เอม สรรเพชญ์ จากหน้ากล้องสู่หน้าจอเสียง
The Bangkok Insight
อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 04.42 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 04.42 น. • The Bangkok Insightเอม สรรเพชญ์ จากหน้ากล้องสู่หน้าจอเสียง หลังเจอดราม่าหนักหน่วง เมื่อได้มาพากย์ภาษาไทยของตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ชื่อดังอย่าง ซูเปอร์แมน
เรียกได้ว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นดราม่าที่ถูกพูดถึงอย่างมาก สำหรับบทบาทใหม่ของพระเอกหนุ่ม เอม-สรรเพชญ์ คุณากร ได้มาให้เสียงพากย์ภาษาไทยของตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ชื่อดังอย่าง ซูเปอร์แมน ซึ่งหลังจากแฟน ๆ ได้รับชมนั้น ก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก
- อินฟลูฯ คนดัง ประกาศโสดเป็นทางการ เบลล่า-ใบเฟิร์น ถึงกับเมนต์แซว
- หลิง-ออม หอบเค้กเซอร์ไพรส์วันเกิด หนุ่ม กรรชัย กลางรายการสด
- ทนายพัฒน์ ตอบแทน เมียหลวงไม่สนใจเงินที่ชำระเป็นของใคร ขอแค่เป็นเงินเท่านั้นพอ
เอม สรรเพชญ์ จากหน้ากล้องสู่หน้าจอเสียง
ซึ่งในเวลาต่อมาหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้น Warner Bros. Thailandได้ร่อนคำชี้แจงถึงการคัดเลือกเสียงพากย์ไทยไว้ว่า เสียงไทย Superman ของ เอม สรรเพชญ์ ที่กำลังเป็นข้อพิพากอยู่ในตอนนี้บนโลกออนไลน์ นั่นได้รับการผ่านการคัดโดยมาตรฐาน Warner Bros ทั่วโลก โดยชี้แจงว่าเสียงของคุณเอม สรรเพชญ์ที่เสียงโทนเสียงทุ้มและหนักแน่น เป็นโทนเสียงที่ตรงกับความตรงการที่ต้องการจะถ่ายทอดตัวละคร Superman
ในขณะเดียวกันวันที่ 27 มิถุนายน 2568 เอม ก็ได้ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกถึงดราม่าพากย์เสียงที่เกิดขึ้น หลังมาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวนิทรรศการ “ซับใจไปกับ NA-NING (หน้านิ่ง)” ณ Photographer’s Gallery 1 ชั้น 2 ริเวอร์ซิตี้
“พูดตามตรงว่าเราเป็นคนที่อ่านคอมเมนต์อยู่แล้ว แต่พอเห็นคอมเมนต์พวกนี้ ซึ่งเราตีความเองว่าคนที่มาคอมเมนต์มาจากความรักของตัวละคร ซึ่งเราเห็นใจและเข้าใจเขามาก ๆ เพราะเราก็รักตัวละครนี้มาก เรารักซูเปอร์แมนมาก แล้วอยากเคลียร์เรื่องนี้ว่าการที่เรารับงานนี้ ไม่ได้รับเพื่อที่จะหวังกระแสหรืออยากได้เงินอะไรเลย เรารักในตัวละครนี้จริงๆ เราเป็นแฟนคลับ Superman มาตั้งแต่เด็กแล้ว ตั้งแต่ไม่ว่าจะเป็น เฮนรี แควิลล์, แบรนดอน เราธ์ Superman ในดวงใจของเราคือ Superman จาก Justice ซึ่งเป็นการ์ตูน
