โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“แผ่นแปะหรือถุงร้อนไคโระ” มีวิธีการใช้ที่ถูกต้องกับข้อห้ามอย่างไรบ้าง?

conomi

อัพเดต 20 ก.ค. 2568 เวลา 09.32 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2568 เวลา 09.00 น. • conomi.co

“หนาวจังเลย!” คงเป็นสิ่งที่ผู้อ่านหลายท่านรู้สึกกันเมื่อต้องเดินทางมาญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาวกันใช่ไหมคะ? และเชื่อได้เลยว่าหลายคนก็ต้องเคยใช้ “ฮีตเตอร์จิ๋วเคลื่อนที่” หรือ “แผ่นแปะหรือถุงร้อนไคโระ” กัน ว่าแต่ทุกคนเคยเอ๊ะใจกันไหมว่าตัวเราได้ใช้เจ้าแผ่นแปะหรือถุงร้อนไคโระนี้กันได้อย่างถูกวิธีแล้วหรือเปล่า? ยิ่งไปกว่านั้นข้อห้ามในการใช้มีอะไรกันบ้าง? ตามไปดูพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

คนญี่ปุ่นเริ่มใช้แผ่นแปะหรือถุงร้อนไคโระตั้งแต่เมื่อไร?

(ตัวอย่าง) “หินร้อน” (Onjaku = 温石) ในสมัยอดีต

ในยุคเอโดะ (ปี ค.ศ. 1603 – ปี ค.ศ. 1868) ผู้คนนิยมนำ “หินร้อน” (Onjaku = 温石) ไปอุ่นให้ร้อนในเตาถ่านอิโอริ (Irori =囲炉裏) หรือในกองไฟ แล้วนำมาห่อด้วยผ้าก่อนนำไปใส่ไว้ในอกเสื้อด้านในของชุดกิโมโนเพื่อให้ความอบอุ่น ซึ่งการกระทำนี้หลายฝ่ายเชื่อกันว่าเป็นต้นกำเนิดของแผ่นแปะหรือถุงร้อนไคโระนั่นเองค่ะ

ไคโระชนิดถ่าน

พอเข้าสู่ยุคเมจิ (ปี ค.ศ. 1868 – ปี ค.ศ. 1912) ก็ได้มีการริเริ่มนำเอาแกนกัญชงมาป่นทำเป็นผงผสมกับถ่านแล้วจึงนำมาปั้นขึ้นเป็นรูปทรงแท่งเรียวยาว ก่อนนำมาใส่ในภาชนะบรรจุที่ทำมาจากโลหะ เมื่อจะใช้ก็นำไปจุดไฟแล้วจึงนำมาใส่ถุงผ้าอีกทีแล้วค่อยพกใส่ไว้ด้านในเสื้อ เรียกไคโระชนิดนี้ว่า “ไคโระชนิดถ่าน” (Kairobai = カイロ灰 หรือ 懐炉灰)

ต่อมาเมื่อเข้าสู่ยุคสมัยไทโช (ปี ค.ศ. 1912 – ปี ค.ศ. 1926) ก็ได้เกิด “เบนซินออยไคโระ” (Benjin Oiru Kairo = ベンジンオイルカイロ) ขึ้น โดยความร้อนที่ได้นั้นเกิดจากปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างน้ำมันเบนซินและแพลตินั่ม ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่กว่าจะพัฒนามาได้กลายมาเป็น “แผ่นแปะหรือถุงร้อนไคโระแบบใช้แล้วทิ้ง” ก็เมื่อปี ค.ศ. 1978 แล้วนั่นเอง

แม้จะเพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน แต่ด้วยความที่มีน้ำหนักเบา พกพาได้ง่าย แผ่นแปะหรือถุงร้อนไคโระแบบใช้แล้วทิ้งจึงกลายมาเป็นสินค้ายอดฮิตสุดนิยมมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ โดยการทำงานของมันก็คือ เมื่อผงเหล็กด้านในสัมผัสกับอากาศก็จะทำปฏิกิริยาและปล่อยความร้อนออกมาค่ะ

ประโยชน์ของการใช้

ประโยชน์ของการใช้ไคโระ

ในปัจจุบันแผ่นแปะหรือถุงร้อนไคโระไม่ได้เป็นเพียงแค่ไอเท็มที่นิยมใช้ในวันอากาศหนาวหรือในฤดูหนาวเท่านั้น ในฤดูร้อนสำหรับนักปีนไต่เขาหรือคนที่ชอบทำกิจกรรมปีนเขาก็ถือเป็นหนึ่งในไอเท็มที่จะขาดไปไม่ได้เลยทีเดียว เนื่องจากเวลาที่ทำกิจกรรม เช่น การเดินป่าหรือปีนเขาสูง ร่างกายจะเกิดภาวะอุณหภูมิลดต่ำลงได้ง่าย ถ้าไม่ระวังอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นการนำแผ่นแปะหรือถุงร้อนไคโระมาติดแปะตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายนอกจากจะช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นแล้ว ยังทำให้ระบบเผาผลาญและการไหลเวียนของเลือดดียิ่งขึ้นไปอีกด้วยค่ะ

เราควรใช้แผ่นแปะส่วนไหนของร่างกาย?

