โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผิดเหรอที่ฉันเป็นแบบนี้? : เพนตากอนเผยทหารข้ามเพศยังสามารถอยู่ในกองทัพได้ แต่ต้องปฏิเสธอัตลักษณ์ของตนเอง

Bangkok Pride

เผยแพร่ 07 มี.ค. 2568 เวลา 05.00 น. • ณตภณ ดิษฐบรรจง
ผิดเหรอที่ฉันเป็นแบบนี้? : เพนตากอนเผยทหารข้ามเพศยังสามารถอยู่ในกองทัพได้ แต่ต้องปฏิเสธอัตลักษณ์ของตนเอง

บันทึกช่วยจำฉบับใหม่ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) เปิดเผยว่า ทหารข้ามเพศที่ต้องการอยู่ในกองทัพต่อไปจะต้องได้รับการยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งมีเงื่อนไขว่าพวกเขาจะต้องปฏิเสธอัตลักษณ์ทางเพศของตนเอง

บันทึกดังกล่าวมีชื่อว่า "Clarifying Guidance on Prioritising Military Excellence and Readiness: Retention and Accession Waivers" ซึ่งถูกนำเสนอต่อศาลในคดี Talbott vs. Trump โดยองค์กรสิทธิมนุษยชน GLAD Law และ National Center for Lesbian Rights เพื่อคัดค้านคำสั่งของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการห้ามบุคคลข้ามเพศรับราชการทหาร

คำสั่งดังกล่าว ซึ่งลงนามโดยทรัมป์เมื่อปลายเดือนมกราคม ระบุว่า กองทัพกำลังเผชิญกับ "อุดมการณ์ทางเพศแบบสุดโต่ง" และกล่าวว่า "การแสดงออกถึงอัตลักษณ์ทางเพศที่ไม่ตรงกับเพศกำเนิดไม่สามารถผ่านมาตรฐานอันเข้มงวดของกองทัพได้"

ภายใต้บันทึกช่วยจำฉบับใหม่ ทหารข้ามเพศอาจได้รับการยกเว้นให้อยู่ในกองทัพต่อไปได้หาก

✅ พวกเขามีทักษะเฉพาะที่จำเป็นต่อความสามารถทางการทหารของประเทศ

✅ พวกเขายอมรับและปฏิบัติตามเพศกำเนิดของตนเอง

✅ ต้องใช้ชีวิตตามเพศกำเนิดเป็นเวลาอย่างน้อย 36 เดือนติดต่อกัน

✅ ต้องไม่เคยพยายามเปลี่ยนแปลงเพศหรือเข้ารับการรักษาที่เกี่ยวข้องกับการข้ามเพศ

✅ ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานของเพศกำเนิดในทุกด้าน

บันทึกช่วยจำยังระบุว่า การพิจารณายกเว้นจะเป็น "กรณีต่อกรณี" เท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้ มีบันทึกช่วยจำอีกฉบับที่ถูกนำเสนอในชั้นศาล ซึ่งกำหนดให้กระทรวงกลาโหมต้องระบุรายชื่อทหารข้ามเพศภายใน 30 วัน และเริ่มกระบวนการ "ปลดออกจากกองทัพ" ภายใน 30 วันหลังจากนั้น

อย่างไรก็ตาม มีทหารข้ามเพศหลายคนในกองทัพสหรัฐฯ ออกมาคัดค้านนโยบายของทรัมป์ โดยยืนยันว่าอัตลักษณ์ทางเพศของพวกเขา ไม่ควรถูกนำมาเป็นข้อจำกัดในการรับราชการ เช่น Alexandria Holder จ่าทหารอากาศและนักวิเคราะห์ภาษาลับระดับสูง ที่ปฏิบัติหน้าที่มากว่า 20 ปี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Task & Purpose ว่า "สำหรับใครบางคนที่จะบอกว่าฉันไม่ได้ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ และสิ่งที่ฉันทำไม่มีคุณค่าในเครื่องแบบทหาร มันเจ็บปวดมาก"

นอกจากนี้ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิชี้ว่า คำสั่งของทรัมป์ละเมิดหลักการพื้นฐานของความเสมอภาคในกองทัพ และขัดต่อคำตัดสินก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าการห้ามทหารข้ามเพศเป็นสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญอีกด้วย ซึ่งการเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามนโยบายความเสมอภาคในรัฐบาลและกองทัพ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่ากลุ่มคนข้ามเพศและ LGBTQIAN+ อาจเผชิญกับการเลือกปฏิบัติมากขึ้นในอนาคต

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...