โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สินทรัพย์ทางดนตรี อนาคตอุตฯบันเทิงไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 มี.ค. 2568 เวลา 02.20 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2568 เวลา 02.20 น.

ผลประกอบการของ 2 ยักษ์วงการบันเทิงไทยอย่างแกรมมี่ และอาร์เอส ในปี 2567 ที่ผ่านมาสะท้อนถึงแง่มุมต่าง ๆ ของธุรกิจบันเทิงทั้งทิศทาง, โอกาส และความท้าทายในวงการธุรกิจบันเทิงของไทยรวมไปถึงระดับโลก โดยเฉพาะด้านการใช้ประโยชน์จาก “สินทรัพย์ทางดนตรี” (Music IP : Music Intellectual Property) หรือลิขสิทธิ์ในคอนเทนต์เพลง เพื่อต่อยอดสร้างรายได้ และการเติบโตในระยะยาว

“บุษบา ดาวเรือง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จํากัด (มหาชน) ฉายภาพว่า อุตสาหกรรมเพลงยังมีการเติบโตแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในส่วนของการสตรีมมิ่ง และ Music Subscription ซึ่งเป็นตัวผลักดันสำคัญของธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบการที่มี “สินทรัพย์ทางดนตรี” อยู่ในมือได้เปรียบ

เห็นได้จากอุตสาหกรรมเพลงทั่วโลกเติบโตเฉลี่ย 11% ต่อปี ขณะที่อุตสาหกรรมเพลงไทย เติบโตสูงถึงเฉลี่ย 26% ต่อปี โดยมีดิจิทัลสตรีมมิ่งเป็นแรงหนุนสำคัญ หลังปัจจุบันตลาดสตรีมมิ่งและ Music Subscription ทั่วโลกสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศไทยนั้นตลาดยังมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เกิดการเติบโตนี้ มาจาก“สินทรัพย์ทางดนตรี” ซึ่งนับเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างรายได้จากการเผยแพร่, การนำไปใช้, การทำซ้ำ, ดัดแปลง และอื่น ๆ

พร้อมย้ำความเชื่อมั่นว่า ด้วยลิขสิทธิ์ในคอนเทนต์เพลง ซึ่งสั่งสมและมีการพัฒนาต่อยอดมานานกว่า 40 ปี ร่วมกับการมี Music Infrastructure ที่ครบวงจร จะช่วยให้จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

ปี’67 ธุรกิจเพลง-หนังโตพุ่ง

ศักยภาพของการมีสินทรัพย์ทางดนตรี ร่วมกับกระแสการเติบโตของอุตสาหกรรม เห็นได้จากผลประกอบการปี 2567 ของแกรมมี่

โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ อธิบายว่า กระแสการเติบโต และสินทรัพย์ทางดนตรี เป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้ปี 2567 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 6,165 ล้านบาท เติบโตขึ้น 3.9% จากปี 2566 โดยมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ 405.9 ล้านบาท เติบโตขึ้น 100.2%

มีธุรกิจเพลง และธุรกิจภาพยนตร์เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ หลังธุรกิจเพลงมีรายได้ 4,063.4 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 133.3 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นำโดยธุรกิจดิจิทัล และธุรกิจโชว์บิซ ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญของการสร้างรายได้

ส่วนธุรกิจภาพยนตร์ มีรายได้ 695.8 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 341.5 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 96.4% ด้วยรายได้จากภาพยนตร์เรื่องหลานม่า ที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีทั้งในและต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอื่น ๆ มีรายได้ลดลง หรือเติบโตเพียงเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโฮมช็อปปิ้งมีรายได้ 1,166.3 ล้านบาท ลดลง 203.2 ล้านบาท หรือลดลง 14.8% ตามยอดขายทั้งในช่องทางดาวเทียมและทีวีดิจิทัลที่ลดลง

เช่นเดียวกับธุรกิจจัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวี ซึ่งปิดรายได้ที่ 127.5 ล้านบาท ลดลง 24.7 ล้านบาท หรือลดลง 16.2% เพราะยอดขายกล่องทีวีดาวเทียมลดลงตามพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป สำหรับส่วนแบ่งกำไรจาก The ONE Enterprise อยู่ที่ 140.3 ล้านบาท เติบโตขึ้น 7.3 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.5%

ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าด้วยลิขสิทธิ์ในคอนเทนต์เพลงซึ่งสั่งสมและมีการพัฒนาต่อยอดมานานกว่า 40 ปี ร่วมกับการมี Music Infrastructure ที่ครบวงจร จะช่วยสร้างการเติบโตให้กับบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง

RS จับกระแสสปีด 2 ธุรกิจ

ในส่วนของอาร์เอส ยักษ์ธุรกิจบันเทิงอีกรายนั้น แนวทางในปี 2568 มีความคล้ายคลึงกัน โดยธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์จะเร่งพัฒนาคอนเทนต์ข่าว และรายการวาไรตี้ เพื่อสร้างการเติบโตให้กับฐานผู้ชมออนไลน์ ส่วนธุรกิจเพลงเน้นสร้างเพลงใหม่ ๆ ออกมาเพื่อต่อยอดรายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์ บริหารศิลปิน การใช้ดนตรีเพื่อทำตลาด (Music Marketing) และต่อยอดสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้สะดวกและง่ายขึ้น ส่วนการจัดอีเวนต์ มุ่งพัฒนาอีเวนต์ที่แตกต่างและสร้างสรรค์มากขึ้น

ด้านธุรกิจพาณิชย์นั้น จะใช้กลยุทธ์ออมนิแชนเนล เสริมศักยภาพการจำหน่ายสินค้าสุขภาพให้ครอบคลุมทุกช่องทาง พร้อมเดินหน้าพัฒนาแบรนด์เครื่องหอมและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว Erb ซึ่งจะรับรู้รายได้เต็มปี รวมถึงขยายไลน์สินค้าและเพิ่มช่องทางจำหน่ายทั้งผู้บริโภคทั่วไป และลูกค้าองค์กร อาศัยจังหวะจากกระแสการเติบโตของธุรกิจสปาเป็นแรงผลักดันสำคัญ เช่นเดียวกับธุรกิจสินค้าและบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ที่มุ่งต่อยอดสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ของธุรกิจให้สมบูรณ์ ทั้งนี้ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเติบโตระดับ 20-25% ในปี 2568

ปรับโครงสร้างทำรายได้สะดุด

ส่วนปี 2567 นั้น อาร์เอสมีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,678.9 ล้านบาท ลดลง 26.6% จากปีก่อนหน้า โดยบริษัทระบุว่า เป็นผลจากการชะลอตัวของ 2 ธุรกิจหลัก ที่อยู่ระหว่างปรับโครงสร้าง ส่งผลให้ธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์มีรายได้ 1,363.8 ล้านบาท ลดลง 38.5% จากปีก่อนหน้า ด้วยผลกระทบหลักจากรายได้สื่อที่อ่อนตัว และกิจกรรมคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ที่ลดลง รวมถึงรายได้การขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่ลดลงเช่นกัน

ขณะที่ธุรกิจพาณิชย์ในปี 2567 มีรายได้ 1,314.9 ล้านบาท ลดลง 8.2% จากแนวโน้มความนิยม Home Shopping ที่ลดลง สวนทางกับช่องทางออนไลน์ที่เติบโต 68.3% ด้านสินค้าและบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมีรายได้ 242.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101.8% จากความสำเร็จของแบรนด์ Lifemate การขยายไลน์สินค้าอาหาร Superfood สำหรับสัตว์เลี้ยง เช่นเดียวกับการขยาย Hato Pet Wellness สู่ธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์ครบวงจร เพื่อตอบโจทย์กลุ่ม Premium Mass

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สินทรัพย์ทางดนตรี อนาคตอุตฯบันเทิงไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...