บิ๊กเล็ก ยันกลาโหมไร้สุญญากาศ เดินหน้ารับมือเขมร นำพื้นที่พิพาทขึ้นศาลโลก
บิ๊กเล็ก ยันไม่มีสุญญากาศแม้ไร้ รมว.กลาโหม เผยชายแดนกัมพูชา แนวโน้มดีขึ้น หลังเตีย เซ็ยฮา ยอมคุยเปิดเวที GBC หารือ กต.รับมือปม ฮุน มาเนต นำ 3 ปราสาท -1 พื้นที่สู่ศาลโลก
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 2 ก.ค.2568 ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม รักษาราชการแทน รมว.กลาโหม กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า สถานการณ์ยังทรงอยู่ แต่เราได้ใช้กลไกในทุกระดับของกองทัพในการประสานกับกัมพูชา และพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการพูดคุยแบบทวิภาคี
สิ่งที่กระทรวงกลาโหมคาดหวังคือ กลไก GBC ซึ่งมีรมว.กลาโหม เป็นประธาน ขณะเดียวกันระดับรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศก็มีการพูดคุย ซึ่งมีสัญญาณที่ดีขึ้นเล็กน้อยคือทางกัมพูชา เริ่มคุยด้วย จากก่อนหน้านี้ที่ไม่คุยเลย แต่ยอมรับว่ายังมีการต่อรองกันอยู่ ซึ่งฝ่ายไทยยึดถือศักดิ์ศรีของ 2 ประเทศ ไม่มีคำว่าประเทศใหญ่หรือเล็ก เพราะถือเป็นประเทศเท่ากัน
“อยากให้คนไทยคำนึงเรื่องนี้ รัฐบาลเป็นห่วงความเดือดร้อนของประชาชนตามแนวชายแดน สำหรับความคืบหน้าการประชุม RBC คงไม่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด เพราะมีพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 1 รวมถึงกองทัพเรือ ขณะที่การประชุม RBC จะครอบคลุมเฉพาะพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ดังนั้น พื้นที่อื่นจะไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา” พล.อ.ณัฐพล กล่าว
เมื่อถามว่า พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รองนายกฯและรมว.กลาโหมกัมพูชา มีท่าทีที่ดีขึ้นใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เขายอมคุยด้วย แต่ยังมีการต่อรองเรื่องเงื่อนไขที่ยังไม่ลงตัว
เมื่อถามถึงเงื่อนไขคือการให้เราเปิดด่านก่อนใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเป็นเรื่องอยู่ระหว่างการต่อรอง เราต้องเคารพศักดิ์ศรีซึ่งกันและกัน โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีของประเทศไทย รวมถึงของกัมพูชาด้วย เราถือว่าศักดิ์ศรีเท่ากัน เป็นประเทศเหมือนกัน
ยืนยันว่าเรายังคงมาตรการเปิดด่านแบบจำกัดเวลาเหมือนเดิม ไม่ได้ปิดด่าน แต่เป็นฝ่ายกัมพูชาที่ปิดเอง คาดว่าทางรัฐบาลกัมพูชาคงมองว่าลักษณะเช่นนี้คือการปิดด่านแล้ว เพราะหากเราปิด จะไม่มีการผ่านเข้าออกเลย
เมื่อถามว่าจะมีโอกาสทำความเข้าใจกับกองทัพหรือไม่ เพราะสถานการณ์ปัจจุบันไม่มีรมว.กลาโหม ขณะที่นายกฯ ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ พล.อ.ณัฐพล ระบุว่า คงจะค่อยๆ ทำไปตามขั้นตอน ต้องยอมรับว่าไม่มีการเตรียมการมาตั้งแต่ต้น
ในส่วนของตน ที่ประชุมครม.แจ้งให้ทราบว่าสามารถรักษาการ รมว.กลาโหมได้ทันที โดยให้ยึดพ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 มาตรา 24 ซึ่งความรับผิดชอบจะเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวาน (1 ก.ค.) หากมีอะไรเสียหายก็อยู่ในความรับผิดชอบของตน
เมื่อถามว่ากระทรวงกลาโหมจะไม่เกิดสุญญากาศ ใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ไม่เกิดสุญญากาศอย่างแน่นอน รวมถึงการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา มติสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เมื่อ 27 มิ.ย.2568 ได้มอบอำนาจให้ศูนย์เฉพาะกิจบริหารชายแดนไทย -กัมพูชา หรือ ศบ.ทก. ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับความเข้มข้นหรือผ่อนคลายมาตรการ ขอยืนยันกับประชาชนว่า งานด้านความมั่นคงในทุกด้านจะไม่เกิดสุญญากาศ ยังเดินหน้าต่อไป
ขอขอบคุณนายกฯ ที่ให้ความเชื่อมั่นว่าตนจะทำหน้าที่ตรงนี้ได้ และไม่รู้สึกกดดัน ภาระงานยังเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ยังเป็นรัฐมนตรีช่วยเหมือนเดิม แต่หากเป็น รมว.กลาโหมอาจจะกดดัน แต่ตนก็ห่วง อยากให้ปัญหาแก้ไขได้เร็วขึ้น เพราะจากที่ลงพื้นที่กับนายกฯ ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประชาชนได้รับความเดือดร้อน อยากให้ปัญหาคลี่คลายโดยเร็ว โดยคำนึงถึงอธิปไตยและศักดิ์ศรีของประเทศ ต้องเป็นไปอย่างสง่างาม
เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับกระทรวงการต่างประเทศหรือไม่หลังนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีการเคลื่อนไหวในการนำ 3 ปราสาทและ 1 พื้นที่ขึ้นศาลระหว่างประเทศ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า พูดคุยกันตลอด ในส่วนของทีมไทยแลนด์เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
ส่วนงานระยะยาวเป็นหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเขาก็เดินหน้าอยู่ ในงานที่ต้องใช้ความประณีตและมีข้อกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง การเตรียมการในเรื่องต่างๆ หากกัมพูชานำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่ศาลโลก ทาง ศบ.ทก.จะไม่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องนี้ แต่กระทรวงการต่างประเทศและศบ.ทก. ต่างรับทราบการทำงานกันและกัน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บิ๊กเล็ก ยันกลาโหมไร้สุญญากาศ เดินหน้ารับมือเขมร นำพื้นที่พิพาทขึ้นศาลโลก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th