ไคโระใช้แปะส่วนไหน

บริเวณที่แนะนำให้ทำการแปะคือ “บริเวณช่วงครึ่งล่างของร่างกาย” ค่ะ เช่น หลังฝ่าเท้า ต้นขาด้านใน เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดใหญ่ผ่าน ถ้าแปะบริเวณนี้ระบบไหลเวียนของเลือดก็จะไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น

ส่วนอื่น ๆ ของร่างกายที่แนะนำเพิ่มเติมก็มีเช่น “ก้นและบริเวณหน้าท้อง” (ต่ำกว่าหน้าอกลงไปและสุภาพสตรีที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงไม่แปะบริเวณหน้าท้องนะคะ) หรือถ้าใครรู้สึกมีอาการปวดเมื่อยล้าตา ก็แนะนำให้ติดแปะแผ่นบริเวณกลางหลังด้านล่างทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เพราะเป็นบริเวณของไต และตากับไตนั้นสัมพันธ์กัน การติดหรือแปะแผ่นแปะหรือถุงร้อนไคโระบริเวณนี้จึงจะได้ผลดีค่ะ และถ้าใครมีอาการปวดบ่าคอไหล่ ก็ให้แปะบริเวณหลังคอหรือตรงกลางบริเวณกระดูกสะบักก็จะช่วยได้เช่นกันค่ะ

แล้วจุดไหนของร่างกายที่เราไม่ควรแปะ?

ไคโระๆม่ควรใช้แปะส่วนไหน

บริเวณที่ควรเลี่ยงเลยก็คือ “บริเวณหัว รักแร้และหน้าอก” โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหน้าอกเนื่องจากเป็นบริเวณที่เหงื่อออกง่าย พอเหงื่อออกมากร่างกายก็จะรู้สึกเย็นมากขึ้นตาม ดังนั้นแทนที่จะช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นกลับจะให้ผลตรงข้ามแทนค่ะ

และสำหรับจุดต่อมาได้แก่ “บริเวณใกล้หัวใจ” เนื่องจากถ้าแปะบริเวณนี้หัวใจก็จะทำงานหนักมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลทำให้เรารู้สึกเจ็บหน้าอกและเกิดอาการอยากที่จะอาเจียนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีปัญหาโรคหัวใจและผู้มีปัญหาด้านโลหิตความดันสูงต้องระวังเป็นอย่างยิ่งค่ะ (อย่าลืมว่าการใส่แผ่นแปะหรือถุงร้อนไคโระไว้ในกระเป๋าหน้าอกก็เป็นพฤติกรรมที่ห้ามทำเช่นกันนะคะ)

ชนิดของแผ่นแปะร้อนแบบใช้แล้วทิ้งมีกี่แบบ?

1. ชนิดธรรมดา (ไม่มีกาว) สำหรับถือพกพา ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกางเกง

ชนิดของแผ่นแปะร้อนแบบใช้แล้วทิ้ง

แผ่นแปะหรือถุงร้อนไคโระชนิดนี้จะไม่มีกาวด้านหลัง หลังจากแกะออกจากซองแล้วให้ทำการเขย่าประมาณ 4 – 5 ครั้ง ตัวแผ่นหรือถุงก็จะค่อย ๆ อุ่นร้อนขึ้นมาเอง ทั้งนี้ ไม่ควรที่จะขยำหรือเขย่าแผ่นหรือถุงมากจนเกินไป เพราะนอกจากจะไม่ได้ช่วยทำให้แผ่นหรือถุงร้อนมากขึ้นแล้ว กลับทำให้ผงที่อยู่ด้านในแผ่นหรือถุงไปอุดตันตามรูอากาศกลายเป็นส่งความร้อนออกมาด้านนอกได้ไม่เต็มที่แทนค่ะ

2. ชนิดแปะเข้ากับเสื้อผ้ารวมไปถึงถุงเท้า

(ตัวอย่าง) แผ่นแปะไคโระสำหรับติดแปะที่ถุงเท้า (เครดิตภาพ : XROSSX)

ตามชื่อสินค้าแผ่นแปะหรือถุงร้อนไคโระแบบนี้วิธีการใช้ คือ “นำมาแปะที่เสื้อผ้ารวมไปถึงถุงเท้า” นั่นเองค่ะ ในส่วนของข้อควรระวังในการใช้ก็เช่น ไม่ควรแปะแผ่นให้สัมผัสกับผิวหนังโดยตรง ไม่ควรกดทับบริเวณจุดที่แปะแผ่นแปะหรือถุงร้อนไคโระ ไม่ควรแปะในจุดหรือบริเวณเดิมซ้ำ ๆ นาน ๆ (ถ้ารู้สึกว่าแผ่นแปะหรือถุงร้อนไคโระมีความร้อนมากเกินไปก็ควรหยุดใช้ทันทีนะคะ) และไม่ควรแปะหรือใช้ตอนนอนเป็นอันขาด เพราะอาจจะทำให้ผิวหนังเกิดอาการแสบร้อนเป็นแผลขึ้นได้ค่ะ

แผ่นแปะร้อนไคโระ

ปัจจุบันเมื่อเรารู้สึกหนาว ก็ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องทนกับอากาศหนาวอีกต่อไป สามารถใช้แผ่นแปะหรือถุงร้อนไคโระได้อย่างทันใจ ต้องขอบคุณความคิดของคนในสมัยก่อนกันจริง ๆ เลยว่าไหมคะ? ถ้าใครยังไม่เคยลองเจ้าแผ่นแปะหรือถุงร้อนไคโระนี้ แนะนำถ้ามีโอกาสลองใช้กันดูนะคะ รับรองจะต้องติดใจแน่นอนค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก : tenki.jp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...