โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘พีระพันธุ์’สั่งตั้งวอร์รูมคุมเข้มแหล่งพลังงานจากเหตุปะทะ เปิดทางปิดปั๊มได้ถ้ารุนแรง

เดลินิวส์

อัพเดต 24 ก.ค. 2568 เวลา 16.46 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 09.28 น. • เดลินิวส์
'พีระพันธุ์' สั่งตั้งวอร์รูมคุมเข้มแหล่งพลังงานสำคัญจากเหตุปะทะ ให้รายงานทันทีที่มีเหตุ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ผมต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บ ในส่วนของกระทรวงพลังงาน ได้สั่งการเร่งด่วนให้กระทรวงพลังงาน ตั้งศูนย์ป้องกันเหตุฉุกเฉิน โดยมีนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน โดยให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและวางแนวทางการป้องกันสถานที่ด้านพลังงานที่สำคัญ เช่น คลังน้ำมัน สถานีบริการน้ำมัน ระบบส่งไฟฟ้า

ขอให้ทุกหน่วยงานทั้งในส่วนกลาง ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และจังหวัดในพื้นที่ชายแดน 7 จังหวัด ประกอบด้วย ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว อุบลราชธานี จันทบุรี และตราด ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการพิจารณาเปิดปิดสถานีบริการน้ำมันให้คำนึงถึงความปลอดภัยของพนักงานและกระทบประชาชนให้น้อยที่สุด และเตรียมแผนและมาตรการต่างๆ หากเกิดเหตุการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเช้า ซึ่งทันทีที่เกิดเหตุการณ์ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานตั้งศูนย์ป้องกันเหตุฉุกเฉิน ซึ่งผมได้เรียกประชุมด่วน โดยมีผู้แทนจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลางและในพื้นที่ชายแดนที่เกิดเหตุเข้าร่วมการประชุม ซึ่งผมได้สั่งการให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และวางแนวทางและมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับด้านพลังงาน เช่น คลังน้ำมัน สถานีบริการน้ำมัน ระบบส่งไฟฟ้า จะต้องมีแผนการรับมือหากสถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น

นอกจากนี้ขอให้รายงานให้ส่วนกลางทราบเป็นรายวัน หรือทันทีที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น นอกจากนี้ ผมยังได้สั่งการให้พลังงานจังหวัดในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีการปิดสถานีบริการน้ำมันชั่วคราว ให้พิจารณาการเปิดปิดให้คำนึงถึงความปลอดภัยของพนักงาน และกระทบประชาชนให้น้อยที่สุด รวมทั้งให้มีการสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ นอกจากนั้น ขอให้อำนวยความสะดวกส่วนราชการ โดยเฉพาะโรงพยาบาล สถานีตำรวจ หรือการอพยพคน ที่จำเป็นต้องมีการใช้น้ำมันและไฟฟ้า ให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและเกิดความปลอดภัยกับประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...