กางเกงในบอดี้สูทของลิซ่า ณ Met Gala ที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นใบหน้าของ Rosa Parks มารดาแห่งสิทธิพลเมืองคนผิวดำ ผู้ไม่ยอมลุกให้คนขาวนั่งบนรถเมล์
จากธีม Black Dandyism ของ Met Gala ในปีนี้ เห็นได้ชัดว่าเซเลบริตี้หลายคนที่ได้เดินพรมแดงต่างก็ทำการบ้านกับธีมที่เชิดชูความแกลมของเหล่าคนดำที่ต่อสู้และหลุดพ้นจากความเป็นทาสได้สำเร็จ และบางลุคก็เป็นที่จับตาว่ามี messege อะไรซ่อนอยู่ไหม และหนึ่งในชุดที่ชวนให้คนครุ่นคิดมากที่สุดก็คือลุคของ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ของเรานี่เอง!
แค่มองไกลๆ ลุคของลิซ่าก็แซ่บสะใจแล้ว เพราะเธอมาในชุดลูกไม้สีดำจาก Louis Vuitton ที่ท่อนบนมีเบลเซอร์ลูกไม้สวมทับบอดี้สูท และท่อนล่างมีเพียงกางเกงชั้นในของบอดี้สูทกับถุงน่องปักลาย LV เท่านั้น
และลายปักที่เห็นชัดเจนจากท่อนล่างของบอดี้สูทนี่เอง ที่ทำให้หลายคนซูมอินจนเห็นว่าเป็นแพทเทิร์นใบหน้าของผู้หญิงจำนวนหนึ่งตลอดทั้งบอดี้สูทตัวนั้น ซึ่งหนึ่งในใบหน้าเหล่านั้น ก็ชวนให้คนคิดว่าใช่ใบหน้าของ ‘Rosa Parks’ หรือเปล่า? และถ้าใช่ นี่ก็นับเป็นการเชิดชูผู้หญิงได้แบบใหม่ๆ และน่าประทับใจเอามากๆ
และสำหรับใครที่อาจยังไม่เคยได้ยินชื่อ Rosa Parks (1913-2005) คือนักเคลื่อนไหวหญิงอเมริกันผิวดำผู้เข้าร่วมเข้าองค์กรเรียกร้องสิทธิพลเมืองของคนผิวดำตั้งแต่ปี 1946 ต่อมาในปี 1955 เธอเป็นที่รู้จักจากการ “ไม่ยอมลุกให้คนขาวนั่ง” ซึ่งนับว่าผิดกฎหมาย Jim Crow ที่ใช้แบ่งแยกคนผิวขาวกับคนผิวดำในอเมริกาในพื้นที่สาธารณะ
ตามกฎหมาย Jim Crow ที่มีเป้าหมายในการกดทับอำนาจของคนผิวดำหลังจากการเลิกทาสให้ยังคงอยู่ในฐานะพลเมืองชั้นสอง กำหนดให้คนผิวดำไม่สามารถใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกับคนขาวได้ บนรถเมล์ คนผิวดำต้องนั่งด้านหลังรถเท่านั้น และถ้าที่นั่งของคนขาวเต็ม คนดำก็ต้องลุกให้คนขาวนั่งแทน ไม่เพียงเท่านั้นยังห้ามใช้ห้องน้ำร่วมกัน ห้ามดื่มน้ำร่วมกัน ในร้านอาหารหรือโรงหนังคนดำก็ต้องใช้ประตูด้านหลังหรือแยกโซนนั่ง ที่สำคัญคือคนดำไม่สามารถเข้าเรียนโรงเรียนร่วมกับคนขาว ซึ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาอย่างมาก
และการที่โรซาไม่ยอมลุกให้คนขาวนั่งบนรถเมล์ ก็ทำให้เธอถูกดำเนินคดีและนำไปสู่การเคลื่อนไหวของคนผิวดำเกือบทั้งประเทศ ทั้งการไม่ยอมขึ้นรถเมล์และและเกิดขบวนการเรียกร้องอีกมากมาย ซึ่งถูกจุดติดจากการ ‘นั่งนิ่ง’ ของเธอ คนดำหลายคนเดินหน้าฟ้องเรื่องการแบ่งแยกสีผิวบนรถโดยสาร จนในที่สุด เมื่อมาถึงคดีของ Browder v. Gayle ศาลก็ตัดสินว่าการแบ่งแยกสีผิวบนรถโดยสารป็นสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
และต่อมาในปี 1964 กฎหมาย Jim Crow ถูกแทนที่ด้วย Civil Rights Act ที่ให้ความเป็นธรรมกับพลเมืองผิวดำแทน ซึ่งโรซา พากส์ นี่เองที่ได้รับการขนานนามให้เป็น ‘มารดาแห่งสิทธิพลเมือง’ โดยเธอต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากหลังถูกจับและปรับเงินในครั้งนั้น แต่เธอยังคงต่อสู้เพื่อร่วมผลักดันกฎหมายสิทธิพลเมืองให้เกิดขึ้น ในบั้นปลายของชีวิต เธอได้รับ Medal of Freedom จากประธานาธิบดี Bill Clinton ในปี 1996 ได้รับ Congressional Gold Medal ในปี 1999
เธอเสียชีวิตในปี 2005 เธอได้รับเกียรติให้ตั้งศพไว้ใน US Capitol ซึ่งสงวนไว้สำหรับบุคคลสำคัญระดับชาติ