โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สุดช็อก! พริตตี้ดัง หยุดหายใจกะทันหัน สุดท้ายเสียชีวิตแล้ว หลังไปรักษาอาการนอนไม่หลับที่คลินิกความงามแห่งหนึ่ง

News In Thailand

เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 09.38 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
สุดช็อก! พริตตี้ดัง หยุดหายใจกะทันหัน สุดท้ายเสียชีวิตแล้ว หลังไปรักษาอาการนอนไม่หลับที่คลินิกความงามแห่งหนึ่ง

จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า ไช่ อวี่ซิน (Cai Yuxin) พริตตี้สาวชาวไต้หวัน ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น หลิน จือหลิง แห่งวงการพริตตี้ เสียชีวิตแล้วหลังนอนโคม่าอยู่ในโรงพยาบาลนาน 19 วัน ภายหลังได้รับยา โปรโพฟอล (Propofol) จากคลินิกความงามแห่งหนึ่งในกรุงไทเป ของไต้หวัน นำมาสู่การสอบสวนและจ่อตั้งข้อหาอาญาต่อแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

จากรายงานของสื่อท้องถิ่น ไช่ อวี่ซิน มีปัญหาเรื่องนอนไม่หลับมานานแล้ว ก่อนตัดสินใจไปรักษาอาการนอนไม่หลับกับแพทย์ที่ Fairy Clinic ตามคำแนะนำของเพื่อนและคนรู้จัก จากนั้นเธอก็ได้รับการฉีดยา "โปรโพฟอล" ซึ่งเป็นยาสลบที่ออกฤทธิ์เร็ว แต่ระหว่างนั้นแพทย์ได้ออกไปทำธุระนอกคลินิก ปล่อยพริตตี้สาวให้นอนรับยาทางสายน้ำเกลือต่อไป

อย่างไรก็ตาม โปรโพฟอล นับเป็นยาอันตรายที่มีข้อแนะนำให้ใช้ภายในห้องผ่าตัดหรือในห้อง ICU ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเท่านั้น ซึ่งหลังจากแพทย์ทิ้ง ไช่ อวี่ซิน ให้อยู่กับพยาบาลที่คลินิกได้เพียงไม่นาน เธอก็เริ่มมีอาการผิดปกติ

แพทย์ดังกล่าวได้รับแจ้งเรื่องผ่านโทรศัพท์ เขารีบแนะนำวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นผ่านโทรศัพท์และรีบกลับมาที่คลินิกทันที ก่อนจะเร่งนำตัวพริตตี้สาวส่งโรงพยาบาล แต่กว่าเธอจะมาถึง ไช่ อวี่ซิน ก็อยู่ในสภาพสมองตาย ไม่หายใจ และหัวใจหยุดเต้นแล้ว

โดย SETN รายงานว่า ไช่ อวี่ซิน ได้รับยาโปรโพฟอลในวันที่ 25 พฤษภาคม และหลังจากที่เธออยู่ในสภาพโคม่านาน 19 วัน ทางครอบครัวก็ตัดสินใจถอดเครื่องช่วยหายใจในวันที่ 12 มิถุนายน ก่อนที่จะส่งร่างของเธอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการทำการชันสูตรหลังจากนั้น

ทั้งนี้ ทางตำรวจได้ส่งชุดสอบสวนไปยังคลินิกในวันที่ 1 มิถุนายน พร้อมตรวจยึดหลักฐานต่าง ๆ รวมถึงโทรศัพท์ของแพทย์และพยาบาลในที่เกิดเหตุ พร้อมควบคุมตัว นพ.อู๋ ที่เป็นผู้ให้ยา กับพยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงดังกล่าวไปสอบสวน ซึ่ง นพ.อู๋ ให้การอ้างว่า ตอนแรกเขาให้ยาทางสายน้ำเกลือแก่คนไข้ โดยหยดยาในอัตรา 1 หยดต่อวินาที แต่คนไข้กลับบ่นว่าช้าเกินไป อย่างไรก็ตาม หากให้ยาเร็วเกินไปอาจมีอันตรายถึงชีวิต เขาจึงปฏิเสธคำร้องขอของคนไข้

แต่หลังจากเขาออกไปทำธุระนอกคลินิก กลับได้รับแจ้งจากพยาบาลว่าสัญญาณชีพของเธอลดลงมาก เขาแนะนำวิธีปฐมพยาบาลผ่านโทรศัพท์แล้วรีบกลับมาที่คลินิก แต่ก็ต้องช็อกเมื่อพบว่ายาถูกปรับให้หยดเร็วขึ้น ซึ่งเขาเองก็ไม่ทราบว่าใครเป็นคนปรับ และคนไข้น่าจะอยู่ในอาการโคม่าเนื่องจากได้รับยาปริมาณมากในเวลาสั้น ๆ อย่างไรก็ตาม สำหรับหลักฐานต่าง ๆ จากกล้องวงจรปิดนั้น พบว่ามีคนลบภาพจากกล้องวงจรปิดไปจนหมดแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...