โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เตือนสกุลเงินคริปโตถูกใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมายมากขึ้นทั่วโลก

PostToday

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 17.44 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2568 เวลา 02.30 น.

หน่วยงานปฏิบัติการด้านการเงิน (Financial Action Task Force: FATF) ซึ่งเป็นองค์กรเฝ้าระวังอาชญากรรมทางการเงินระดับโลก ออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ดำเนินมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นในการต่อสู้กับการเงินผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเตือนว่าช่องว่างด้านกฎระเบียบอาจก่อให้เกิดผลกระทบในระดับโลก

FATF ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงปารีสระบุว่า แม้จะมีความคืบหน้าในการกำกับดูแลสินทรัพย์เสมือนตั้งแต่ปี 2024 แต่หลายประเทศยังคงต้องดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อจัดการกับความเสี่ยงดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ

จากการประเมินเมื่อเดือนเมษายน 2025 พบว่า มีเพียง 40 จาก 138 ประเทศเท่านั้นที่ “มีการปฏิบัติตามมาตรฐานของ FATF ในระดับมาก” ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 32 ประเทศในปีที่แล้ว

“เนื่องจากสินทรัพย์เสมือนไม่มีพรมแดนโดยธรรมชาติ ความล้มเหลวด้านกฎระเบียบในประเทศใดประเทศหนึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อทั้งระบบโลกได้” FATF ระบุในแถลงการณ์

บริษัท Chainalysis ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์บล็อกเชน เปิดเผยว่า ที่อยู่กระเป๋าเงินคริปโตที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายอาจมีมูลค่าการรับทรัพย์สูงถึง 51 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024

FATF ระบุเพิ่มเติมว่า หลายประเทศยังคงประสบปัญหาในการตรวจสอบตัวตนของผู้ที่อยู่เบื้องหลังธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล

รายงานฉบับนี้สะท้อนความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นของหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินทั่วโลกเกี่ยวกับความเสี่ยงของคริปโตที่อาจส่งผลต่อระบบการเงินในวงกว้าง

ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา หน่วยงานกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์แห่งสหภาพยุโรป (ESMA) ได้เตือนว่าการขยายตัวของภาคคริปโตอาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเงินโดยรวม โดยเฉพาะเมื่อมีความเชื่อมโยงเพิ่มขึ้นกับตลาดการเงินแบบดั้งเดิม

FATF ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้ Stablecoin ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีการตรึงค่าไว้กับสกุลเงินรัฐบาล (Fiat Currency) โดยกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายหลากหลาย อาทิ รัฐบาลเกาหลีเหนือ เครือข่ายผู้สนับสนุนการก่อการร้าย และผู้ค้ายาเสพติด โดย FATF ระบุว่า ปัจจุบันกิจกรรมผิดกฎหมายในวงการคริปโตส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับ Stablecoin

นอกจากนี้ สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (FBI) เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจรกรรมสินทรัพย์เสมือนจากแพลตฟอร์ม ByBit มูลค่าประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์โจรกรรมคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...