โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แมวเปรอะคืออะไร? ทำไมน้องถึงมีลายหลากหลายสี

sanook.com

เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 04.00 น. • Sanook
เจาะลึกแมวเปรอะ Tortoiseshell แมวลายกระดองเต่าสุดน่ารัก ทำไมมีสีสันผสมกันไม่ซ้ำกันในแต่ละตัว? รู้จักกลไกพันธุกรรมที่ทำให้แมวมีลายนี้พิเศษมากกว่าใคร

เมื่อพูดถึง "แมวเปรอะ" หลายคนอาจนึกถึงแมวสามสีที่มีสีขาวเป็นองค์ประกอบหลัก แต่แท้จริงแล้ว แมวเปรอะยังมีอีกหนึ่งรูปแบบที่โดดเด่นไม่แพ้กัน นั่นคือ "แมว Tortoiseshell" หรือที่คนไทยบางครั้งก็เรียกว่า "แมวเปรอะ" หรือ "แมวกระดองเต่า" เนื่องจากมีลวดลายคล้ายกระดองเต่า แมว Tortoiseshell โดดเด่นด้วยขนสองสีหลักคือ สีดำ (หรือน้ำตาลเข้ม/เทาเข้ม) และสีส้ม (หรือแดง/ครีม) ที่ผสมผสานกันอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีสีขาวเป็นปื้นใหญ่ ๆ ทำให้เกิดลวดลายที่ซับซ้อนและไม่ซ้ำกันในแต่ละตัว บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับแมวเปรอะ Tortoiseshell ให้มากยิ่งขึ้น

ทำความรู้จัก "แมวเปรอะ Tortoiseshell" คืออะไร

แมวเปรอะ หรือแมว Tortoiseshell (ทอร์ทอยซ์เชลล์) ไม่ใช่ชื่อสายพันธุ์ แต่เป็นลักษณะของ สีและลวดลายขน ซึ่งสามารถพบได้ในแมวหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นแมวบ้านทั่วไป (Domestic Shorthair/Longhair) หรือแมวสายพันธุ์แท้ เช่น American Shorthair, British Shorthair, Maine Coon, Persian และอื่นๆ สิ่งที่ทำให้แมว Tortoiseshell มีเอกลักษณ์:

  • สีหลักสองสี: คือ สีดำ (Black) และ สีส้ม (Orange/Red/Cream) โดยไม่มีสีขาวเป็นปื้นใหญ่ๆ (หากมีสีขาวเป็นปื้นใหญ่ๆ จะเรียกว่า Calico Cat)
  • ลวดลายที่ซับซ้อน: สีทั้งสองจะผสมผสานกันเป็นลายจุด ลายปื้นเล็กๆ ลายทาง หรือลายคล้ายหินอ่อน กระจายทั่วทั้งลำตัว ทำให้แต่ละตัวมีลวดลายที่ไม่ซ้ำกันเลยแม้แต่น้อย
  • ความแตกต่างของเฉดสี: สีดำอาจปรากฏเป็นสีเทาเข้ม (Blue/Grey Tortie) หรือสีน้ำตาลช็อกโกแลต (Chocolate Tortie) ส่วนสีส้มก็อาจเป็นสีแดงเข้ม สีครีม หรือสีแอปริคอตได้เช่นกัน

ทำไมแมวเปรอะมีหลากสี และส่วนใหญ่เป็นเพศเมีย

กลไกการเกิดสีหลากหลายในแมว Tortoiseshell นี่คือเหตุผลว่าทำไมแมวเปรอะถึงมีหลายสี และส่วนใหญ่เป็นเพศเมียเกือบทั้งหมด

  • ยีนสี 2 แบบในตัวเดียว เนื่องจากแมวเพศเมียมีโครโมโซม X สองตัว พวกเขาจึงสามารถมียีนควบคุมสีขน ทั้งสีส้ม (จาก X ตัวหนึ่ง) และสีดำ (จาก X อีกตัวหนึ่ง) อยู่ในร่างกายพร้อมกันได้
    สมมติให้โครโมโซม X ตัวแรกมียีนที่ทำให้ขนเป็นสีส้ม (เราจะเรียกง่ายๆ ว่า Xส้ม) และโครโมโซม X อีกตัวมียีนที่ทำให้ขนเป็นสีดำ (Xดำ) แมวเพศเมียตัวนั้นก็จะมีโครโมโซมเป็น Xส้มXดำ

  • สุ่มปิดการทำงานของโครโมโซม X (X-inactivation)

  • ในระหว่างที่แมวเพศเมียยังเป็นตัวอ่อน เซลล์แต่ละเซลล์ในร่างกายจะทำการ "ปิด" การทำงานของโครโมโซม X ตัวใดตัวหนึ่งแบบสุ่ม

  • บางเซลล์จะเลือกปิด Xส้ม: ทำให้เซลล์นั้นแสดงออกเป็นสี ดำ

  • บางเซลล์จะเลือกปิด Xดำ: ทำให้เซลล์นั้นแสดงออกเป็นสี ส้ม

  • กระบวนการสุ่มนี้เกิดขึ้นทั่วร่างกาย และเซลล์เหล่านี้จะแบ่งตัวเพิ่มขึ้น เกิดเป็นกลุ่มเซลล์ที่แสดงออกสีต่างกัน

  • เมื่อเซลล์เหล่านี้พัฒนาไปเป็นผิวหนังและเส้นขน เราจึงเห็นเป็น ลายปื้นๆ หรือลายจุดๆ สีดำและสีส้มสลับกัน ไปทั่วทั้งตัวของแมวเปรอะ Tortoiseshell

ทำไมแมวเปรอะเพศผู้ถึงหายาก

  • แมวเพศผู้มีโครโมโซม X เพียงตัวเดียว (XY) ดังนั้น พวกเขามียีนสีขนหลักได้แค่ สีเดียว เท่านั้น คือ ไม่ส้ม ก็ดำ จะมีทั้งสองสีในลักษณะลายเปรอะไม่ได้
  • ข้อยกเว้นที่หายากสุดๆ: แมว Tortoiseshell เพศผู้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น มีโครโมโซม X เกินมาหนึ่งตัว กลายเป็น XXY (ซึ่งเรียกว่าภาวะ Klinefelter Syndrome) ทำให้พวกเขามีโครโมโซม X สองตัวเหมือนเพศเมียและสามารถเกิดลายหลายสีได้ ซึ่งพบได้น้อยมาก (ประมาณ 1 ใน 3,000 ตัว) และแมวเพศผู้กลุ่มนี้มักจะเป็นหมัน

แมวเปรอะ Tortoiseshell คือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของความงามตามธรรมชาติที่เกิดจากความมหัศจรรย์ของพันธุกรรม น้อง ๆ ไม่ได้มีเพียงแค่ลวดลายขนที่สวยงามและไม่ซ้ำใคร แต่ยังมาพร้อมกับบุคลิกที่ชัดเจนและเสน่ห์ที่ทำให้ใครหลายคนหลงรัก หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังพิจารณาจะรับแมวเปรอะ Tortoiseshell มาเป็นสมาชิกใหม่ในบ้าน คุณจะได้สัมผัสกับความพิเศษและความรักที่ไม่เหมือนใครจากเจ้าเหมียวหลากสีเหล่านี้อย่างแน่นอน

อ่านเพิ่ม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...