โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เงื่อนงำ อำพราง 'บุนนาค' ชน 'บุนนาค' อาวุธ 'สยามหนุ่ม'

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 18 พ.ย. 2568 เวลา 03.51 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2568 เวลา 02.30 น.

บทความพิเศษ

การเกิดขึ้นของ “ดรุโณวาท” การเกิดขึ้นของ“COURT ข่าวราชการ” สัมพันธ์กับการเกิดขึ้นของ The Youth Siam Society หรือ “สมาคมสยามหนุ่ม” สัมพันธ์กับการเปลี่ยนอำนาจทางการเมืองในต้นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ไม่ว่าจะเป็น “สมาคมสยามหนุ่ม” ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ COURT ข่าวราชการ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ “ดรุโณวาท”

ล้วนดำรงอยู่ในสถานะอันเป็น “กลไก” เป็น “เครื่องมือ”

การทำความเข้าใจต่อบทบาทของ COURT ข่าวราชการ การทำความเข้าใจต่อบทบาทของ ดรุโณวาท ในการเป็น “สื่อ” ในการเป็น “หนังสือพิมพ์” แยกไม่ออกจากการทำความเข้าใจต่อ “สมาคมสยามหนุ่ม”

บทความเรื่อง “แกนนำของกลุ่มสยามหนุ่ม เมื่อต้นรัชกาลที่ 5” ของ ดร.เกษม ศิริสัมพันธ์ สะท้อนออกอย่างเด่นชัดยิ่ง

ทั้งในความเป็น “กลุ่มทางการเมือง” และบทบาทของ “หนังสือพิมพ์”

หนังสือ “ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ วิวัฒนาการรัฐไทย” ของ กุลลดา เกษบุญชู มี้ด ในตอนว่าด้วย “ปฐมบทของการสร้างรัฐสมัยใหม่” จะยิ่งทำให้เกิดความเข้าใจต่อจังหวะก้าวทางการเมืองนี้อย่างเป็นรูปธรรม

ต้องอ่าน

ภายใน องค์ประกอบ

ของ กลุ่ม สยามหนุ่ม

สมาคมสยามหนุ่ม (The Youth Siam Society) แต่เดิมประกอบด้วยกลุ่มของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อันได้แก่ พระราชอนุชา ข้าราชบริพาร และผู้ที่ต้องการปฏิรูปประเทศตามแบบตะวันตกซึ่งส่วนใหญ่อายุยังน้อย

สมาชิกที่โดดเด่นและเป็นปากเป็นเสียงมากที่สุด ได้แก่พระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) และพระยากระสาปนกิจโกศล (โหมด อมาตยกุล)

ซึ่งต่างก็มีบทบาทสำคัญในสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน

พระยาภาสกรวงศ์เป็นน้องชายต่างมารดาของสมเด็จเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ซึ่งมีอายุห่างกันถึง 40 ปี สมเด็จเจ้าพระยาฯ ได้ส่งไปเล่าเรียน ณ ประเทศอังกฤษ แล้วจึงกลับมาในปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

เดิมรับราชการในตำแหน่งมหาดเล็ก ต่อมาดำรงตำแหน่งราชเลขานุการในต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

แม้จะมาจากตระกูลบุนนาคแต่พระยาภาสกรวงศ์ก็เป็นสมาชิก “สยามหนุ่ม” ที่มีความสามารถและกระตือรือร้น ทั้งยังเป็นผู้ผลักดันการปฏิรูปประเทศตามแบบตะวันตกอย่างแข็งขัน

พระยาภาสกรวงศ์ยังเป็นผู้รับผิดชอบการแปลรัฐธรรมนูญของจักรวรรดิฝรั่งเศสที่สองเป็นภาษาไทย และคงมีส่วนเกี่ยวข้องในการแปลแม่แบบรัฐธรรมนูญอื่นๆ อีก รวมถึงโครงสร้างระบบบริหารราชการแผ่นดินของอินเดียและคำสัตย์ปฏิญาณของคณะองคมนตรีอังกฤษ

พระยาภาสกรวงศ์ยังเป็นนักเขียนเจ้าคารมแห่งวารสาร “ดรุโณวาท” ผู้มีผลงานตีพิมพ์จำนวนมาก

ข้อเขียนเหล่านี้เองจะก่อปัญหาแก่ตัวในภายหลัง

กองหน้า โดดเด่น

กลุ่ม “สยามหนุ่ม”

ส่วนพระยากระสาปนกิจโกศลมาจากตระกูลอมาตยกุล ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากขุนนางอยุธยา และเป็นตระกูลขุนนางเพียงไม่กี่ตระกูลที่แสดงตัวโดยเปิดเผยว่าอยู่ฝ่าย “สยามหนุ่ม”

และเชื่อถือในสิ่งที่ “สยามหนุ่ม” พยายามผลักดันอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ยังมีขุนนางตระกูลอมาตยกุลคนอื่นๆ อีกที่เข้าสมทบฝ่าย “สยามหนุ่ม” ได้แก่ พระยาเจริญราชไมตรี (ตาด อมาตยกุล) และพระปรีชากลการ (สำอาง อมาตยกุล) น้องชายและบุตรของพระยากระสาปนกิจโกศล ตามลำดับ

พระยาเจริญราชไมตรีเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน ส่วนพระปรีชากลการนั้นช่วยบิดาคุมกิจการเหมืองทองซึ่งเป็นโครงการสำคัญของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระยากระสาปนกิจโกศลเป็นหนึ่งในบรรดาชนชั้นนำสยามกลุ่มแรกที่ศึกษาวิทยาการตะวันตก ด้วยเหตุนี้จึงได้ดำรงตำแหน่งจางวางกรมกระสาปน์สิทธิการ นอกจากนี้ พระยากระสาปนกิจโกศลในฐานะสมาชิกสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดินยังรับผิดชอบในการร่างกฎหมายว่าด้วยภาษีฝิ่นซึ่งเป็นงานที่ต้องละเอียดรอบคอบเพราะภาษีฝิ่นเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่สมเด็จเจ้าพระยาฯ ควบคุมดูแลอยู่

บทบาทสำคัญเช่นนี้ส่งผลให้ตระกูลอมาตยกุลตกเป็นเป้าโจมตีทางการเมืองและได้รับความอัปยศในกาลต่อมา

“บุนนาค” ชน “บุนนาค”

ยืมหอก “สนอง” คืน

สมาชิกที่มีสถานะคลุมเครือที่สุดในฝ่าย “สยามหนุ่ม” คือ เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี (ท้วม บุนนาค) ซึ่งรับตำแหน่งประธานสมาคมสยามหนุ่มที่สถาปนาขึ้นอย่างเป็นทางการใน พ.ศ.2418 (ค.ศ.1875)

แต่ในขณะเดียวกันก็ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมท่า และเป็นสมาชิกตระกูลบุนนาค

เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดียังควบคุมดูแลภาษีอากรบางประเภทด้วย จึงมีผลประโยชน์ร่วมกันกับฝ่ายสยามอนุรักษนิยม ทั้งยังเป็นน้องชายต่างมารดาของสมเด็จเจ้าพระยาฯ

เป็นไปได้ว่าสมเด็จเจ้าพระยาฯ จะรู้เห็นเป็นใจกับเจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดีในการเข้าร่วมกับ “สยามหนุ่ม” เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตระกูลบุนนาค

อย่างไรก็ตาม พี่น้องบุนนาคมิได้คิดเห็นลงรอยกันเสมอไป เนื่องจากเจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดีเอง ก็พึงใจจะแสวงหาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจส่วนตนเช่นกัน ประเด็นนี้จึงเปิดโอกาสให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวดำเนินการต่างๆ ในนามของ “สยามหนุ่ม”

และดึงดูดสมาชิกตระกูลบุนนาคให้เข้าร่วมกับฝ่ายของพระองค์ได้

นอกจากนี้ ใน พ.ศ.2413 (ค.ศ.1870) พระองค์ยังทรงโอนย้ายอากรสินค้าขาออกจากเดิมที่อยู่ในขอบเขตพระราชอำนาจไปอยู่ในความควบคุมของกรมท่าซึ่งขณะนั้นดูแลอากรข้าวขาออกอยู่แล้ว

การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้กรมท่าเข้าควบคุมดูแลอากรสินค้าขาออกทั้งหมดซึ่งสมเหตุสมผลในแง่ของการบริหาร

แต่ที่น่าจะสำคัญกว่านั้นคือ การตัดสินพระทัยเช่นนี้ทำให้เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดีเชื่อว่า หากการปฏิรูปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประสบผลสำเร็จตนก็น่าจะอยู่ในฐานะที่จะได้รับส่วนแบ่งมากขึ้น

แทนที่จะยังยืนกรานสนับสนุนผลประโยชน์ของตระกูลบุนนาคอยู่ต่อไป เมื่อวิเคราะห์อย่างถึงที่สุด เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดีน่าจะมีอุดมคติร่วมกันกับ “สยามหนุ่ม” อยู่บ้าง และต้องการให้ผู้อื่นเห็นว่าตนเป็นพวกหัวสมัยใหม่

เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดีเป็นหนึ่งในชนชั้นนำไทยไม่กี่คนที่ได้เดินทางไปยุโรปในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

และได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งเสด็จประพาสสิงคโปร์และชวาใน พ.ศ.2414 (ค.ศ.1871)

ก่อนหน้านั้น เมื่อสมเด็จเจ้าพระยาฯ คัดค้านแผนการเสด็จประพาสยุโรป เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดีผู้ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมพระคลังได้เข้าพบ โทมัส น็อกซ์ กงสุลอังกฤษ เพื่อร้องขอให้ช่วยเจรจาต่อรองกับสมเด็จเจ้าพระยาฯ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน

ให้ทรงอนุญาตเรื่องการเสด็จประพาสอินเดียของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยที่ตนจะตามเสด็จด้วย

การที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแต่งตั้งเจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดีเป็นประธานสมาคมสยามหนุ่มใน พ.ศ.2418 นั้น อาจด้วยเป็นผู้อาวุโสและยังมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับฝ่ายสยามอนุรักษนิยม

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงื่อนงำ อำพราง ‘บุนนาค’ ชน ‘บุนนาค’ อาวุธ ‘สยามหนุ่ม’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...