โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วัดสมัยอโยธยา มีพระปรางค์มหาธาตุ อยุธยา โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 มิ.ย. 2566 เวลา 10.23 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2566 เวลา 10.23 น.
ตามรอย “ลิซ่า” – หนุ่มสาวเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมโบราณสถานวัดมหาธาตุ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ตามรอยลิซ่า แบล็กพิงก์ ศิลปินชื่อดัง ที่โพสต์รูปผ่านอินสตาแกรมแต่งชุดไทยไหว้พระ เที่ยวชมโบราณสถานแห่งนี้ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน (ภาพจาก มติชน ฉบับวันอังคารที่ 6 มิถุนายน 2566 หน้า 1)

วัดมหาธาตุ อยุธยา อยู่ริมบึงพระราม (เดิมเรียกหนองโสน) แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่สมัยอโยธยาสืบเนื่องถึงสมัยอยุธยา

พระมหาธาตุ (ในวัดมหาธาตุ) เมื่อสร้างครั้งแรกเป็นสถาปัตยกรรมสมัยอโยธยา ได้แบบจากปรางค์เขมร (ขอม) รูปทรงล่ำ (บอกในพงศาวดาร) หมายถึงอ้วนป้อม ซึ่งน่าจะก่อด้วยศิลาแลงผสมอิฐ ราว พ.ศ. 1700-1800

กษัตริย์สมัยอยุธยาสถาปนาพระปรางค์เป็นพระมหาธาตุ ต่อมาเคยพังทลายลง ทำให้กษัตริย์สมัยอยุธยาหลังจากนั้นบูรณะให้องค์สูงใหญ่แล้วมีการปฏิสังขรณ์สืบเนื่องมาจนกรุงแตก 2310

ปรางค์พระมหาธาตุ วัดมหาธาตุ อยุธยา ตั้งแต่ยอดถึงฐานพังทลายเหลือแต่ซากในแผ่นดิน ร.5 (มีกล้องถ่ายรูปแล้ว) จึงมีภาพถ่ายเก่าก่อนพระมหาธาตุล้ม ซึ่งแสดงชัดเจนถึงลักษณะพระปรางค์แบบเขมร (ขอม)

อโยธยา กับ อยุธยา เป็นคนละเมืองที่สืบเนื่องกัน มีทั้งส่วนเหมือนกัน และส่วนต่างกัน

อโยธยาเป็นเมืองเก่าของอยุธยา ส่วนอยุธยาเป็นเมืองใหม่ของอโยธยา

อยุธยาถูกเรียกว่า “เมืองใหม่” จากชาวเปอร์เซีย (อิหร่าน) เขียนด้วยภาษาอาหรับว่า “ซะหริเนาว์” (แปลว่าเมืองใหม่) เมื่อ (พุทธศตวรรษที่ 20) พ.ศ. 1985 สมัยอยุธยาตอนต้น (แผ่นดินบรมราชา 2 สามพระยา)

ต่อมาอยุธยาถูกเรียกว่า “เมืองใหม่” ในแผนที่โลกแผ่นเก่าสุด (พุทธศตวรรษที่ 21) พ.ศ. 2002 (1.) ทำโดยชาวเวนิส (อิตาลี) และ (2.) เรียกอยุธยาด้วยคำอาหรับตามชาวเปอร์เซีย (อิหร่าน) [จากหนังสือ กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง ของ ธวัชชัย ตั้งศิริวานิช สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2549 หน้า 17]

อโยธยา มาจาก “อโยธยาศรีรามเทพ” (แปลว่า) เมืองแห่งชัยชนะของพระรามองค์อวตาร

อยุธยา มาจาก “กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา”(แปลว่า) เมืองสวรรค์อันเป็นที่สถิตของพระกฤษณะและของพระราม หมายถึง กรุงเทพ (อยุธยา) เมืองสวรรค์ ที่สืบจากเมืองทวารวดีของพระกฤษณะ (ลพบุรี) และเมืองอยุธยาของพระราม(พระนครศรีอยุธยา)