ในส่วนคอมเมนต์ที่ว่าเหมาะสมไหม เสียงดีหรือเปล่า เราถือว่ามันเกินหน้าที่ของนักแสดงแล้ว มันเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ ผู้บริหารทาง Warner Bros ที่เขาเลือกเรามาลองแคสบทบาทนี้ และเราได้แคสถูกทุกกระบวนการ และก็ผ่านการแคสติ้ง ซึ่งเราทำเต็มที่สุดๆ แล้ว”
ยืนยันเข้ามาแคสตามปกติ
ตอนแรกทาง Warner Bros อยากให้เราลองแคสติ้งดู เพราะเขาตีความซูเปอร์แมนแบบเวอร์ชั่นใหม่ เราก็ลองแคสกับผู้กำกับเสียง กับทีมผู้บริหารทาง Warner Bros และแคสดูสองรอบและต้องรอผลตอบแทนประมาณอาทิตย์นึง เพราะเขาต้องส่งให้ Warner Bros ทางต่างประเทศดูด้วยอีกทีนึง แล้วตอนที่พากย์เสียงในฐานะที่เราเป็นนักแสดง เราก็ใช้อินเนอร์ของนักแสดง
ไปแคสปกติเลย พี่เขาติดต่อมา แล้วเราก็เป็นแฟนคลับซูเปอร์แมนอยู่แล้ว เราถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากที่เขาให้เรา และเราก็ทำให้ดีที่สุด สำหรับเราสิ่งที่เราพูดว่าเกินหน้าที่ว่าเราเหมาะหรือเปล่า เราว่าเราต้องเชื่อใจทีมงานด้วย พี่บริหารทาง Warner Bros ที่เขารู้มากกว่าเรา มีประสบการณ์มากกว่าเรามากในวงการการพากย์ เราก็เชื่อใจเขาที่เขาเลือกเราด้วยเหตุผล ที่เขาอยากตีความซูเปอร์แมนเป็นตัวใหม่แค่นั้นเลย แล้วเราก็อยากทำงานให้เต็มที่ให้ดีที่สุด และเราก็ทำด้วยความรักจริงๆ เพราะเรารักตัวละครนี้จริงๆ”
ไม่เครียดโดนวิจารณ์ วอนขอให้ทุกคนเข้าใจว่าตนก็รักตัวละครนี้จริง ๆ
หนักครับ พี่เขาก็ได้บรีฟว่าซูเปอร์แมนตัวนี้จะเป็นซูเปอร์แมนที่เป็นมนุษย์มาก เป็นซูเปอร์แมนที่มีความอ่อนแอมาก เป็นคนปกติเลย แค่เป็นคนปกติที่มีพลังพิเศษ และมันจะมีความแตกต่างระหว่างคลาร์ก เคนต์ กับซูเปอร์แมนมากๆ ในเสียงและการแสดงของพี่เดวิด คอเรนสเว็ต เรายังงงเลยตอนเราไปแคสและเห็นฉาก พี่เดวิดเล่นอารมณ์เยอะมาก เสียงขึ้นสูงมาก เรายังช็อกเลย แต่ว่ามันคือการตีความที่ใหม่ และเหมาะกับตัวละครนี้มาก ในฐานะแฟนคลับท่านนึง
เครียดไหม
ไม่เครียดเลย เพราะเราเป็นคนที่แยกเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวได้ดีมาก เพิ่งรู้ตัวตอนนี้แหละว่าเราแยกได้ดี แต่เชื่อตลอดว่าทุกคนควรมีความคิดเห็นของตัวเองและมีสิทธิที่แสดงความคิดเห็นของตัวเองได้ ไม่มีอะไรผิดไม่มีอะไรถูก มันคือเรื่องงาน จะชอบหรือไม่ชอบแล้วแต่คุณเลย
แต่ขอแค่ความคิดเห็นเหล่านั้นที่คุณปล่อยออกมาไม่ทำร้ายคนอื่นแค่นั้นเราโอเคเลย เราไม่ต้องการให้ทุกคนมาชอบ แต่เราแค่ขอให้ทุกคนเข้าใจว่าเรารักตัวละครตัวนี้เช่นกัน”เชื่อในทีมงานและผู้บริหารที่มองเห็นศักยภาพ
