เรื่อง มันอยู่ได้ แต่ตอนนี้วิธีคิดการผลิตงานซีรีส์หรือละคร 8 ตอน ปีหนึ่งมี 1 เรื่อง บางปีไม่มี เอาแล้ว อยู่ยังไง มันไม่พอ สำหรับบางคนเขาอาจเมเนจตัวเองได้ แต่สำหรับผมไม่พอแล้ว เราต้องทำอย่างอื่นเพิ่ม แล้วเราจะทำอะไรกันดี
ทำร้านสเต็ก ร้านแฮมเบอร์เกอร์ เอาสูตรมาจากไหน?
หนุ่ม : ปกติผมก็ทำให้ที่บ้านทานอยู่แล้ว ช่วงโควิดก็ทำแกะหมักสูตรพิเศษมาจำหน่ายออนไลน์ ก็ขายดีมาก ก็ต่อยอดจากตรงนั้นมา มันสามารถเลี้ยงทั้งเราและบริษัทในช่วงโควิด ช่วงหนึ่งเราก็ต้องแบกรับและดูแลทีมงาน ผมรู้สึกว่าเป็นครอบครัวต้องดูแลกันและกัน แต่พอถึงช่วงหนึ่งมันแบกไม่ไหว เราก็เฮ้ย ขอโทษทีนะ เราต้องลดไลน์อัพการผลิต
ผมมองว่ามันเป็นโมเดลในการทำธุรกิจ ถ้าไลน์อัพเป็นแบบนี้ และผมแบกค่าใช้จ่ายขนาดนี้ ผมแบกไม่ไหว เหมือนคนเปิดแฟรนไชส์หลายๆ สาขา วันหนึ่งวัตถุดิบมันแพงขึ้น ทุกอย่างเริ่มดร็อปลง มีออนไลน์เข้ามา ผมก็ต้องดร็อปแฟรนไชส์ลง อย่างผมเคยมี 10 สาขา ก็เหลือแค่ 2 สาขา มันก็เป็นเรื่องจำเป็น ก็ต้องทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน
ตอนนี้ละครก็ไม่ค่อยผลิตออกมาสักเท่าไหร่ อีกสิ่งที่พี่หนุ่มเจอคือเป็นหนี้ในการทำงานผลิตซีรีส์ 10 ล้านเลยเหรอ?
ฝ้าย : ไม่อยากจะพูด (หัวเราะ) เป็น 10 นะ
โดนโกงหรืออะไร?
ฝ้าย : ไม่เรียกว่าโดนโกงดีกว่า เรียกว่ามันช้า ระบบในการจ่ายเงินช้า มันทำให้เราต้องควักตัวเองออกไปเพื่อทำงานให้สำเร็จเพื่อให้ได้เงินไวๆ พอได้เงินช้าเรารู้สึกว่าเราต้องหมดไปอีกเท่าไหร่
เงินไม่มาอยู่ในระบบบริษัท เอาเงินส่วนตัวมาถม แล้วเงินนี้ก็ยังไม่ได้กลับมา?
หนุ่ม : ใช่ อันเดียวกันเลย (หัวเราะ) มีอินเนอร์มากกว่าเรา (หัวเราะ)
หลายคนแบกหนี้ก้อนนี้เอาไว้ เงินส่วนตัวกับเงินทำธุรกิจคนละก้อนกัน?
หนุ่ม : ก็เลยกลับมาคิดใหม่ ว่าเราทำสิ่งนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว เราแบกไม่ไหว เราต้องกลับมาดูแลครอบครัวก่อน
ก็เลยตัดสินใจเปิดร้าน บริษัทก็ค่อยๆ ทยอยลดพนักงานลง?
หนุ่ม : ใช่ บริษัทยังไม่ปิด ยังอยู่ ยังทำเอ็มวี ทำซีรีส์ แต่ทำตัวให้เบาที่สุด ทั้งออฟฟิศเหลือผมตัวคนเดียวแล้ว
พอแอดวานซ์เงินส่วนตัว คิดจะปิดบริษัทไปเลยมั้ย?
ฝ้าย : ใจจริงๆ คิด เพราะรู้สึกหนักมากจนเราไม่ไหว เราทำแบบนี้ต่อไปไม่ได้ มันเป็นแบบนี้มาระยะเวลา 3-4 ปี ตั้งแต่เกิดโควิด เกิดเหตุการณ์นี้มาเรื่อยๆ ค่าผลิตน้อยลง แต่เราต้องทำงานที่ดีขึ้น ค่าทุกอย่างมันแพงหมด จนเราคิดว่าพี่หนุ่ม เราต้องหยุดแล้ว
หนุ่ม : เราเข้าใจเรื่องค่าครองชีพนะ เราก็พยายามจะซัพพอร์ต แต่ว่ามันไม่ไหว เพราะค่าผลิตก็อย่างที่พอจะทราบนั่นแหละ
ตอนนี้แพชชั่นหมดมั้ย?
