ทรัมป์ ขู่ใช้ไม้แข็ง! จ่อเก็บภาษี 100% ประเทศคู่ค้ารัสเซีย หากไม่ยุติสงครามยูเครน
สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศท่าทีแข็งกร้าว เตรียมออกมาตรการภาษีนำเข้าฉบับใหม่ โดยจะจัดเก็บในอัตรา 100% กับ ประเทศใดก็ตามที่ยังคงทำการค้ากับรัสเซีย หากไม่มีข้อตกลงยุติสงครามในยูเครนภายใน 50 วันนับจากนี้
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อกดดันเศรษฐกิจรัสเซียโดยตรง ผ่านการตัดช่องทางหารายได้จากการส่งออก เช่น น้ำมันและก๊าซ ซึ่งคิดเป็น มากกว่า 60% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของมอสโก และเกือบหนึ่งในสามของรายได้รัฐบาล
“ถ้ายังไม่มีข้อตกลงหยุดยิงใน 50 วัน ประเทศที่ยังซื้อของจากรัสเซีย และอยากขายสินค้าในตลาดสหรัฐฯ จะต้องโดนภาษีนำเข้า 100%” ทรัมป์ระบุ
ซึ่งหมายความว่า หากอินเดียยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย สินค้าอินเดียที่ถูกนำเข้าสหรัฐฯ จะต้องถูกเก็บภาษีนำเข้า 100% ส่งผลให้สินค้าจากอินเดียมีราคาสูงขึ้นมากจนไม่สามารถแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ได้ ทำให้ภาคธุรกิจอาจหันไปนำเข้าสินค้าจากประเทศอื่นแทน และอินเดียจะสูญเสียรายได้ทางการค้า
เมื่อถูกถามถึงความสัมพันธ์กับปูติน ทรัมป์เผยว่าทั้งสองฝ่าย “พูดคุยกันบ่อยมากเพื่อหาทางยุติสงครามนี้” แต่ก็แสดงความไม่พอใจว่า หลังจากการโทรศัพท์ที่ “เป็นมิตรและราบรื่น” มักตามมาด้วยการโจมตีทางอากาศของรัสเซียใส่ยูเครน ซึ่งทวีความรุนแรงและถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
“พอเกิดขึ้น 3-4 ครั้ง คุณก็เริ่มคิดว่า คำพูดไม่มีความหมายแล้ว” ทรัมป์กล่าว
“ผมไม่อยากเรียกเขาว่านักฆ่า แต่เขาเป็นคนแข็งกร้าว ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาหลอกคลินตัน บุช โอบามา ไบเดนได้หมด… แต่เขาหลอกผมไม่ได้ เพราะจุดหนึ่งมันต้องลงมือทำ ไม่ใช่แค่พูด” เขากล่าวเสริม
ถึงแม้มาตรการนี้ยังไม่ถูกบังคับใช้ในทันที แต่คำประกาศดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในแนวทาง “ไม้แข็ง” ที่ทรัมป์เริ่มใช้นับตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ อีกครั้ง และยังสะท้อนให้เห็นถึงท่าทีที่แข็งกร้าวมากขึ้นต่อวลาดิเมียร์ ปูติน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยแสดงจุดยืนที่เป็นมิตรกับเครมลินมากกว่า