โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จับตา M&A ไทยยังโต KPMG ชี้นักลงทุนพร้อมเดินหน้า แม้โลกไม่นิ่ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 05.08 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 05.08 น.

จับตาการควบรวมกิจการในไทย ยังมีโอกาสเติบโต KPMG ชี้นักลงทุนยังพร้อมเดินหน้า แม้ยังเผชิญเศรษฐกิจโลกที่ไม่นิ่ง ดีลยุคใหม่ซับซ้อนขึ้น ใช้กลยุทธ์บริหารความเสี่ยงรัดกุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เคพีเอ็มจี ประเทศไทย (KPMG) เปิดเผยรายงาน Doing deals in Thailand 2025 โดยผลการสำรวจเเสดงให้เห็นว่าภูมิทัศน์ของตลาด M&A ในประเทศไทยนั้นได้พัฒนาไปสู่สภาพแวดล้อมที่มีความซับซ้อนและดำเนินการอย่างมีกลยุทธ์มากขึ้น ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพให้ประเทศไทยพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจระดับโลกก็ตาม

นักลงทุนและผู้ประกอบการต่างก็สามารถปรับตัวและรับมือกับโครงสร้างการควบรวมกิจการที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงและส่งเสริมให้การควบรวมกิจการสำเร็จลุล่วง และยังคงให้ความสนใจในการควบรวมกิจการอย่างต่อเนื่อง

ผลสำรวจ มองตลาด M&A ไทยอย่างไร ?

ผลการสำรวจดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยยังคงมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำดีลควบรวมกิจการ แม้จะมีความซับซ้อนและความไม่แน่นอนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การเจรจาและการดำเนินการควบรวมกิจการใช้เวลานานขึ้น เนื่องจากนักลงทุนให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกอย่างครอบคลุมมากขึ้น โดยเกือบครึ่งหนึ่งของการควบรวมกิจการในปัจจุบันใช้เวลามากกว่าหนึ่งปี เพิ่มขึ้นจาก 38% ในปี 2562

โดยนักลงทุนมีการใช้รูปแบบอัตราการชำระมูลค่ากิจการตามผลการดำเนินงานของผู้ขาย (earn-out) และโครงสร้างการควบรวมกิจการที่ซับซ้อน เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงและรับมือกับความไม่แน่นอนในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นว่า นักลงุทนมีการวิเคราะห์เกี่ยวกับความสอดคล้องเชิงกลยุทธ์ การวางแผนธุรกิจ และการตรวจสอบสถานะของกิจการ (due diligence) อย่างละเอียดรัดกุมมากขึ้นก่อนการตัดสินใจซื้อขายกิจการ

สำหรับปัจจัยที่ผลักดันให้เกิดการควบรวมกิจการนั้น ผลสำรวจยังเผยว่า แรงจูงใจหลักของดีลควบรวมกิจการในประเทศไทยกว่า 2 ใน 3 มาจากความต้องการการขยายธุรกิจสู่ตลาดใหม่ มีเพียงร้อยละ 18 ที่มุ่งเน้นการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด และ 16% ที่ต้องการต่อยอดธุรกิจด้วยการเข้าซื้อซัพพลายเออร์หรือลูกค้า

แม้ว่าการตรวจสอบสถานะของกิจการทั้งด้านการเงิน ภาษี และกฎหมาย จะยังคงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด แต่ปัจจุบันการตรวจสอบดังกล่าวได้ขยายขอบเขต ให้ครอบคลุมการประเมินด้านการค้า การดำเนินงานในองค์กร ทรัพยากรบุคคล และเทคโนโลยีสารสนเทศ

ในขณะเดียวกัน ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ก็เริ่มมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น โดย 73% ของผู้ตอบแบบสำรวจ ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในระดับปานกลางถึงสูง

ในอีกมุมหนึ่ง บริษัทต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการให้เวลาและการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจร่วมกันก่อนการควบรวมกิจการมากขึ้น โดยการวางแผนธุรกิจร่วมกันอย่างรัดกุมและละเอียดรอบคอบ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ส่งผลให้การควบรวมกิจการประสบความสำเร็จด้วยดี

