โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รมว.คลัง ชี้ภาษีทรัมป์ยังไม่จบ เปิดตลาดให้สหรัฐ 69% เตรียมซอฟต์โลนรับมือ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 17.49 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 06.31 น.

รมว.คลัง เตรียมซอฟต์โลน 2 แสนล้านบาท ดอกเบี้ย 0.01% ผ่านแบงก์รัฐ ช่วยเอสเอ็มอีรับมือภาษีสหรัฐฯ แจง 3 แนวทางเจรจา เปิดตลาดเพิ่มให้เป็น 69% -เพิ่มลงทุน-เพิ่ม Local content ป้องกันสวมสิทธิ์ ชี้ภาษีสหรัฐฯ เป็นยาขมไม่ใช่ยาหวาน ทุกฝ่ายต้องเดินไปทางเดียวกัน ยึดประเทศเป็นหลัก

14 ก.ค. 2568 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงานเสวนาโต๊ะกลม กรุงเทพธุรกิจ Roundtable: The Art Of The (Re)Deal ว่า ได้เตรียมมาตรการเพื่อรับมือกับผลกระทบของมาตรการภาษีสหรัฐฯ โดยให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐเตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ไว้ประมาณ 2 แสนล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย 0.01% เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอี ทั้งด้านการลงทุน ช่วยการจ้างงาน

“การเจรจาผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร จะจบหรือไม่ในวันที่ 1 ส.ค. นี้ หรืออาจจะต้องต่อเนื่องต่อไป เพราะหลายประเทศที่ว่าจบก็ไม่รู้ว่าจบอย่างไร ดังนั้นการเตรียมมาตรการช่วยเหลือก็เป็นเรื่องที่ต้องเตรียมไว้ ซึ่งมาตรการเยียวยาต่างๆ ก็มีการเตรียมการมาระยะหนึ่งแล้ว การให้ซอฟต์โลนก็ทำผ่านแบงก์รัฐฯ อาจจะทางออมสินมากหน่อย ฝั่งเกษตรก็อาจจะมี ธ.ก.ส. โดยรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยให้จากปกติต้นทุนการเงินของแบงก์จะอยู่ที่ 2%”

นอกจากนี้รัฐบาลยังได้เตรียมมาตรการเยียวยาอื่นๆ เพิ่มเติม โดยหารือกับภาคอุตสาหกรรมแต่ละธุรกิจให้สรุปผลกระทบแยกเป็นรายเซคเตอร์ เพื่อที่จะได้เตรียมมาตรการให้เหมาะสม ขณะที่ฝั่งผู้ประกอบการรายใหญ่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจของสหรัฐฯ ที่มาลงทุนในไทย ก็ได้ให้เจรจากับสหรัฐฯ ถึงความจำเป็นในการลงทุนที่ไทย

“เราพบว่า 1 ใน 3 ของ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ไทยได้ดุลการค้าสหรัฐฯ เมื่อปี 2567 เป็นสินค้าด้านอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นบริษัทของสหรัฐฯ ทั้งสิ้น บริษัทเหล่านั้นมาอยู่ไทย 10-20 ปี มีความคุ้นเคยในการทำงาน มีซัพพลายเชน การที่เขาจะย้ายออกไปในเวลาอันสั้นเป็นไปไม่ได้ เราจึงให้เขาอธิบายว่าทำไมเขาต้องอยู่ที่นี่ เพราะสินค้าที่ผลิตส่วนใหญ่ก็ส่งออกไปทั่วโลกรวมถึงสหรัฐฯ ด้วย ก็หวังว่าเขาจะคุยได้เพราะเป็นผลดีต่อสหรัฐฯ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะวิธีคิดก็มักจะคาดไม่ถึงเสมอ”

ด้านการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ นายพิชัย เปิดเผยว่า การเจรจาภาษีสหรัฐฯ ยืนยันว่าเป็นการเจรจาภายใต้การรักษาผลประโยชน์ของประเทศ รักษาสมดุลการค้า และปฏิบัติได้ในระยะยาว โดยอยู่บนหลักการที่ทีมเจรจายึดอยู่ ดังนี้

1. เปิดตลาดให้กว้างขึ้นในสินค้าที่สหรัฐอยากขายและไทยอยากซื้อ โดยต้องไม่กระทบกับ FTA ของประเทศต่างๆ ที่ทำกับไทย ขณะที่การนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ต้องมีการกำหนดกฎเกณฑ์ คือ ถ้าเป็นของที่ไทยผลิตและบริโภคในประเทศอยู่แล้วต้องนำเข้าเฉพาะสิ่งที่ไทยขาดเท่านั้น