อยุธยาถูกเรียกจากวรรณกรรมสมัยต่อมาด้วยชื่อต่างกัน เช่น อยุธยา, กรุงเทพทวารวดี, อโยธยา เป็นต้น

“รามาธิบดี” กษัตริย์องค์สุดท้ายอโยธยา และเป็นกษัตริย์องค์แรกของอยุธยา

พื้นที่ทับซ้อนต่อเนื่องกัน ดังนี้ อโยธยา มีพื้นที่ตะวันตกถึงหนองโสน (บึงพระราม), วัดธรรมิกราช ส่วนอยุธยา มีพื้นที่ตะวันออกถึงเมืองอโยธยา มีวัดวาอารามเก่าได้รับยกย่องเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์

  • ฝรั่งเรียก “โยเดีย” จากชื่อเดิมอโยธยา

อโยธยา เป็นชื่อเดิมของเมืองเก่า เป็นที่รู้จักคุ้นเคยหลายร้อยปี

อยุธยา เป็นชื่อเมืองใหม่ ยังไม่เป็นที่รู้ทั่วไป เพราะ 1. อยุธยาเป็นชื่อในพิธีกรรม รับรู้แคบๆ ในกลุ่มชนชั้นนำ 2. คนทั่วไปคุ้นเคยชื่อเดิม จึงเรียกชื่อเดิมว่าอโยธยา

“โยเดีย” เป็นคำสำเนียงฝรั่งเรียกอยุธยาด้วยชื่อเดิมว่า “อโยธยา” เก่าสุดพบในแผนที่อุษาคเนย์โดยชาวเวนิส (อิตาลี) พ.ศ. 2097 เรียกอยุธยาว่า “โอเดีย” (Odia)

หลังจากนั้นในแผนที่ฝรั่งเรียกอยุธยาต่างๆ กันด้วยสำเนียงพื้นถิ่นของคนทำแผนที่ ได้แก่ Iudia, Judea, Judia, Juthia ถอดเสียงเป็นไทยอย่างรวมๆ ว่า “โยเดีย”

  • อยุธยา ถูกเรียกครั้งแรกอย่างเป็นทางการ พ.ศ. 1893

นักปราชญ์โบราณคดีทางการเชื่อว่า “อโยธยา” เป็นชื่อของอยุธยาตอนต้น ส่วนชื่ออยุธยาถูกเรียกหลังกรุงแตกครั้งแรก พ.ศ. 2112

แต่หลักฐานกฎหมายเก่าเรียกอยุธยาตั้งแต่แผ่นดินพระรามาธิบดีว่า “กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา”

โคลงกำสรวลสมุทร (แต่งราวเรือน พ.ศ. 2000) มีโคลงเรียกชื่ออยุธยา 2 ครั้ง ดังนี้

อยุธยายศยิ่งฟ้า ลงดิน แลฤๅ” และ “อยุธยายศโยคฟ้า ฟากดิน”

เป็นหลักฐานตรงไปตรงมาว่าอโยธยาถูกเปลี่ยนเป็นอยุธยาตั้งแต่หลังกาฬโรคระบาด แล้วเริ่ม “เมืองใหม่” เรียกอยุธยา ราว พ.ศ. 1893

  • อโยธยา ถูกผ่าซีก

เมืองอโยธยาถูกผ่าซีกครั้งแรกสมัย ร.5 ปัจจุบันมีโครงการผ่าซีกเมืองอโยธยาให้ย่อยยับด้วยโครงการรถไฟความเร็วสูง

คณกรรมการฯ ให้เลี่ยงไปทางอื่น แต่หน่วยงานรับผิดชอบการก่อสร้างพากันใช้อุบายขัดขืน ไม่ยอมทำตามมติกรรมการฯ

นักโบราณคดีบางคนเข้าร่วมการทำลายเมืองอโยธยาครั้งนี้ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...