โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปิดฉาก! ประชุม JBC จับมือทำแผนที่พิพาท “ไทย-กัมพูชา” ลดความตึงเครียดชายแดน?

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 15.47 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 10.07 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ครั้งที่ 6 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี ปิดฉากลงแล้วเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568 ท่ามกลางบรรยากาศชายแดนที่ตึงเครียด หลังเหตุปะทะเมื่อ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา

พิธีปิดจัดขึ้นโดยมีนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ และที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธาน JBC ฝ่ายไทย ร่วมกับนายฬำ เจีย (Lam Chea) รัฐมนตรีด้านกิจการชายแดนและหัวหน้าเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งชาติกัมพูชา ประธานร่วมฝ่ายกัมพูชา โดยทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในบันทึกการประชุมร่วมกัน ณ กรุงพนมเปญ

ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) โดยกรมสารนิเทศ แจ้งต่อสื่อมวลชนว่า จะยังไม่มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลการประชุม JBC ซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นลงในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน โดยจะรอให้คณะผู้แทนไทยเดินทางกลับถึงประเทศไทยในคืนวันเดียวกัน ก่อนจัดแถลงข่าวร่วมกับ ประธาน JBC ฝ่ายไทย ในวันพรุ่งนี้ (16 มิ.ย.68) โดยจะประกาศเวลาการแถลงข่าวให้ทราบอีกครั้ง

ประชุม JBC ครั้งที่ 6 ณ กรุงพนมเปญ วันที่ 15 มิ.ย.68 / ภาพ กระทรวงการต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม กต. ได้เปิดเผยเบื้องต้นหลังการประชุมว่า “การหารือเป็นไปอย่างราบรื่นและฉันมิตร ทั้งสองฝ่ายกล่าวขอบคุณที่การประชุมสำเร็จลุล่วงด้วยดี โดยเน้นย้ำความสำคัญและประสิทธิภาพของ JBC ซึ่งเป็นกลไกทวิภาคีหลักในการเจรจาเขตแดนระหว่างสองประเทศ”

“การประชุมครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญที่แสดงความคืบหน้าในการจัดทำหลักเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งมีความยาวทั้งหมดประมาณ 800 กิโลเมตร และมีส่วนช่วยลดความตึงเครียดบริเวณชายแดน”

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยังมีภารกิจที่ต้องหารือและดำเนินการร่วมกันต่อไป โดยฝ่ายไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JBC สมัยพิเศษครั้งต่อไปในเดือนกันยายนนี้

กระทรวงการต่างประเทศของไทย เน้นย้ำว่า ปัจจุบันไทยกับกัมพูชามีกลไกความร่วมมือในประเด็นชายแดนร่วมกัน 3 ระดับหลัก ได้แก่

  • JBC ซึ่งเป็นกลไกทวิภาคีที่สำคัญในการหารือกันทางเทคนิคและข้อกฎหมายระหว่างประเทศ
  • คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ซึ่งเป็นกลไกทวิภาคีระดับสูงด้านความมั่นคง มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไทยกับกัมพูชาเป็นประธานร่วม เพื่อหารือในการกำหนดแนวทางและมาตรการที่เหมาะสมเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ
  • คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee: RBC) ซึ่งเป็นกลไกระดับทวิภาคีของฝ่ายทหาร เพื่อหารือในระดับพื้นที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการ การพัฒนา ตลอดจนการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นบริเวณชายแดนร่วมกัน โดยประธานร่วมเป็นระดับแม่ทัพภาคหรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
ประชุม JBC ครั้งที่ 6 ณ กรุงพนมเปญ วันที่ 15 มิ.ย.68 / ภาพ กระทรวงการต่างประเทศ

ย้อนกลับไปในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า การประชุม JBC ครั้งนี้ แม้เป็นการหารือในเชิงเทคนิค แต่สะท้อนถึงความจริงใจของทั้งสองฝ่ายในการเดินหน้าลดแรงตึงเครียด

ที่สำคัญ โฆษก กต. ย้ำชัดเจนว่า ประเทศไทยไม่รับเขตอำนาจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ตามจุดยืนที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้แสดงออกอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า ไทยยึดแนวทางการแก้ปัญหาผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่แล้ว เช่น JBC, GBC และ RBC เนื่องจากเชื่อมั่นว่ามีประสิทธิภาพและเหมาะสมที่สุดสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน

หนึ่งในตัวอย่างผลสัมฤทธิ์ของกลไกทวิภาคี คือ โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพ ไทย–กัมพูชา (บ้านหนองเอียด–สตึงบท) ที่ดำเนินการเสร็จแล้วและเตรียมเปิดใช้งานในลำดับต่อไป