หนุ่ม : มันเหมือนคนวิ่งในทุ่งหญ้าคอยล่าเหยื่อ เป็นสิงโต มีกวางตรงไหน (หัวเราะ) 10 ปีที่ตามล่ากวางอยู่ในทุ่งหญ้า มันก็เหนื่อยเหมือนกันนะ สมัยก่อนเราคิดอะไรสักอย่างที่เราภูมิใจสักเรื่อง มันจะอยู่สักปีหนึ่ง แต่เดี๋ยวนี้ 2-3 เดือนต้องคิดใหม่ตลอดเวลา มันล้าเหมือนกันนะ กับการคิดใหม่ตลอด และลงสนามไปเพื่อล่าตลอดเวลา มันไม่ไหวเหมือนกัน
ท้อมั้ย?
หนุ่ม : ไม่ถึงกับท้อ ยังทำงานได้นะ แต่แค่ถ้าจะเอาตัวเองไปวางในสถานภาพนั้นอีกครั้ง คิดว่าเดี๋ยวคงต้องหาพาร์ตเนอร์ดีๆ มาช่วยกันดูแลดีกว่า เพราะตัวเองกับครอบครัวจะลงไปแบบนั้นอีกคงไม่ไหว มันล้าเหมือนกัน
ล่าสุดไลฟ์สดขายสังฆทาน ผ้าไตร บางคนบอกว่าต้องถึงขนาดมาไลฟ์ขายสังฆทานเลยเหรอ มองยังไง?
หนุ่ม : พี่มองว่ามันก็คือการทำธุรกิจอย่างหนึ่ง เมื่อวันหนึ่งที่รายรับจากธุรกิจลดลง เราก็ต้องหารายรับจากส่วนอื่นมาโปะแทน
สิ่งที่รู้สึกอย่างหนึ่ง ผมเห็นข่าวแบบนี้จากนักแสดงหลายท่าน เขาก็ไปทำงานด้วยอาชีพ ด้วยแพชชั่นอะไรก็ตาม อย่าไปมีทัศนคติหรือมายด์เซ็ตแบบนี้ต่อกันเลย ผมว่ามันไม่สร้างมุมบวกต่อจิตใจซึ่งกันและกัน เราเยียวยากันดีกว่า ในเวลาที่คนเรามีโมเมนต์กราฟชีวิตแบบนี้ได้ เยียวยากันดีกว่า อย่าบูลลี่กันเลย แต่มุมผม ผมรู้สึกว่าผมกำลังทำธุรกิจครอบครัว ซึ่งเป็นธุรกิจอีกชิ้นหนึ่งที่ครอบครัวทำอยู่แล้ว
ล่าสุดมีแพลนจะไม่อยู่ไทยแล้ว จะย้ายประเทศ?
หนุ่ม : มีจริงครับ คิดไว้สักประมาณ 2-3 ปีหลังจากนี้ ตอนนี้ลูกเริ่มโตขึ้นแล้ว กับการที่เราฝึกเขามาให้เขามีวิชาความรู้แบบนี้ ผมว่าวันหนึ่งเขาคงอยากไปผจญภัยในโลกกว้าง บ้านเกิดเขาอยู่ที่นี่อยู่แล้วแน่นอน เพียงแต่ว่าถ้าเราไป เราคงไปกันทั้งครอบครัว เพื่อที่จะดูแลกัน มันแปลว่าเราคงไปกันหมด
ตอนนี้จึงเป็นการเตรียมความพร้อม ถ้าวันหนึ่งไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ตั้งใจไว้ ผมอาจพูดถึงเรื่องสงครามหรือภัยพิบัติต่างๆ ถ้ามันยังเป็นปกติ เราคิดว่าเราอาจจะทำแบบนั้น เพื่ออนาคตเขาทั้งสองคน ถึงเวลาเราก็กลับมาอยู่เมืองไทยปกติ เพราะเราเป็นคนไทยอยู่แล้ว เมืองไทยมันดีที่สุดอยู่แล้วครับ
จะไปประเทศไหน?
หนุ่ม : ถ้ามีโอกาสได้ไป ก็ดูไว้ที่อังกฤษ เมืองทางใต้อุ่นๆ หน่อย ตอนนี้สิ่งที่เขาเรียนอยู่ก็ถูกวางไว้ว่าเรียนจบสิ่งนี้เพื่อไปตรงนั้นด้วย
https://www.youtube.com/watch?v=xtYsgjCeo8A
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หนุ่ม อรรถพร เจอวิกฤตขาดทุนสิบล้าน ไม่แคร์ไลฟ์สดขายสังฆทาน เล็งย้ายครอบครัวอยู่ต่างประเทศ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th