“อันนี้เราไม่ได้รู้เรื่องก่อนหน้าจะรับบท และเราเชื่อในแง่การนักพากย์เวอร์ชั่นนักแสดง เราไม่มีความรู้พอในวงการนี้ในเรื่องนี้ที่จะตอบได้เต็มปากจริงๆ แต่ว่าเราก็เข้าใจทุกคำพูดของคนดูทุกคน เพราะเราก็อ่านทุกคอมเมนต์ และเราก็พยายามตีความว่าเขาพูดสิ่งนี้ทำไม เราก็ฟังเหตุผล เราเป็นคนที่ไม่ใช้อารมณ์อยู่แล้ว อย่างที่บอกว่าทุกคนมีเหตุผลอะไรตามสบายเลย ขอแค่อย่ามาทำร้ายคนอื่นก็โอเคแล้ว ถามว่าน้อยใจไหม เข้าใจครับ แต่มันก็คือสิทธิของเขาจริงๆ และเราก็เชื่อใจในทีมอย่างเต็มร้อยอยู่แล้ว เพราะเราไม่กล้าคิดว่าเรารู้ดีไปกว่าผู้บริหารทาง Warner Bros คือเราเชื่อใจเขาเต็มร้อยแค่นั้นเลยครับ
โดยเฉพาะหนังเรื่องนี้มันทำมาเพื่อคนดูอยู่แล้ว เราก็อยากให้คนดู Superman แฮปปี้มากจริงๆ แต่เราทำงานอย่างเต็มที่ แล้วเราเชื่อมั่นในทีม และเรามาจากที่เรารักจริงๆ เราไม่ได้ทำเพื่ออะไรเลยจริงๆ เราไม่ต้องการอะไรจริงๆ แค่อยากให้ทุกคนเข้าใจสิ่งนี้ ไม่ได้อยากให้ทุกคนต้องมารักเรานะ หรือคิดว่าเราเหมาะนะ แค่อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเราทำสิ่งนี้จากการรักซูเปอร์แมน แล้วเราในฐานะนักแสดงมือใหม่ เราเชื่อใจที่ผู้ใหญ่เลือกเรา ให้เราผ่าน และดูแลเราตอนเราพากย์เสียง ไม่ใช่แค่ผู้บริหารทาง Warner Bros ผู้กำกับด้วยทีมพากย์ทุกคน”
เขาก็มีมาตรฐาน
ใช่ครับ ไม่งั้นผมคงไม่ได้รับบทหรอก เพราะมันเป็นสิ่งที่เขามาเสนอเรา เราก็เชื่อใจในพี่เขาแค่นั้นเลย เราก็ทำงานอย่างเต็มที่เพราะเรารักตัวละครนี้จริง ๆ
ทางบริษัทออกมาปกป้อง ดีใจที่พี่เขาเลือกเรา เห็นบางสิ่งบางอย่างในตัวเรา เห็นว่าเหมาะสมกับซูเปอร์แมนในเวอร์ชั่นใหม่ของเขา พูดตามตรงคำวิจารณ์หรือคอมเมนต์ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกแย่หรืออะไรเลย อย่างที่บอกแฟร์มาก และเรายินดีต้อนรับทุกอย่างจริงๆ แค่อยากให้ทุกคนแฮปปี้ สิ่งหลักๆ เลยที่เราอยากให้ทุกคนรู้ว่าเรารักซูเปอร์แมน และเราเต็มใจกับงานนี้มาก ๆ และเราแค่เชื่อใจพี่ผู้ใหญ่ที่เขาเลือกเรามาและเห็นว่าเราเหมาะสมกับบทบาทแค่นั้นเลย
อย่างที่บอกเลยมาจากความรักจริงๆ และเราทำงานอย่างเต็มที่ เราอาจเป็นนักแสดงมือใหม่ แต่พี่ผู้บริหารที่เลือกเราเห็นว่าเราเหมาะ และพี่ผู้กำกับพากย์เสียงที่คุมทุกอย่างกับเรามือโปรทั้งนั้น มันไม่ใช่งานที่เราอยากพากย์เราก็มาพากย์ได้ เราเต็มที่กับงานนี้สุดๆ เราเชื่อใจในทีมที่เลือกเรา
เราเปิดกว้าง เราโอเคมาก คือผลงานจะออกมาอย่างไรก็ตาม เราต้องยอมรับในสิ่งนี้ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบเราโอเคมาก มันเป็นเรื่องงานและเราอยากให้ทุกคนชอบ อยากให้ทุกคนแฮปปี้ มันเป็นซูเปอร์แมน เราอยากให้คุณมีความหวัง อยากให้ทุกคนแฮปปี้แค่นั้นเลย ไม่ชอบเราไม่เป็นไร
