โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

W Shape Thinking: วิศรุต กริ่มทุ่งทอง เปลี่ยนปัญหาแพงให้เป็นความสำเร็จ

new18

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 08.05 น. • new18
W Shape Thinking: ถอดรหัสความคิด วิศรุต กริ่มทุ่งทอง ผู้เปลี่ยน ‘ปัญหาราคาแพง’ ให้เป็น ‘ความสำเร็จ’

W Shape Thinking: ถอดรหัสความคิด วิศรุต กริ่มทุ่งทอง ผู้เปลี่ยน ‘ปัญหาราคาแพง’ ให้เป็น ‘ความสำเร็จ’

ในโลกที่ซับซ้อน คำตอบที่ถูกต้องอาจไม่ใช่ทางซ้ายหรือทางขวา…แต่อยู่ในเส้นทางที่ยังไม่มีใครเคยสร้าง

ผมมาที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ ไม่ได้มาเพื่อพูดถึงตัวเลขความสำเร็จ แต่เพื่อพยายามทำความเข้าใจ ‘จักรวาลทางความคิด’ ของชายที่ชื่อ วิศรุต กริ่มทุ่งทอง เขาคือวิศวกรผู้ผันตัวมาเป็นผู้ประกอบการ แต่คำนิยามเหล่านั้นดูจะคับแคบเกินไปสำหรับภารกิจที่เขากำลังรังสรรค์ในฐานะผู้นำทางความคิด (Thought Leader) รุ่นใหม่
ณ ห้องทำงานใจกลางเอกมัย บทสนทนาของเราไม่ได้วนเวียนอยู่แค่เรื่องธุรกิจ แต่ดำดิ่งไปสู่แก่นของการ "ออกแบบทางออก" ให้กับปัญหาที่ดูเหมือนจะไร้ทางแก้ หรือที่เขาเรียกว่า “ปัญหาราคาแพง” (Wicked Problems) ผ่านแนวคิดที่ชื่อว่า W Shape Thinking—แนวคิดที่ทรงพลังจนส่งให้เขาคว้ารางวัลผู้นำระดับโลก Asia Top CEO Excellence Awards 2025 และกำลังจะกลายเป็นพิมพ์เขียวสำหรับผู้นำแห่งอนาคต (Future Leader)

จุดเริ่มต้น: เมื่อความจนคือ "โจทย์ข้อแรก" ของชีวิต

เรื่องราวของวิศรุตไม่ได้เริ่มต้นที่ความสำเร็จ แต่เริ่มต้นที่การเผชิญหน้ากับ"ปัญหา" ตั้งแต่วันแรกที่เขาลืมตาดูโลก
"ผมเกิดที่อุทัยธานี ในครอบครัวข้าราชการครู สิ่งที่ผมจำได้คือ ครอบครัวเรามีหนี้เยอะมาก เราอยู่บ้านพักข้าราชการ ไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเองเลยจนผมโต" วิศรุตเล่าด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย

ความจนสำหรับเขาไม่ใช่เพียงการขาดแคลนเงิน แต่มันคือระบบที่มองไม่เห็นซึ่งคอยจำกัดทางเลือกและกัดกร่อนความฝัน "ความจริงแล้ว ความจนมันเหมือนถนนที่เป็นวงเวียนที่นำไปสู่ 'จน โง่ เจ็บ' วงเวียนที่ผมเห็นทุกวัน ผ่านชีวิตครอบครัวผมเองและคนรอบข้าง คนจนมักจะไม่มีโอกาสเรียนหนังสือ ก็ตัดสินใจผิดพลาดบ่อย พอเจ็บป่วยก็ยิ่งจนลงเป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อยๆ"

ท่ามกลางวงจรที่ดูสิ้นหวัง แสงสว่างแรกปรากฏขึ้นเมื่อเขาอายุ 7 ขวบ คุณตาซึ่งเป็นวิศวกรก่อสร้างจากกรุงเทพฯ ขับรถเบนซ์มาเยี่ยม ภาพนั้นไม่ได้เป็นเพียงแรงบันดาลใจให้เด็กชายคนหนึ่ง แต่มันคือ"หลักฐานของความเป็นไปได้" ที่พิสูจน์ว่าวงจรนี้สามารถถูกทำลายได้ "มันเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นกับตาว่ามีคนทำได้ ผมก็ต้องทำได้เหมือนกัน"
ความมุ่งมั่นนั้นผลักดันให้เขาทำในสิ่งที่หลายคนมองว่าเป็นไปไม่ได้"ผมอยากเรียนวิศวะจุฬาฯ พอไปบอกอาจารย์ตอนที่ผมอยู่มัธยมปลาย อาจารย์บอกว่าแทบเป็นไม่ได้ เพราะไม่เคยมีใครในโรงเรียนทำได้มาก่อน แต่ผมเป็นก็สอบเอ็นทรานซ์เข้าวิศวะจุฬาฯ ได้สำเร็จ"