ในส่วนแหล่งเงินทุนในธุรกรรมการควบรวมและซื้อกิจการ ผลสำรวจพบว่า เงินสดสำรองของบริษัทยังคงเป็นแหล่งเงินทุนหลัก ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการลงทุนที่รอบคอบรัดกุม ภายหลังยุคโควิด-19 ขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณชี้ให้เห็นว่าบริษัทต่างๆ ยังคงมีศักยภาพในการขยายลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ บทบาทของกองทุนสินเชื่อภาคเอกชน (private credit funds) ที่เพิ่มมากขึ้นในระดับภูมิภาคจะช่วยเสริมสภาพคล่องในตลาด และสร้างโอกาสให้เกิดการควบรวมกิจการ และการลงทุนที่มีโครงสร้างซับซ้อนได้มากขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม

ผลการสำรวจยังระบุเพิ่มเติมว่า กว่า 84% ของผู้ตอบแบบสำรวจ วางแผนที่จะเข้าซื้อกิจการในประเทศไทยอย่างน้อย 1 ครั้งในอีก 5 ปีข้างหน้า และ 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจ มีแผนที่จะดำเนินการควบรวมกิจการอย่างน้อย 4 ครั้ง

มองประเทศไทย ยังดึงดูดนักลงทุน หลายอุตสาหกรรม

นายเอียน ธอร์นฮิลล์ หุ้นส่วน และหัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาการซื้อขายกิจการ เคพีเอ็มจี ประเทศไทย กล่าวว่า สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือการที่ผู้นำธุรกิจสามารถรับมือกับความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งปรับแนวทางในการดำเนินงานเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนกลยุทธ์การควบรวมกิจการและการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง คณะผู้บริหารยังคงให้ความสำคัญกับการหาช่องทางให้องค์กรเติบโตต่อไป และการควบรวมและซื้อกิจการ ก็ยังคงเป็นแนวทางที่สำคัญที่สุดในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

“ปัจจุบัน เราเห็นสภาพแวดล้อมการควบรวมและซื้อกิจการที่มีความซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงการวิเคราะห์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างรอบด้าน ด้วยเหตุนี้ เคพีเอ็มจีจึงได้พัฒนาแนวทางการทำงานแบบบูรณาการ ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกลยุทธ์และการปฏิรูปองค์กรเข้ามาทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์การเติบโตตั้งแต่ก่อนเข้าสู่กระบวนการควบรวมกิจการ ไปจนถึงหลังจากที่ดีลเสร็จสิ้น เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถรับมือกับความซับซ้อนและบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจที่วางไว้ได้”

โดยสรุปแล้ว ธุรกิจไทยมีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะคว้าโอกาสจากการควบรวมกิจการที่ยังคงเติบโตอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจาก การปรับโครงสร้างธุรกิจ การสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และการประเมินมูลค่ากิจการที่สมเหตุสมผลยิ่งขึ้นภายหลังจากที่ตลาดเริ่มมีเสถียรภาพ

แม้จะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม และมาเลเซีย ซึ่งเป็นจุดหมายการลงทุนที่น่าจับตามองในระดับภูมิภาค แต่ด้วยปัจจัยได้เปรียบทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอาเซียน และคุณภาพของแรงงาน

ทำให้ประเทศไทยยังคงสามารถดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนได้ในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต เทคโนโลยีสารสนเทศ สุขภาพ สินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยแนวคิดด้านความยั่งยืน ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว

ทั้งนี้ รายงาน “Doing Deals in Thailand 2025” ของ KPMG เป็นการสำรวจภาพรวมตลาดการควบรวมและซื้อกิจการในประเทศไทยฉบับที่สอง ต่อเนื่องจากฉบับปฐมฤกษ์ เมื่อปี 2562 ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อติดตามแนวโน้มของตลาดที่เปลี่ยนแปลงตามเศรษฐกิจไทยที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

รายงานฉบับดังกล่าวยังถ่ายทอดมุมมองของผู้ที่มีส่วนร่วมกับในการควบรวมกิจการ ที่กล่าวถึงโอกาส ความท้าทาย และกลยุทธ์ในการลงทุน ในช่วงหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจจากหลากหลายสายงาน ได้แก่ การพัฒนาธุรกิจ การเงินและบัญชี การวิเคราะห์การลงทุน การวางแผนกลยุทธ์ขององค์กร และผู้บริหารระดับสูงจากหลายอุตสาหกรรม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับตา M&A ไทยยังโต KPMG ชี้นักลงทุนพร้อมเดินหน้า แม้โลกไม่นิ่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...