โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รุมแฉวีรกรรม! พระนักเทศน์ดังฝักใฝ่เขมร สาปแช่งคนสุรินทร์ เคยถูกขับไล่ออกจากวัด

แนวหน้า

เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 17.00 น.

วันที่ 17 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีพระนักเทศชื่อดังชื่อว่า “หลวงตาซุจ พระนักเทศน์ชื่อดังจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเคยเดินสายแผ่ธรรมมะในต่างประเทศทางกัมพูชา ทั้งสหรัฐอเมริกา และเคยดูแลวัดถึง 7 แห่ง รวมถึงยังได้รับตำแหน่งที่ปรึกษาพระสังฆาราชกัมพูชา “หลวงตาซุจ”มีวิธีการพูดคุยเทศนาในแบบเฉพาะตัวของท่าน ทำให้ญาติโยมทั่งอีสานใต้ชื่นชอบการเทศนาของท่านที่เผยแพร่เรื่องพระพุทธศาสนาและแฝงไปด้วยความสนุก ตลก แน่นอนไม่มีใครที่จะไม่รู้จักหลวงตาซุจในโซนอีสานใต้

ต่อมาได้เกิดกระแสร้อนแรงหลังจาก“หลวงตาซุจ”ได้ไลฟ์สดลงเฟสบุ๊ค พูให้ท้ายประเทศกัมพูชาและยังมีการส่งเสบียงไปสนับสนุนฝั่งทหารของกัมพูชาบริเวณปราสาทตาเมือนธม หลังจากเกิดข้อพิพาดพื้นที่ทับซ้อนกันระหว่างไทยและกัมพูชา ประเด็นหลักที่ทำให้ชาวสุรินทร์เป็นที่พาดพิงและไม่พอใจอย่างหนักหน่วง “หลวงตาซุจ”ได้พูดกลางไลฟ์สดเป็นภาษาเขมรว่า อาตมาไม่ใช่คนสุรินทร์เกลียดพวกคนสุรินทร์มาก เขมรยิงเลย ยิงให้พวกสุรินทร์เละไปหมด เขมรยิงไปเลย ยิงพวกสุรินทร์เละให้หมด พวกจังหวัดสุรินทร์ตายหมดอาตมาสบายใจ อาตมาไม่ชอบนิสัยของพวกชาติตระกูลชาวสุรินทร์ ตายๆให้หมดก็ดี เพราะอาตมาไม่ใช่คนสุรินทร์อาตมาคนบุรีรัมย์ และถ้าใครมาคอมเมนต์เกี่ยวกับคนสุรินทร์จะไล่บล็อคให้หมด

หลังจากกระแสดังกล่าวเกิดขึ้นชาวสุรินทร์ลุกฮือต่างเกิดความไม่พอใจล่าสุดชาวบ้านในพื้นที่บ้านตระแบก ตำบลไพร อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ โดยเป็นสายเลือดเป็นพี่เป็นน้องกับหลวงตาสุจต่างโมโหไม่พอใจต่อพฤติกรรมที่หลวงตาสุจพูดในไลฟ์สดได้ทำพิธีกรรมต่อหน้าเหล่าบรรดาชาวบ้านมากมายตัดขาดไม่นับถือเป็นญาติพี่น้องสายเลือดอีกต่อไปและเรียกร้องให้ทาง“หลวงตาซุจ”หรือนริธร ปสันโน ออกมาขอโทษชาวสุรินทร์ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวทางสงฆ์ไม่สมควรใช้คำหยาบคายและเกิดความเกลียดชังกันทำให้ไลฟ์สดดังกล่าวถูกลบทิ้งเนื่องจากทนกระแสกดดันไม่ได้

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ข้อมูลมาว่า “หลวงตาซุจ”เคยเป็นเจ้าอาวาสที่วัดแห่งหนึ่ง ตำบลตำเคียน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์และได้ไปพูดคุยกับพระที่อยู่ในวัดเพื่อให้เล่าถึงเรื่องราวที่ หลวงตาซุจโดนชาวบ้านขับไล่ออกจากวัด เมื่อปี พ.ศ 2534 และพูดคุยกับชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ ที่หลวงตาซุจโดนชาวบ้านไล่ออก รวมไปถึงนิสัยใจ

พระโอภาส อายุ 68 ปี เล่าว่า เมื่อปี 2530 ตนเองเคยบวชอยู่ที่วัดแห่งนี้และได้ย้ายออกไปอยู่ที่วัดอื่น แต่ลูกวัดเล่าให้ฟังว่า เมื่อปี 2534 สมัยนั้นเป็นช่วงสงครามเขมร และประเทศเขมรได้ฝังศพทหารและพลเรือนมีทั้งตายท้องกลม ตอนนั้นหลวงตาซุจยังเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่นี่ ได้ไปขุดเอากระดูกผีตายโหงมาทำพิธีคุณไสย์ และฝังกระดูกอยู่ใต้ศาลา ชาวบ้านรู้เรื่องราวจึงได้รวมตัวกันขับไล่ออกจากวีดเพราะกลัวจะเป็นอาเพศ จากนั้น“หลวงตาซุจ”ก็ไปอยู่ที่อื่น

นายสมใจ อายุ 53 ปี ชาวบ้านหมู่บ้านสกล ที่อยู่ในเหตุการณ์ สมัยที่หลวงตาซุจโดนขับไล่ออกจากวัด เล่าว่า หลวงตาซุจมีนิสัยก้าวราว เคยจะต่อยกับญาติโยม ที่สมัยบวชเป็นเจ้าอาวาสเคยเล่นคุณไสยไปขุดเอากระดูกผีตายโหงมาเล่นของและฝังไว้ใต้ศาลา ชาวบ้านจึงรวมตัวกันขับไล่ออกจากวัดบ้านสกลไม่มีอะไรฝากถึงนอกจากมะเหงก มันไม่ใช่พระ นายสมใจกล่าว

นางจำเนียน อายุ 57ปี หนึ่งชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนที่หลวงซุจขับไล่ หลังจากที่ทราบข่าวว่า หลวงตาซุจพูดสาปแช่งคนสุรินทร์ ตนรู้สึกเสียใจ เสียข้าวที่ไปตักบาตรทำบุญจริงๆ สาบแช่งยังไงก็ขอให้กลับไปหาแบบนั้น เพราะชาวบ้านสกลไม่เคยไปทำอะไรให้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...