โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

‘ประเสริฐ’ ตรวจแถวหน่วยงานจัดการน้ำ สั่งพร้อมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร รับมือฝนตกหนัก

The Bangkok Insight

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 07.42 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 07.42 น. • The Bangkok Insight

“รองนายกฯประเสริฐ” เยือน SWOC ตรวจแถวหน่วยงานจัดการน้ำ สั่งพร้อมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร รับมือฝนตกหนัก

วันที่ 2 กรกฏาคม 2568 ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางมาประชุมติดตามสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนและการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

พร้อมด้วย รองอธิบดีกรมชลประทาน ทั้ง 4 ท่าน (นายเดช เล็กวิชัย นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล นายวิทยา แก้วมี และนายวรพจน์ เพชรนรชาติ) ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรธรณี และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณาภัย ร่วมบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน

ประเสริฐ

เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร รับมือฝน

ทั้งนี้ ในส่วนของกรมชลประทาน ได้มีการติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนอย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาบูรณาการ วิเคราะห์ วางแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมพิจารณาปรับแผนการระบายน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน

รวมทั้งปฏิบัติตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2568 ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบอย่างเคร่งครัด เพื่อรองรับปริมาณฝนที่จะเพิ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ไว้

ที่สำคัญได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทาน ตรวจสอบอาคารชลศาสตร์ และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังอุทกภัยทั่วประเทศรวม 1,652 จุด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ และเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือ อาทิ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ รถบรรทุก และเครื่องจักรอื่นๆ ไว้ประจำจุดเสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง

ด้านสถานการณ์น้ำปัจจุบัน อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกันทั้งสิ้น 43,429 ล้าน ลบ.ม. (57% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 33,073 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกันทั้งสิ้น 13,202 ล้าน ลบ.ม. (53% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 11,669 ล้าน ลบ.ม. ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ดีและเป็นไปตามแผนที่วางไว้

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เข้าสู่ฤดูฝนเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งประเทศมีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกันมากกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 5,507 ล้าน ลบ.ม. คาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นสุดฤดูฝนในเดือนพฤศจิกายน 2568 จะมีปริมาณน้ำเก็บกักรวมทั้งประเทศประมาณ 55,895 ล้าน ลบ.ม. (79% ของความจุอ่างฯ รวมกัน)

ประเสริฐ

เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

อนึ่ง กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 1–6 กรกฏาค 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ เนื่องจากร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ซึ่งจะส่งผลดีต่อปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่จะเพิ่มมากขึ้น

จึงได้กำชับไปยังโครงการชลประทานที่อ่างเก็บน้ำ มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในระยะนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนเป็นหลัก รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการรับมือฤดูฝนที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบอย่างเคร่งครัด

ประเสริฐ

ในการนี้ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กรมชลประทาน ร่วมกับจังหวัดในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งสำรวจและเร่งรัดดำเนินการรื้อสิ่งปลูกสร้างกลางลำน้ำที่ขวางทางน้ำ พร้อมทั้งประสานหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา บูรณาการเร่งรัดขุดลอกแม่น้ำสายต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้ดียิ่งขึ้น สามารถบรรเทาความเดือนร้อนให้ประชาชนได้มากที่สุด

ประเสริฐ
ประเสริฐ
ประเสริฐ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...