เดินหน้าคุย–แต่กัมพูชาไม่เบรกศาลโลก

ประชุม JBC ครั้งนี้เป็นสัญญาณบวกในมิติทางเทคนิค แต่ในวันเดียวกัน (15 มิ.ย.68) กัมพูชาภายใต้การนำของ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี และสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภา กลับเดินหน้าอีกก้าวด้วยการยื่นคำร้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เพื่อให้พิจารณาข้อพิพาท 4 พื้นที่ ได้แก่ ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาเมือนโต๊ด, ปราสาทตาควาย และสามเหลี่ยมมรกต

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เกิดคำถามตามมาว่า แม้กลไก JBC จะเดินหน้าอย่างราบรื่น แต่จะเพียงพอต่อการประคองเสถียรภาพระหว่างไทย–กัมพูชาได้จริงหรือไม่

ขณะเดียวกัน สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ของไทย ได้ออกหนังสือด่วนที่สุด เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันจันทร์ที่ 16 มิ.ย.นี้ เวลา 14:00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือกรณีที่รัฐบาลกัมพูชาประกาศยุติการซื้อ “กระแสไฟฟ้า” และ “อินเทอร์เน็ต” จากฝั่งไทย

วาระหลักของการประชุม สมช. ได้แก่ รายละเอียดการซื้อ-ขายไฟฟ้าและโทรคมนาคมระหว่างสองประเทศ, แนวทางดำเนินการหลังมาตรการยุติของกัมพูชา, ผลกระทบต่อประชาชนและธุรกิจชายแดน, อุปสรรคทางกฎหมาย และแนวทางการรับมือระยะสั้นและระยะยาว

บริเวณ จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ / ภาพจากสำนักโฆษก ทำเนียบรัฐบาล

นอกจากนี้ วันเดียวกัน (15 มิ.ย.68) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า หน่วยทหารในพื้นที่กองกำลังสุรนารี ได้ดำเนินการปรับปรุงเส้นทางในพื้นที่ เนิน 469 และเนิน 745 ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งอยู่ในเขตราชอาณาจักรไทยอย่างชัดเจน เพื่อสนับสนุนภารกิจลาดตระเวนและส่งกำลังบำรุงตามแนวชายแดน

อย่างไรก็ตาม ระหว่างปฏิบัติงาน ได้มีทหารกัมพูชาเข้ามาสอบถามและขอให้ไทยชะลอการดำเนินการชั่วคราว เพื่อขอตรวจสอบรายละเอียดเชิงพื้นที่ ก่อนที่ผู้บังคับบัญชาของทั้งสองฝ่ายจะหารือร่วมกัน

“ผลจากการหารือดังกล่าว ทำให้ฝ่ายกัมพูชายอมรับว่า ถนนที่กำลังก่อสร้างอยู่ภายในเขตแดนของประเทศไทยอย่างถูกต้อง จึงสามารถตกลงกันได้ และหน่วยทหารไทยสามารถดำเนินภารกิจต่อไปได้ตามแผนที่วางไว้” พล.ต.วินธัย กล่าว

โฆษกกองทัพบก ยังย้ำว่า การดำเนินการทั้งหมดอยู่ภายใต้กรอบ บันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย–กัมพูชา พ.ศ. 2543 ซึ่งฝ่ายไทยถือปฏิบัติมาโดยตลอด และไม่เคยละเมิดข้อตกลงแม้แต่ครั้งเดียว

“ภารกิจในพื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงเส้นทางที่ดำเนินการมาแล้วในหลายจุด เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนของกองทัพบก” พล.ต.วินธัย กล่าวเพิ่มเติม และระบุด้วยว่า การหารือกับฝ่ายกัมพูชาได้เสร็จสิ้นลงด้วยความเข้าใจที่ตรงกัน และฝ่ายกัมพูชาได้แสดงท่าทีเห็นพ้องและยอมรับในข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน

สะท้อนว่า แม้กลไก JBC จะเดินหน้าอย่างฉันมิตรในระดับนโยบาย ความร่วมมือระหว่างทหารทั้งสองประเทศก็ยังดำเนินการด้วยความเข้าใจในพื้นที่จริง แต่ในภาพรวม ความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา ยังต้องจับตาทุกมิติ ทั้งจากการเจรจาเชิงเทคนิค ไปจนถึงการยื่นศาลโลกของกัมพูชา และมาตรการด้านพลังงานและเทคโนโลยีที่ส่งสัญญาณกดดันใหม่ ๆ

แผนที่ชายแดนอาจเดินต่อได้อย่างมีความหวัง แต่เส้นทางความสัมพันธ์ระดับชาติ ยังต้องอาศัย “ความเข้าใจที่ตรงกัน” อย่างต่อเนื่องในทุกระดับ ไม่ใช่เพียงบนโต๊ะเจรจาเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...