โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พ่อร้องสื่อ หลังลูกน้อยวัย 6 ขวบ ถูกสาวหล่อแฟนใหม่แม่ตี เขียวช้ำทั้งตัว

Khaosod

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 09.19 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 09.05 น.

พ่อร้องสื่อ หลังลูกน้อยวัย 6 ขวบ ถูกสาวหล่อแฟนใหม่แม่ทุบตี ทำร้ายร่างกาย เขียวช้ำทั้งตัว เพราะไม่อยากให้ไปนอนบ้านยาย หลังแจ้งความถูกขู่ฟ้องกลับ

เมื่อวันที่ 11 ก.ค.2568 นายมอส นามสมมุติ อายุ 30 ปี ได้ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกสาว วัย 6 ขวบ หลังลูกสาวถูกแฟนใหม่ของแม่แท้ๆ ทำร้ายร่างกาย แถมยังปล่อยน้องไปโรงเรียน ในสภาพบอบช้ำไปทั้งตัว จนคุณครูตัดสินใจพาน้องไปหาหมอ และพ่อเองก็ทนไม่ไหว ต้องพาลูกสาวกลับมาเลี้ยงดูด้วยตัวเอง

โดยนายมอส ผู้เป็นพ่อ เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อช่วงวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา คุณครูประจำชั้น ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา ได้โทรมาบอกว่า ลูกสาวของตนเอง ชื่อว่า ด.ญ.เล็ก (นามสมมุติ) อายุ 6 ขวบ มีอาการผิดปกติ โดยพบว่ามีร่องรอยเขียวช้ำทั้งตัว โดยเฉพาะที่ใบหน้า คล้ายถูกตีด้วยของแข็ง พยายามถามน้องว่าไปโดนอะไรมา น้องไม่ยอมบอก แถมยังมีอาการ หวาดกลัว คุณครูจึงตัดสินใจพาน้องไปส่งโรงพยาบาล เพื่อให้คุณหมอตรวจร่างกาย

จากนั้นคุณครูก็โทรศัพท์มาบอกตนเอง ซึ่งตอนนั้นลูกสาวอยู่ในความดูแลของแม่ ซึ่งเลิกและแยกทางกับตนมานานกว่า 4 ปีแล้ว แต่พอตนเองเห็นภาพถ่ายลูกสาวที่ครูส่งมาให้ หัวอกความเป็นพ่อจึงตัดสินใจไปรับน้องเล็ก มาเลี้ยงดูด้วยตัวเอง อีกทั้งพยายามพูดคุยกับอดีตภรรยา เพื่อสอบถามถึงสาเหตุที่ลูกมีร่องรอยเขียวช้ำ แต่กลับไม่ได้รับคำตอบ จนถึงปัจจุบัน และตนเองก็ไม่เคยคุยกับอดีตภรรยาอีกเลย

หลังเกิดเหตุ ตนเองได้มีโอกาสพูดคุยกับครูประจำชั้นของลูกสาว โดยคุณครูบอกว่า ลูกสาวมีอาการผิดปกติตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย. โดยครั้งแรก น้องมาโรงเรียน ก็มีร่องรอยเขียวช้ำไปทั้งตัว และมีอาการหวาดกลัว คุณครูพยายามถามก็ไม่ยอมบอก ผ่านไปประมาณ 4-5 วันรอยเก่ายังไม่ทันหาย ก็ปรากฏมีรอยเขียวช้ำขึ้นมาใหม่ ครูพยายามถาม น้องก็ไม่ยอมตอบ

จนครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ลูกสาวมีร่องรอยเขียวช้ำเต็มใบหน้าและตามตัว คุณครูโทรไปถามแม่ของน้องก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน บอกเพียงว่า “น้องไปเล่นกับเพื่อน” สุดท้าย คุณครูจึงตัดสินใจโทรมาปรึกษาตนเอง และพาน้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล

หลังจากที่ตนเองไปรับลูกสาวมาดูแล ซึ่งตนเองและแฟนสาวคนปัจจุบัน ได้ดูแลลูกและพยายามทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย และไว้ใจคนในบ้าน จนเวลาผ่านไป 10 วัน ลูกก็หายเป็นปกติ และกลับมามีนิสัยร่าเริง สุดท้ายเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. แฟนสาวคนปัจจุบันจึงตัดสินใจสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับลูก

จนน้องเล็ก เล่าให้ฟังว่า ถูก “ลุง” ซึ่งเป็นแฟนใหม่ของแม่ตี ซึ่งครั้งแรกกำลังนอนอยู่บนเตียง ลุงเดินเข้ามาหา แล้วดึงผ้าห่มออก ใช้มือตีหลายครั้ง ต่อมาครั้งที่ 2-3 ใช้ไม้เกาหลังตีเข้าที่ตัว และใบหน้า ส่วนสาเหตุที่ถูกตี เพราะน้องอยากไปหาคุณยาย ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมด เกิดขึ้นที่บ้านพักบนเกาะล้าน ม.7 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

นอกจากนี้ ได้ถามน้องว่า ทำไมไม่ไปบอกยายหรือบอกแม่ น้องบอกว่า “ ลุงห้ามไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร หากไปเล่าให้ใครฟัง จะโดนหนักกว่าเดิม” ซึ่งตนเองพยายามสอบถามน้องหลายรอบ น้องก็เล่าเหตุการณ์ให้ฟังในลักษณะแบบนี้ตรงกันทุกครั้ง ทำให้ตนเองมั่นใจว่าลูกถูกทำร้ายอย่างแน่นอน จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับ ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา

ผู้เป็นพ่อ ยังกล่าวปิดท้ายว่า สาเหตุที่แจ้งความ เพราะต้องการให้ลูกสาวได้รับความเป็นธรรม จากการถูกทำร้ายในครั้งนี้ โดยเบื้องต้น แฟนใหม่ของแม่แท้ๆ เป็นสาวหล่อ (LGBTQ+) ซึ่งตนเอง ไม่มีเจตนาจะใส่ร้าย หรือปรักปรำ ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ลูกสาวเล่าให้ฟัง เมื่อหัวอกความเป็นพ่อได้ยินเรื่องราวดังกล่าว จึงอยากให้ผู้ที่กระทำออกมารับผิดชอบ

โดยล่าสุด ตนพยายามเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกสาว แต่ก็ถูกอีกฝ่ายโพสต์ข้อความข่มขู่ ว่าจะฟ้องกลับ จึงตัดสินใจนำเรื่องราวดังกล่าว มาร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว หวังว่าให้กระบวนการยุติธรรม และ กฎหมาย เข้ามาช่วยพิสูจน์ความจริง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พ่อร้องสื่อ หลังลูกน้อยวัย 6 ขวบ ถูกสาวหล่อแฟนใหม่แม่ตี เขียวช้ำทั้งตัว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...