โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จับตา Black Swan ตลาดหุ้นไทย! ระวังสัปดาห์แห่งแรงสั่นสะเทือน

The Bangkok Insight

อัพเดต 03 เม.ย. 2568 เวลา 00.22 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2568 เวลา 00.18 น. • The Bangkok Insight

จับตา Black Swan ตลาดหุ้นไทย! ระวังสัปดาห์แห่งแรงสั่นสะเทือน

ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม 2568 เป็นจุดเริ่มต้นของสัปดาห์ ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับตลาดหุ้นไทย ในจังหวะเวลาที่ SET Index พยายามยืนไม่ให้หลุดต่ำกว่า 1,100 จุด ประเทศไทยได้เผชิญกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่สุดในรอบ 100 ปี ซ้ำเติมความเชื่อมั่นของตลาดที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ให้หล่นลงตาอีกระดับ อาจเกิดความ Panic ทั้งเศรษฐกิจและตลาดหุ้นในวงกว้าง

นักลงทุนต่างรอคอยว่าตลาดทุนจะตอบสนองต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อปลายสัปดาห์ก่อนอย่างไร แม้ว่าผลกระทบอาจดูจำกัดอยู่ในบางกลุ่ม เช่น ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมแนวสูง บริษัทประกันภัยบางราย หรือภาคการท่องเที่ยวบางส่วน แถมอาจมีบางอุตสาหกรรมที่อาจได้รับอานิสงส์เชิงบวก เช่น วัสดุก่อสร้างและผู้พัฒนาบ้านแนวราบ

ทว่าสิ่งสำคัญ คือ ผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นเพียงชั่วคราว ตลาดจะค่อยๆ ปรับสมดุลกลับมาเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อนักลงทุนมีสติและพิจารณาสถานการณ์อย่างรอบคอบ บางทีตลาดหุ้นไทย อาจจะไม่ร่วงแรงอย่างที่หลายคนกังวล หรือนี่จะเป็นจุดระเบิดที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้หุ้นไทยจมลึกครั้งใหม่ กลายเป็น Black Swan ที่เจ็บเป็นวงกว้าง?

ตลาดหุ้นไทย

Black Swan ทำไมแผ่นดินไหวอาจกระทบตลาดหุ้น

Black Swan เป็นแนวคิดของ Nassim Nicholas Taleb หมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด มีผลกระทบรุนแรง และมักถูกอธิบายภายหลังว่ามีสัญญาณเตือนมาก่อนแต่ถูกมองข้าม ในบริบทของตลาดหุ้น เหตุการณ์ Black Swan สามารถสร้างความผันผวนสูงและเปลี่ยนแนวโน้มของตลาดในระยะสั้นถึงระยะกลาง

เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ สามารถถูกมองว่าเป็น Black Swan สำหรับตลาดทุนไทย เนื่องจากไม่ใช่ปัจจัยที่ตลาดคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า และอาจส่งผลให้เกิดแรงขายจากความตื่นตระหนก อย่างไรก็ตาม หากตลาดสามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล ผลกระทบระยะยาวอาจไม่ได้รุนแรงอย่างที่คิด

ตัวอย่างกรณีศึกษาแผ่นดินไหว กับผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้น

แผ่นดินไหวโกเบ (1995) ประเทศญี่ปุ่น: Nikkei 225 ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในช่วงสั้นๆ แต่สามารถฟื้นตัวได้ภายในไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ส่วนอุตสาหกรรมก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานได้รับอานิสงส์จากการซ่อมแซมฟื้นฟูเมือง
แผ่นดินไหวเสฉวน (2008) ประเทศจีน: ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลงในช่วงแรก แต่ฟื้นตัวเร็วเนื่องจากการเร่งลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลจีน
แผ่นดินไหวในไต้หวัน (1999) และชิลี (2010): ตลาดหุ้นของทั้งสองประเทศเผชิญแรงขายทันทีหลังเกิดเหตุการณ์ แต่กลับฟื้นตัวอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่เดือน

ในกรณีของประเทศไทย แม้ว่าตลาดอาจตอบสนองในเชิงลบต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวในระยะสั้น แต่หากมองจากกรณีศึกษาในอดีต ตลาดมักจะสามารถปรับตัวกลับมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจและบริษัทจดทะเบียนยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งอย่างหลังนี่แหละคือคำถามที่หลายคนกังวล

ตลาดหุ้นไทย

ความกังวลนักลงทุนไทย เมื่อปัจจัยพื้นฐานยังไม่แน่นอน

นักกลยุทธ์การลงทุน บล. ลิเบอเรเตอร์ ประเมินว่า SET Index เปิดซื้อขายวันจันทร์ 31 มีนาคม 2568 อาจเผชิญแรงขายจากความกังวลเรื่องแผ่นดินไหว โดยแนวรับสำคัญอยู่ที่ 1,157 จุด และแนวต้านที่ 1,185 จุด อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าปัจจัยแผ่นดินไหว ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยอย่างมีนัยสำคัญนัก เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุมของตลาด แม้จะเกิด Panic Sell ระยะสั้น แต่จะไม่ใช่ปัจจัยหลักที่กดดันตลาดในระยะยาว

ตลาดหุ้นไทย!ประเด็นที่น่าเป็นกังวล

นักวิเคราะห์ บล. ไอร่า ระบุเพิ่มเติมว่า ประเด็นที่น่าเป็นกังวลกว่าแผ่นดินไหวคือ เงินเฟ้อสหรัฐ ที่ปรับตัวขึ้นสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ พร้อมกับยังต้องลุ้นปัจจัยลบจากการเตรียมขึ้นกำแพงภาษี Reciprocal Tariffs อีก 25% ของสหรัฐ ในวันที่ 2 เมษายน 2538

ดังนั้น การลงทุนในตลาดหุ้นไทย ช่วงสั้นนี้ แนะนำนักลงทุนระมัดระวัง โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มอสังหาฯ เนื่องจากจะได้รับ Sentiment เชิงลบอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังต้องระมัดระวังกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่มีการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยจำนวนมากด้วย เพราะสินเชื่อประเภทดังกล่าวจะหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ค่อนข้างแน่ ส่งผลให้หุ้นธนาคารพาณิชย์ดังกล่าว อาจได้รับปัจจัยลบเชิงจิตวิทยาเล็กน้อยด้วย

บทสรุปตลาดหุ้นไทยจะร่วงแรงหรือแค่สั่นสะเทือน? หากพิจารณาจากข้อมูลทั้งหมด ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มเผชิญแรงขายในช่วงต้นสัปดาห์หน้า แต่หากนักลงทุนสามารถแยกแยะปัจจัยระยะสั้นออกจากปัจจัยระยะยาวได้ ตลาดก็อาจไม่ร่วงแรงอย่างที่คาดการณ์ และอาจเป็นโอกาสสำหรับการเข้าลงทุนในหุ้นที่ได้รับผลกระทบแต่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งในระยะยาว

แต่ในอีกแง่หนึ่ง ตลาดหุ้นไทยก็อาจจะซึมยาวได้เหมือนกัน ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่ยังไม่แข็งแกร่ง ซึ่งอาจทำให้การฟื้นตัวของตลาดใช้เวลานานกว่าที่นักลงทุนคาดหวังไว้ก็เป็นไปได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...