โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

“พิชัย” เผยสหรัฐเปิดทางเจรจาภาษี มั่นใจไม่โดน 36%

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 10.54 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 03.54 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ทำเนียบ 29 ก.ค.- “พิชัย” เผย สหรัฐเปิดทางเจรจาภาษีต่อ หลังไทย-กัมพูชา หยุดยิงชายแดน ย้ำ เป็นข้อเสนอเดิม ชี้ทันกรอบเวลา 1 ส.ค.หรือไม่ขึ้นอยู่กับสหรัฐ มั่นใจไม่โดน 36% ยอมรับปัญหาชายแดนมีผล เพราะความมั่นคงอยู่คู่ขนานเศรษฐกิจ แต่ชาติต้องมาก่อน ขณะที่ “ก.คลัง” เพิ่มงบฯ 7 จังหวัดชายแดน จังหวัดละ 100 ล้านบาท พร้อมเตรียมมาตรการเยียวยา “ประชาชน-เอกชน”

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจามาตรการทางภาษีสหรัฐอเมริกา หลังไทยและกัมพูชา มีข้อตกลงหยุดยิงร่วมกัน ว่า วันนี้(29 ก.ค.) ทางสหรัฐอเมริกาได้กลับมาเปิดทางให้ไทยได้เจรจาต่อ ซึ่งทันทีที่เปิดทาง ฝ่ายไทยได้ติดต่อไปทันที และยืนยันว่า จะทำตามกรอบเวลา แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสหรัฐอเมริกาว่า จะตัดสินใจอย่างไร ซึ่งเราก็ต้องมีการสรุปอีกครั้งหนึ่งว่า ข้อตกลงหลัก ๆ จะเป็นอย่างไร โดยข้อเสนอที่ยื่นไปคือ ข้อเสนอเดิมที่เพิ่งยื่นไป ไม่มีการยื่นข้อเสนอใหม่

ส่วนนายพิชัย จะต้องเดินทางไปเจรจาด้วยตัวเองหรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า ขอดูการหาในวันนี้(29 ก.ค.)ก่อน ซึ่งเท่าที่ทราบขณะนี้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้มอบหมายให้ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา หรือ USTR เป็นผู้แทนเจรจาทั้งหมด ซึ่งหลักการเจรจาจะเป็นการเจรจาต่อเนื่อง ซึ่งทางสหรัฐฯ เห็นหลักข้อเสนอของไทยหมดแล้ว ซึ่งหลายข้อได้พูดคุยจบไปแล้ว จะเหลือเพียงบางข้อเท่านั้น ซึ่งมีทั้งที่ไทยเห็นด้วย และหลักการที่ไทยรับได้ยังคงเหมือนเดิม

ขณะที่การเจรจาภาษีจะทันตามกรอบเวลา 1 สิงหาคมนี้ หรือไม่ นายพิชัย ระบุว่า หน้าที่ของไทยคือ มีหน้าที่เสนอ และตกลงให้ได้ ส่วนหน้าที่ประกาศเป็นของสหรัฐอเมริกา ซึ่งขณะนี้ก็เหลือระยะเวลาอีกประมาณ 3 วันจะถึงวันที่ 1 สิงหาคมตามกรอบ

เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ เมื่อมีเงื่อนไขเรื่องปัญหาชายแดนเข้ามาเพิ่มเติม นายพิชัย ยอมรับว่า เป็นหนึ่งเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญมาก ๆ เพราะความมั่นคงของประเทศเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งเรื่องของความมั่นคงจะเดินคู่ขนานกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แต่วันนี้เราต้องดูเรื่องประเทศชาติก่อน หากตกลงได้ในสิ่งที่ควรจะเป็นมาตรการทางเศรษฐกิจเราก็เดินไปในสิ่งที่ควรจะเป็น

ส่วนข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชา จะมีผลทางจิตวิทยา ทำให้อัตราภาษีลดลงหรือไม่ นายพิชัย ไม่คิดแบบนั้น เพราะข้อเสนอที่ไทยเสนอไปมีอยู่ 2 เรื่องที่เป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย และเป็นช่วงใช้จังหวะเวลานี้ปรับตัวผู้ประกอบการในไทยด้วย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ส่วนแม้ว่าจะมีการหยุดยิง แต่เช้าวันนี้ยังมีการปะทะกันอยู่ โดยเริ่มจากฝั่งกัมพูชา จะส่งผลกระทบหรือไม่ นายพิชัย ระบุว่า ผู้ประเมินคงเข้าใจ พอหยุดหยุดปั๊บ ก็คงไม่ได้หยุดสนิททีเดียว ก็ต้องรอดูสถานการณ์ต่อไป

ขณะที่หากสถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่เราตั้งไว้ จะต้องมีการขยายกรอบการเจรจาหรือไม่ นายพิชัย ระบุว่า ไทยพร้อมเจรจาตลอด ส่วนจะได้เจรจาต่อหรือไม่ขึ้นอยู่กับสหรัฐอเมริกามากกว่า ซึ่งส่วนตัวคิดว่า ไทยไม่ควรจะโดนอัตราภาษีนำเข้า 36 % แน่นอน แต่จะประกาศเมื่อไหร่นั้น ตนคิดว่า ใกล้แล้ว ซึ่งอาจจะประกาศก่อนวันที่ 1 สิงหาคมก็ได้ หรือจะประกาศวันที่ 2 สิงหาคมก็ได้ ต่างกันเพียงวันเดียว

ส่วนพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา 7 จังหวัด นายพิชัย กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้ดำเนินการหลายเรื่องโดยในพื้นที่ โดยได้เพิ่มวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ครอบคลุมจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดละ 100 ล้านบาททันที และหากมีมาตรการที่ต้องจัดซื้อจัดจ้างแบบรวดเร็วให้ดำเนินการได้เลยด้วยวิธีพิเศษ

สำหรับมาตรการเยียวยาได้เตรียมการไว้แล้วเพราะประเมินดูแล้วจากข่าวผู้ที่ได้รับผลกระทบมีการอพยพ ประมาณ 160,000 คน และจะต้องดูว่าจะเยียวยาอย่างไร ซึ่งช่วงที่ไม่ได้ทำงาน แต่ละวันรายได้จะหายไป ส่วนทรัพย์สินที่อยู่อาศัยที่บางคนได้รับกระทบก็ได้เตรียมการประเมินเบื้องต้นว่า จะช่วยเหลืออย่างไร

ขณะที่มาตราการทางการเงินก็จะดูให้ว่ามใครที่จะต้องยื่นภาษีในวงรอบที่จะถึงนี้ เราก็จะยืดเวลาให้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2568

นายพิชัย กล่าวอีกว่า ตอนนี้ด้านสถาบันการเงินภาครัฐได้มีการยื่นข้อเสนอมาแล้ว โดยหลักแล้วเป็นข้อเสนอยืดหนี้ให้ บางแห่งยืดหนี้ให้เป็นปี และบางแห่งให้หลายปี รวมถึงอัตราดอกเบี้ยต่ำ ทั้งหมดเป็นหลักการที่ทางธนาคารภาครัฐได้เสนอมาเกือบหมด ดังนั้นช่วงนี้จะเป็นการเก็บข้อมูลประเมินสถานการณ์ ส่วนมาตรการต่าง ๆ ก็ได้ออกมาเตรียมพร้อมแล้ว .-316 -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...