ถ้างานพากย์ติดต่อมาอีกยังจะรับครับ ผมยังเชื่อใจผู้ใหญ่อยู่ ถ้าเกิดได้รับงานมาแล้ว แสดงว่าเขาเห็นบางอย่างในตัวเรา ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็มาพากย์ได้ ก็หวังว่าทุกคนจะแฮปปี้ คำวิจารณ์ทุกอย่างเราพร้อมรับหมดครับ”
และล่าสุด (17 ก.ค.) หนุ่มเอม ร่วมงานเปิดตัวโครงการ “หน้านิ่งอาสา สภากาชาดไทย” ณ บริเวณล็อบบี้ อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ก็ได้เปิดใจถึงประเด็นดราม่าพากย์เสียงด้วยว่า
“ได้รู้เรื่องราวแล้ว คำวิจารณ์ที่เกี่ยวกับตัวเรื่องราว ตัวงาน ผมรับได้ทั้งหมด และยินดีจะรับทั้งหมด แต่คอมเมนต์ที่เกินเส้น บูลลี่ ไม่ได้เป็นความจริง และเลยไปถึงพ่อแม่ผม ครอบครัวผม มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับใคร”
“ไม่นอยด์ครับ เราเป็นบุคคลสาธารณะ เราเข้าวงการนี้แล้ว ต้องรับคำวิจารณ์ได้ แต่ไม่รับคอมเมนต์ที่เกินเส้น ไม่ได้ถึงกับตกใจ แต่ว่าแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้แล้ว เราก็รับได้ เราพยายามดูว่าเขาพิมพ์เพื่อให้เราอยากให้พัฒนาตัวเอง หรือปลดปล่อยอารมณ์อะไรสักอย่าง”
เรียกว่าเป็นการโดนรับน้องรุนแรงมาก?
ผมก็เคยคิดว่า ถ้าเราเจอดราม่าจะเป็นยังไง ก็เราเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองว่าเรารับมือกับดราม่าแล้วเป็นยังไงบ้าง คือคุณพ่อก็ไม่ได้เครียดขนาดนั้น เพราะว่าเขามีประสบการณ์ในวงการนี้เยอะมากแล้ว ที่หลายคนก็ออกมาปกป้อง เราก็อยากฝากไปขอบคุณมาก ๆ ครับ ทุกคนมีสิทธิ์วิจารณ์ในขอบเขตของงาน แต่ว่าเกินเส้น ผมไม่เห็นด้วยจริง ๆ คุณพ่อไม่ได้เครียดขนาดนั้น แต่เขาเป็นห่วง แต่พอเห็นปฏิกิริยาของผม อ่อ เห็นว่าเอมรับได้
คนห่วง?
เราก็ใหม่ ผมเข้าใจ แต่ผมเป็นคนแบบนี้มาตลอด
- ‘ใจขังเจ้า’ กระแสแรงไม่มีแผ่ว ‘ณเดชน์-พาย’ เคมีฟาดเบอร์แรง!
- ‘ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก’ หน้าสดสวยมาก คนแห่ชมเพียบ สดใส ดูเด็กสุด ๆ
- ‘เวียร์ ศุกลวัฒน์’ ฉลองแต่ง 3 ปี มอบแหวนให้ภรรยา ‘วิกกี้ พีมนต์ญา’
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘เจนนี่ รัชนก’ ถือฤกษ์ดีเปิดบ้าน 100 ล้านทำบุญวันเกิด พร้อมเผยพรที่ขอ
- ตามรอยคุณพ่อ ลูกตาล ชโลมจิต เผยข่าวดี ได้เป็น ‘หมอ’ สมความตั้งใจแล้ว
- ‘โอ๋ ภัคจีรา’ เช็คอินปารีสกับ ‘เบียร์ สรณัฐ’ ถ่ายเล่น ๆ แต่หวานเหมือนพรีเวดดิ้ง
ติดตามเราได้ที่