โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กางเกงในบอดี้สูทของลิซ่า ณ Met Gala ที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นใบหน้าของ Rosa Parks มารดาแห่งสิทธิพลเมืองคนผิวดำ ผู้ไม่ยอมลุกให้คนขาวนั่งบนรถเมล์

Mirror Thailand

อัพเดต 06 พ.ค. 2568 เวลา 08.04 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2568 เวลา 08.04 น.
ภาพไฮไลต์

จากธีม Black Dandyism ของ Met Gala ในปีนี้ เห็นได้ชัดว่าเซเลบริตี้หลายคนที่ได้เดินพรมแดงต่างก็ทำการบ้านกับธีมที่เชิดชูความแกลมของเหล่าคนดำที่ต่อสู้และหลุดพ้นจากความเป็นทาสได้สำเร็จ และบางลุคก็เป็นที่จับตาว่ามี messege อะไรซ่อนอยู่ไหม และหนึ่งในชุดที่ชวนให้คนครุ่นคิดมากที่สุดก็คือลุคของ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ของเรานี่เอง!

แค่มองไกลๆ ลุคของลิซ่าก็แซ่บสะใจแล้ว เพราะเธอมาในชุดลูกไม้สีดำจาก Louis Vuitton ที่ท่อนบนมีเบลเซอร์ลูกไม้สวมทับบอดี้สูท และท่อนล่างมีเพียงกางเกงชั้นในของบอดี้สูทกับถุงน่องปักลาย LV เท่านั้น

และลายปักที่เห็นชัดเจนจากท่อนล่างของบอดี้สูทนี่เอง ที่ทำให้หลายคนซูมอินจนเห็นว่าเป็นแพทเทิร์นใบหน้าของผู้หญิงจำนวนหนึ่งตลอดทั้งบอดี้สูทตัวนั้น ซึ่งหนึ่งในใบหน้าเหล่านั้น ก็ชวนให้คนคิดว่าใช่ใบหน้าของ ‘Rosa Parks’ หรือเปล่า? และถ้าใช่ นี่ก็นับเป็นการเชิดชูผู้หญิงได้แบบใหม่ๆ และน่าประทับใจเอามากๆ

และสำหรับใครที่อาจยังไม่เคยได้ยินชื่อ Rosa Parks (1913-2005) คือนักเคลื่อนไหวหญิงอเมริกันผิวดำผู้เข้าร่วมเข้าองค์กรเรียกร้องสิทธิพลเมืองของคนผิวดำตั้งแต่ปี 1946 ต่อมาในปี 1955 เธอเป็นที่รู้จักจากการ “ไม่ยอมลุกให้คนขาวนั่ง” ซึ่งนับว่าผิดกฎหมาย Jim Crow ที่ใช้แบ่งแยกคนผิวขาวกับคนผิวดำในอเมริกาในพื้นที่สาธารณะ

ตามกฎหมาย Jim Crow ที่มีเป้าหมายในการกดทับอำนาจของคนผิวดำหลังจากการเลิกทาสให้ยังคงอยู่ในฐานะพลเมืองชั้นสอง กำหนดให้คนผิวดำไม่สามารถใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกับคนขาวได้ บนรถเมล์ คนผิวดำต้องนั่งด้านหลังรถเท่านั้น และถ้าที่นั่งของคนขาวเต็ม คนดำก็ต้องลุกให้คนขาวนั่งแทน ไม่เพียงเท่านั้นยังห้ามใช้ห้องน้ำร่วมกัน ห้ามดื่มน้ำร่วมกัน ในร้านอาหารหรือโรงหนังคนดำก็ต้องใช้ประตูด้านหลังหรือแยกโซนนั่ง ที่สำคัญคือคนดำไม่สามารถเข้าเรียนโรงเรียนร่วมกับคนขาว ซึ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาอย่างมาก

และการที่โรซาไม่ยอมลุกให้คนขาวนั่งบนรถเมล์ ก็ทำให้เธอถูกดำเนินคดีและนำไปสู่การเคลื่อนไหวของคนผิวดำเกือบทั้งประเทศ ทั้งการไม่ยอมขึ้นรถเมล์และและเกิดขบวนการเรียกร้องอีกมากมาย ซึ่งถูกจุดติดจากการ ‘นั่งนิ่ง’ ของเธอ คนดำหลายคนเดินหน้าฟ้องเรื่องการแบ่งแยกสีผิวบนรถโดยสาร จนในที่สุด เมื่อมาถึงคดีของ Browder v. Gayle ศาลก็ตัดสินว่าการแบ่งแยกสีผิวบนรถโดยสารป็นสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

และต่อมาในปี 1964 กฎหมาย Jim Crow ถูกแทนที่ด้วย Civil Rights Act ที่ให้ความเป็นธรรมกับพลเมืองผิวดำแทน ซึ่งโรซา พากส์ นี่เองที่ได้รับการขนานนามให้เป็น ‘มารดาแห่งสิทธิพลเมือง’ โดยเธอต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากหลังถูกจับและปรับเงินในครั้งนั้น แต่เธอยังคงต่อสู้เพื่อร่วมผลักดันกฎหมายสิทธิพลเมืองให้เกิดขึ้น ในบั้นปลายของชีวิต เธอได้รับ Medal of Freedom จากประธานาธิบดี Bill Clinton ในปี 1996 ได้รับ Congressional Gold Medal ในปี 1999

เธอเสียชีวิตในปี 2005 เธอได้รับเกียรติให้ตั้งศพไว้ใน US Capitol ซึ่งสงวนไว้สำหรับบุคคลสำคัญระดับชาติ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...