สภา มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 วงเงิน 3.7 ล้านล้านบาท วาระรับหลักการ
ผ่านฉลุย มติสภาเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 วงเงิน 3.7 ล้านล้านบาท วาระรับหลักการด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 322 เสียง ไม่เห็นชอบ 158 เสียง ไม่มีงดออกเสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 2 เสียง
วันที่ 31 พ.ค. เวลา 16.05 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 วงเงิน 3,780,600 ล้านบาท ในวาระรับหลักการ ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 322 เสียง ไม่เห็นชอบ 158 เสียง ไม่มีงดออกเสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 2 เสียง
ภายหลังเปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม รวมแล้วเป็นเวลากว่า 41 ชั่วโมง
หลังจากนั้น ได้มีการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ ปี 2569 ในจำนวนทั้งสิ้น 73 คน โดยมีรายชื่อกรรมาธิการฯ ที่เป็น สส. ตามสัดส่วนสมาชิกพรรคการเมืองที่มีอยู่ในสภา รวมถึงสัดส่วนบุคคลภายนอก เพื่อศึกษางบประมาณของแต่ละหน่วยรับงบประมาณอย่างละเอียด ว่าจะควรตัดลบงบประมาณส่วนใดเพิ่มเติมหรือไม่ ก่อนจะนำเสนอผลการพิจารณาให้ที่ประชุมสภาให้ความเห็นชอบในวาระที่ 2 และ 3 ต่อไป
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ (เป็นพิเศษ) กล่าวภายหลังที่ประชุมมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ว่า ในนามของรัฐบาลขอบพระคุณประธานและสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้ร่วมกันพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 ที่รัฐบาลนำเสนอด้วยความตั้งใจ
รัฐบาลตระหนักดีว่าการจัดทำงบประมาณครั้งนี้ดำเนินการภายใต้ข้อจำกัดของวงเงินงบประมาณรายจ่าย มาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจโลก ที่มีปัจจัยรอบด้านที่ส่งผลกระทบความไม่แน่นอนสภาวะเศรษฐกิจในประเทศซึ่งมีผลกระทบมากมายทุกวันนี้ เราจะสามารถขับเคลื่อนประเทศให้ไปต่อได้ ด้วยนโยบายต่างๆ ที่รัฐบาลเสนอต่อสภาฯ
"เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่างบประมาณที่เสนอไปจะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องคนไทยทุกคนได้ รัฐบาลมุ่งมั่นตั้งใจใช้งบประมาณเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายที่แถลงไว้ โดยคำนึงถึงการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณเพื่อรองรับปัญหาเร่งด่วน เสริมสร้างศักยภาพทุนมนุษย์ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนการพัฒนาตามแนวทางยุทธศาสตร์ชาติอย่างต่อเนื่อง"
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า การจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 มุ่งเน้นฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ และสร้างโอกาสให้กับประชาชนทุกกลุ่มให้เข้าถึงทรัพยากรที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม รวมถึงมุ่งเน้นรักษาวินัยการเงินการคลังของประเทศตามกรอบที่กฎหมายกำหนดไว้ สำหรับข้อคิดเห็น ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะต่างๆ ของฝากคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญที่จะตั้งขึ้น นำไปประกอบการพิจารณาอย่างละเอียดและครบถ้วนต่อไป
ท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งการเมือง สภาวะเศรษฐกิจโลก ไม่ใช่กระทบแค่ประเทศเรา แต่เป็นทั่วโลก ตนได้คุยกับผู้นำหลายประเทศ เจอผลกระทบหลายด้านหลายมุมแตกต่างกัน มั่นใจว่าทุกประเทศที่จะช่วยกันได้จะช่วยกันเต็มที่ การเปลี่ยนแปลงทุกวันนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายในการกำหนดทิศทางหรือหาข้อสรุปอย่างใดอย่างหนึ่งให้เป็นคำตอบที่ชัดเจนได้ในวันนี้
"รัฐบาลชุดนี้จะทุ่มเทแรงกายแรงใจในการทำทุกๆ นโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้สำเร็จเป็นรูปธรรม เราจะลดรายจ่ายของพี่น้องประชาชน เพิ่มรายได้ แล้วก็ขยายโอกาส และจะใช้เม็ดเงินจาก พ.ร.บ.งบประมาณ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน" นายกรัฐมนตรี กล่าว