จากสัญชาตญาณสู่ระบบ: กำเนิด W Shape Thinking
ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยยังคงเป็นการต่อสู้ และที่นี่เองที่สัญชาตญาณของ"นักสร้างทางออก" ได้ฉายแววเป็นครั้งแรก
วิศรุต: ตอนเรียนวิศวะที่จุฬาฯ ครับ ด้วยโอกาสทางการเงินที่จำกัด ผมถูกบังคับให้มองหา "มูลค่า" ในที่ที่คนอื่นไม่สนใจ ตอนนั้นมีหอพักใหม่กำลังจะเปิดใต้หอพักเป็นร้านค้า ผมมองว่ามันคือ "โอกาสในการเข้าถึงก่อนใคร" ผมไปเจรจาจองห้องพัก 3 ห้องโดยที่ยังไม่มีเงินจ่ายด้วยซ้ำ แล้วขายใบจองนั้นต่อ
"คนอื่นอาจจะเห็นว่าผมขายห้อง แต่ในความคิดผม ตอนนั้นผมกำลังขาย 'โอกาส' ในการเปิดร้านทำธุรกิจ แต่มันมีมูลค่า" บทเรียนนั้นสำคัญมากครับ มันสอนให้ผมรู้ว่า เราสามารถสร้างมูลค่าจากสิ่งที่มองไม่เห็นได้

นั่นคือสัญชาตญาณ แต่ W Shape Thinking คือระบบความคิด… อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณต้องเปลี่ยน "สัญชาตญาณ" ให้กลายเป็น"กระบวนการ" ที่คนอื่นเรียนรู้ตามได้?
วิศรุต: คือตอนที่ผมไปเป็นวิศวกรจราจรทำโครงการออกแบบเส้นทางที่ลาวครับ ผมหลงทางเจอทางแยก เราถามทางคนท้องถิ่นสองคน คนหนึ่งชี้ซ้าย อีกคนชี้ขวา และทั้งคู่ต่างมั่นใจในคำตอบของตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม วินาทีนั้นผมเข้าใจเลยว่า ในโลกแห่งความจริงทางแยก็เหมือนกับปัญหาที่ซับซ้อนมันไม่มีคำตอบที่ "ถูก" เพียงหนึ่งเดียว
"คนส่วนใหญ่มักจะพยายามเลือกว่าจะเชื่อซ้ายหรือขวา แต่คำถามที่ทรงพลังกว่าคือ 'เราจะสร้างทางที่สามขึ้นมาจากได้อย่างไร?'" นั่นคือแก่นของ W-Shape ครับ มันคือกระบวนการของการจงใจเดินลงไปสำรวจมุมมองที่แตกต่างกันสุดขั้ว เพื่อกลับขึ้นมาสังเคราะห์เป็นทางออกใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

W Shape Thinking: คิดและแก้แบบ “เส้นทางที่ยังไม่มีใครสร้าง”

แนวคิด W Shape Thinking ไม่ใช่แค่ทางออก หากแต่คือกระบวนการเปลี่ยน “ปัญหาราคาแพง” ให้กลายเป็น “โอกาสทอง”
W สื่อถึงเส้นทางแก้ปัญหาที่ไม่ใช่เส้นตรง ตรงไปตรงมา หรือสุดขั้วซ้ายขวา แต่คือการ “ดิ้นรน ตกต่ำ ลุกขึ้น เรียนรู้” ตามจังหวะชีวิตจริง

จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ: เมื่อ "ปัญหาราคาแพง" คือ "โอกาสทางธุรกิจ"
แนวคิด W Shape Thinking ไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎีที่สวยหรูบนแผ่นกระดาษ แต่วิศรุตได้ใช้มันเป็นพิมพ์เขียวในการพิสูจน์แนวคิดหลักของเขาที่ว่า "ปัญหาราคาแพง คือ โอกาสทางธุรกิจ" เขาไม่ได้มองหา "ช่องว่างในตลาด" แต่มองหา "ปัญหาที่ซับซ้อนและมีคนยอมจ่าย" แล้วสร้าง"ทางออกที่สาม" ที่เหนือกว่าทางเลือกเดิมๆ
Waleerat Clinic: เปลี่ยน "ความไม่เชื่อมั่น" ให้เป็น "แม่เหล็กดึงดูดเงินตราต่างชาติ"
วิศรุตเล่าถึงจุดเริ่มต้นของ Waleerat Clinic ที่เขาบริหารร่วมกับภรรยา (พญ.วลีรัตน์ ทวีบรรจงสิน) ว่ามันเกิดจากการมองเห็น "ปัญหาราคาแพง" ที่ซ่อนอยู่ในพฤติกรรมของคนไทยในการใช้บริการคลินิกความงาม
"ปัญหาที่ผมเห็นคือ 'คนไทยยอมจ่ายแพงเพื่อบินไปทำสวยที่เกาหลี แต่กลับไม่เชื่อมั่นในคลินิกบ้านตัวเอง' นี่คือโจทย์ที่ซับซ้อน มันไม่ใช่แค่เรื่องคุณภาพหรือฝีมือหมอ แต่เป็นเรื่องของ 'ความเชื่อมั่น' และ 'การรับรู้' ด้วย ซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ยาก และนั่นแหละคือโอกาส"

ถ้าใช้การคิดแบบเดิม ทางออกอาจจะเป็นการลดราคา หรือทุ่มงบโฆษณา แต่วิศรุตใช้ W Shape Thinking เพื่อหา "ทางเลือกที่สาม"
"เราไม่ได้ถามว่าจะทำยังไงให้คนไทยมาใช้บริการ แต่เราตั้งคำถามใหม่ว่า 'เราจะทำยังไงให้คนต่างชาติต้องบินมาหาเราแทนไปเกาหลี?'"
คำถามนี้เปลี่ยนมุมมองทั้งหมด จากการแข่งขันกันเองในประเทศ ไปสู่การยกระดับตัวเองสู่เวทีสากล พวกเขาทุ่มเทสร้างมาตรฐานคลินิกที่เทียบเท่าต่างประเทศ ทั้งในด้านเทคโนโลยี ความปลอดภัย และการบริการแบบคนไทยที่ถูกใจต่างชาติ ผลลัพธ์คือ Waleerat Clinic ไม่เพียงแต่ได้รับความไว้วางใจจากคนไทย แต่ยังสามารถดึงดูดลูกค้าชาวต่างชาติได้ถึง 70% นี่คือการเปลี่ยนเกมอย่างสิ้นเชิง จากที่เงินทุนไหลออกนอกประเทศ กลายเป็นการดึงเงินตราต่างชาติเข้ามาสร้างงานและรายได้ให้คนไทย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการคิดนอกกรอบที่จะผลักดันอุตสาหกรรมศัลยกรรมไทยสู่เวทีโลก

จากผู้สร้างสู่ผู้ให้: ส่งต่อเครื่องมือสู่คนรุ่นต่อไป
"ตอนนี้ผมอยากทำโครงการอสังหาครับ" เขาเล่าถึงก้าวต่อไป "กำลังดูทำเลใจกลางเมือง ชื่อโครงการคือ 'Valoir' (วาลัวร์) เป็นภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า 'คุณค่า' ผมอยากสร้างบ้านที่มีคุณค่าระดับสากล เป็นบ้านที่ออกแบบมีความคิดแบบ Wellness สร้างสุขภาพที่ดีให้ผู้อยู่อาศัย ดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ดูทิศทางลม ใช้แอร์น้อย ปลูกต้นไม้ฟอกอากาศที่ NASA ยอมรับ" เป็นบ้านยั่งยืนที่ Low Carbon

นอกเหนือจากโครงการที่จับต้องได้ เขายังกำลังสร้างมรดกทางความคิดผ่านหนังสือ "W-Shape Thinking: The Navigator for Wicked Problems"
"ผมอยากเขียนหนังสือเล่มนี้ให้ลูกอ่านตอนโต อยากให้เขารู้ว่าพ่อมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร" เขากล่าว "มันคือคู่มือแก้ปัญหาชีวิตที่ผมเชื่อว่าใครได้อ่านก็จะผ่านปัญหาไปได้ ผมอยากใช้ภาษาที่ง่าย ไม่ซับซ้อน ทุกคนเข้าใจได้ง่าย

ปัจจุบัน วิศรุตเป็น mentor ในหลายโครงการที่เน้นการพัฒนาทักษะทางด้านดิจิตัล แบรนดิ้ง และการศึกษาสำหรับผู้ประกอบการ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...