โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญพิษวิทยา บอก 2 วิธีล้างสารพิษในตู้เย็น ด้วยส่วนผสมง่ายๆ ที่มีในครัว

sanook.com

เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 13.53 น. • Sanook
ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยา บอก 2 วิธีล้างพิษในตู้เย็น ใช้แค่ส่วนผสมง่ายๆ ละลายน้ำ ปลอดภัยและได้ผล

ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยา บอก 2 วิธีล้างพิษในตู้เย็น ใช้แค่ส่วนผสมง่ายๆ ละลายน้ำ ปลอดภัยและได้ผล

ตู้เย็นมักถูกมองว่าเป็น“ตู้นิรภัยของอาหาร” ประจำบ้าน แต่หากละเลยการดูแลและทำความสะอาด ก็อาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและสารพิษที่มองไม่เห็น

ศาสตราจารย์ Zhao Mingwei นักพิษวิทยาชาวจีนที่ได้รับการรับรองจากสมาคมพิษวิทยาแห่งสหรัฐฯ ระบุว่า ตู้เย็นไม่ได้ปลอดภัย 100% สำหรับการเก็บอาหาร หากไม่ได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ ตู้เย็นจะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อรา แบคทีเรีย และสารระเหยที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ตัวอย่างของปัญหาที่พบบ่อย ได้แก่

  • โปรตีนแช่แข็งที่เสื่อมสภาพเมื่อเก็บไว้นานเกินไป

  • ธัญพืชที่ขึ้นรา

  • อาหารเน่าที่ปล่อยเชื้อโรค

  • การปนเปื้อนข้ามระหว่างอาหารดิบและสุก

  • คราบซอสที่หกเลอะตามขอบประตู

สิ่งเหล่านี้ล้วนเพิ่มความเสี่ยงในการสะสมสารพิษ และอาจนำไปสู่โรคมะเร็งเมื่อบริโภคสะสมเป็นระยะเวลานาน

ศาสตราจารย์ Zhao เตือนว่า “ไม่มีตู้เย็นใดที่ปลอดจากเชื้อโรค หากไม่ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ แม้จะดูสะอาดหรือไม่มีกลิ่นผิดปกติก็ตาม”

วิธีล้างพิษในตู้เย็นด้วยเบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชูขาว

ศ. Zhao ยังกล่าวว่า การใช้สารเคมีรุนแรง เช่น น้ำยาฟอกขาวหรือน้ำยาถูพื้น อาจทิ้งสารตกค้างในตู้เย็น ซึ่งอันตรายต่อเด็กและผู้สูงอายุ การใช้ เบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชูขาวแบบเจือจาง จึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผล

จุดเด่นของเบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชู :

  • เบกกิ้งโซดา: เป็นด่างอ่อน ๆ ช่วยขจัดกลิ่น ดูดซับคราบมัน และคราบฝังแน่น

  • น้ำส้มสายชูขาว: มีกรดอะซิติก ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้อ่อน ๆ และละลายคราบโดยไม่ทำลายพื้นผิวตู้เย็น

สัดส่วนและวิธีใช้งาน

อัตราส่วนในการผสม:

  • เบกกิ้งโซดา : น้ำ = 1:20

  • น้ำส้มสายชูขาว : น้ำ = 1:10

ขั้นตอนการใช้งาน:

  • ผสมน้ำยาให้เจือจางตามสัดส่วน

  • ใส่ลงขวดสเปรย์หรือใช้ผ้าชุบน้ำยาเช็ดทำความสะอาดภายในตู้

  • ปิดปลั๊กตู้เย็นก่อนทำความสะอาด และปล่อยให้ตู้แห้งสนิทอย่างน้อย 30 นาที ก่อนเสียบปลั๊กใช้งานอีกครั้ง

ข้อควรระวังเพิ่มเติม

  • เลือกใช้น้ำส้มสายชูให้ถูกชนิด: ใช้เฉพาะน้ำส้มสายชูขาวกลั่นที่มีความเข้มข้นกรด 4–5% หลีกเลี่ยงน้ำส้มสายชูหมักธรรมชาติที่มีกลิ่นแรงหรือสีเข้ม

  • ใช้น้ำอุ่นในการผสม: ประมาณ 40–50°C จะช่วยขจัดคราบมันได้ดีขึ้น

  • ห้ามผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำส้มสายชูพร้อมกัน: เพราะจะเกิดปฏิกิริยาเคมีที่ทำให้คุณสมบัติในการทำความสะอาดลดลง ควรใช้แยกกัน

คำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ

  • ควรทำความสะอาดตู้เย็นทุก 2 สัปดาห์ หรือเมื่อเห็นว่าตู้เริ่มสกปรก

  • หลีกเลี่ยงการจัดเก็บอาหารแน่นเกินไป เพื่อให้ลมเย็นไหลเวียนได้ทั่ว

  • แยกของดิบและของสุกอย่างชัดเจน

  • ตรวจสอบและนำอาหารหมดอายุหรือเสื่อมสภาพออกเป็นประจำ

การทำความสะอาดตู้เย็นอย่างถูกวิธีไม่เพียงช่วยยืดอายุอาหาร แต่ยังลดความเสี่ยงในการรับสารพิษสะสมในชีวิตประจำวันได้อย่างมาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...