จับตา! ทรู-เอไอเอส ประมูลคลื่นมือถือ 4 ย่าน คาดเคาะหวังชิงความถี่เดิม
วันนี้ (29 มิถุนายน 2568) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (สำนักงาน กสทช.) ได้จัดงานการประมูลคลื่นความถี่ (Spectrum Auction) สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล คลื่นความถี่ย่าน 850 MHz 1500 MHz 2100 MHz และ 2300 MHz
สำหรับคลื่นความถี่ที่นำออกมาประมูลในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย
โดย กลุ่มที่ 1 คลื่นความถี่ย่านต่ำ (Low Band) ย่าน 850 MHzช่วงความถี่วิทยุ 824 – 834 MHz คู่กับ 869 – 879 MHz จำนวน 2 ชุด ชุดละ 2 x 5 MHz มีราคาขั้นต่ำต่อชุดเป็นจำนวนเงิน 7,738.23 ล้านบาท
กลุ่มที่ 2 คลื่นความถี่ย่านกลาง (Mid Band) ที่มีการใช้งานสำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบันย่าน 2100 MHz ช่วงความถี่วิทยุ 1965 – 1980 MHz คู่กับ 2155 – 2170 MHz จำนวน 3 ชุด ชุดละ 2 x 5 MHz
มีราคาขั้นต่ำต่อชุดเป็นจำนวนเงิน 4,500 ล้านบาท และย่าน 2300 MHz ช่วงความถี่วิทยุ 2300 – 2370 MHz จำนวน 7 ชุด ชุดละ 10 MHz มีราคาขั้นต่ำต่อชุดเป็นจำนวนเงิน 2,596.15 ล้านบาท
กลุ่มที่ 3 คลื่นความถี่ย่านกลาง (Mid Band) ที่ไม่มีการใช้งานสำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบัน ย่าน 1500 MHz ช่วงความถี่วิทยุ 1452 – 1507 MHz จำนวน 11 ชุด ชุดละ 5 MHz มีราคาขั้นต่ำต่อชุด เป็นจำนวนเงิน 1,057.49 ล้านบาท
เงื่อนไขผู้รับใบอนุญาต
1. มาตรการส่งเสริมการแข่งขัน
1.1) การใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน 1.2) การจัดให้มีโครงข่าย 10% สำหรับ MVNO
2. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
2.1) การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ 2.2) การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
2.3) การสร้างความตระหนักรู้อาชญากรรมทางไซเบอร์
3. มาตราการเพื่อสังคมและคุ้มครองผู้บริโภค
3.1) แผน Green ICT 3.2) แผน Digital Inclusion 3.3) แผนคุ้มครองผู้บริโภค
3.4) สนับสนุนภารกิจให้บริการโทรคมนาคมเพื่อสังคม
กรอบระยะเวลาการดำเนินการ
1.) 29 เมษายน – 28 พฤษภาคม 2568 ประกาศเชิญชวนให้เข้าร่วมการประมูล
2.) 15 พฤษภาคม 2568 จัดการประชุมเพื่อให้ข้อมูล (Information Session)
3.) 29 พฤษภาคม 2568 ยื่นคำขอเข้าร่วมประมูล
4.) 19 มิถุนายน 2568 ประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมประมูล
5.) 23 มิถุนายน 2568 จัดงานการประมูลรอบสาธิต (Mock Auction)
6.) 29 มิถุนายน 2568 วันประมูลคลื่นความถี่ (Spectrum Auction 2025)
7.) ภายใน 6 กรกฎาคม 2568 รับรองผลการประมูลคลื่นความถี่
8.) 7 – 29 กรกฎาคม 2568 ผู้ชนะการประมูลชำระเงินงวดที่ 1
9.) 4 สิงหาคม 2568 เริ่มต้นการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่
สำหรับบรรยากาศเริ่มตั้งแต่ 7.29 น. คณะผู้บริหารระดับสูงจากทรู คอร์ปอเรชั่น ที่จะเข้าร่วมประมูล หรือร่วมสังเกตการณ์ ได้เดินทางมาถึงสำนักงาน กสทช. นำโดยนายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม พร้อมด้วย นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ ประธานคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์, นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร, นายประเทศ ตันกุรานันท์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยระบบสารสนเทศ, นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน (ร่วม), นางสาวยุภา ลีวงศ์เจริญ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน (ร่วม) และนายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร หัวหน้าสายงานรัฐกิจสัมพันธ์และกำกับดูแล เป็นต้น พร้อมด้วยทีมที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์การประมูลคลื่นความถี่
การประมูลครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของทรู คอร์ปอเรชั่นในการมุ่งสู่บริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยีชั้นนำของไทย เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียมทุกพื้นที่ และสร้างความแข็งแกร่งในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อประเทศในระยะยาว ตลอดจนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้ก้าวสู่ผู้นำในภูมิภาค
ต่อมาเวลา 7.59 น. บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) นำโดย นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร เดินทางถึง กสทช. เตรียมเข้าร่วมเคาะราคาการประมูลคลื่นความถี่ 850 MHz, 1500 MHz, 2100 MHz และ 2300 MHz โดยมีพนักงานมาร่วมส่งกำลังใจอย่างคึกคัก พร้อมขบวนกองยาวเพื่อสร้างสีสันในการประมูล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้การเคาะราคามีการคาดการณ์ว่า ไม่น่าจะดุเดือดเพราะแต่ละค่ายน่าจะเคาะราคาเอาคลื่นความถี่ที่เป็นเจ้าของเดิมของตัวเอง โดยเอไอเอสน่าจะเคาะราคาเอาคลื่นย่าน 2100 MHz ส่วนทรูย่าน 2300 MHz