“ข้อเสนอใหม่ที่ไทยเราส่งไปให้พิจารณา เราเปิดตลาดให้สหรัฐแล้ว 63-64% และเพิ่มเป็น 69% เรามีการเปิดตลาดสินค้าบางอย่างที่เราไม่เคยเปิด ยกตัวอย่างลำไย ปลานิล เนื่องจากเป็นสินค้าที่ส่งออกไปหลายๆ ที่ ในอัตราภาษีต่ำอยู่แล้ว หากจะมีการเปิดให้สหรัฐฯ ก็ไม่มีผลกระทบต่อไทย และอาจมีการส่งออกเพิ่ม เพราะทุกวันนี้ ไทยเปิดอัตราภาษีต่ำสำหรับผลไม้ให้หลายๆ ประเทศ ยกเว้นสหรัฐฯ ที่ยังคงเก็บภาษีสูง”

ขณะที่ได้เพิ่มข้อเสนอให้สหรัฐฯ นำสินค้าเข้ามาในระดับ 0% ในกลุ่มที่ไทยผลิตไม่ได้ หรือของที่ผลิตในไทยแล้วไม่เพียงพอ รวมถึงสินค้าที่ไม่ได้มีการนำเข้าจริง สินค้าสหรัฐฯ ไม่เคยขายให้ประเทศไทย แต่ก็อยากให้ไทยเปิดตลาดให้ โดยยืนยันว่าไม่กระทบกับตลาดในประเทศ

“สินค้าหลายชนิดไทยทำ FTA มีสินค้าหลายอย่างที่อยู่ในระดับ 0% อยู่แล้ว เพื่อให้เกิดการนำเข้าและแข่งขันกับประเทศอื่นได้ ก็ต้องมีการเสนอให้สหรัฐฯ อยู่ในระดับ 0% หรือใกล้ 0% โดยอยู่ในสินค้าที่ไทยผลิตไม่ได้ ต้องนำเข้า ข้อเสนอใหม่ที่ไทยเราส่งไปให้พิจารณา”

2. ส่งเสริมการลงทุนของธุรกิจไทยในสหรัฐมากขึ้น เพราะสหรัฐต้องการส่งออกมากขึ้น และทำฐานผลิตในประเทศสหรัฐให้มีความแข็งแรงมากขึ้น

3. การให้ความสำคัญกับการป้องกันสินค้าสวมสิทธิ์ โดยข้อเสนอของสหรัฐนั้นจะให้มีการเพิ่มการใช้วัตถุดิบหรือส่วนประกอบที่มีการผลิตในประเทศไทย (Local content)

“ปัจจุบันสหรัฐฯ ยังไม่ได้กำหนดนิยามว่าสัดส่วน Local content ต้องเป็นเท่าไร กติกาเดิมคือ 40% ถึงจะส่งออกได้ ตอนนี้อาจจะปรับให้เป็น 60-80% ที่เหลืออีกประมาณ 30% เป็นใครก็ได้ แต่ก็กลัวว่าจะกำหนดว่าบุคคลที่ 3 ไม่เกิน 10% ถ้าเป็นแบบนี้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็กระทบหมด ซึ่งเรื่อง Local content ก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ไทยและเวียดนามคล้ายกันแต่ต่างกันคือ Local content สัดส่วนเท่าไรต้องเดาให้ออก เพราะไม่งั้นจะเป็นการให้เยอะไป เราก็มาพิจารณา มีการตั้งโจทย์ต่อไป”

นายพิชัย เปิดเผยว่า หลังสหรัฐฯ ประกาศอัตราภาษีหลายประเทศก็ต้องการเร่งเจรจากับสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามการดำเนินการเจรจามีกระบวนการและเงื่อนไขต่างๆ อย่างไรก็ตามมองว่าแม้ไทยจะเจรจาช้ากว่าบางประเทศแต่ก็ได้มีการติดต่อกับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ รวมถึงได้เห็นแนวทางของประเทศอื่นๆ

“วันนี้ดีใจที่ช้าหน่อย เพราะได้ฟังคนอื่น ได้เห็นวิธีคิด และสิ่งที่เปลี่ยนไปในสหรัฐฯ ไม่ว่าตลาดเงิน ตลาดทุน อย่างไรก็ตามคำตอบก็คือต้องเจรจา”

ส่วนปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศจะส่งผลต่อการดำเนินนโยบายหรือมาตรการรับมือภาษีสหรัฐฯ หรือไม่ นายพิชัยเปิดเผยว่า จำเป็นต้องชี้แจงให้สาธารณชนเข้าใจ เนื่องจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ เปรียบเสมือนยาขม ไม่ใช่ยาหวาน การตัดสินใจต้องยึดประเทศเป็นหลัก เพื่อให้ทุกฝ่ายดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน

“การตัดสินใจไม่ได้มีอะไรที่จะได้มา 100% การที่จะได้อะไรมาบางอย่าง ก็อาจจะต้องเสียบางอย่างบ้าง”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...