โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“คมนาคม” สั่งทุกหน่วยงานเดินหน้าโปรเจกต์สำคัญ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 17.00 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 10.00 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพ 9 มิ.ย. – “สุริยะ” สั่งทุกหน่วยงานเดินหน้าโปรเจกต์สำคัญ เร่งเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้า สั่งการ ทล. – ทช. เข้าสำรวจตอบสอบจุดเสี่ยงอุบัติเหตุทุกจุด พร้อมเร่งรัดรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา เผยความคืบหน้างานโยธาล่าสุด 43.79%

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันนี้ได้ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามผลการดำเนินงานโครงการสำคัญตามนโยบาย ครั้งที่ 2/2568 เพื่อติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 ผลการดำเนินงานตามมาตรการความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 การเตรียมการซักซ้อมการปฏิบัติกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน (Blackout) ที่อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ และความคืบหน้าโครงการสำคัญด้านการขนส่งทางราง โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ – หนองคาย เพื่อมุ่งหวังเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม สร้างโอกาสของประเทศให้สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และเพื่อโอกาสของประชาชนที่จะได้ใช้โครงสร้างพื้นฐานอย่างครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่

โดยภาพรวมการเบิกจ่ายเงินกันเหลื่อมปี 2567 ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2568 วงเงิน 47,373.50 ล้านบาท ขณะนี้กระทรวงคมนาคมเบิกจ่ายสะสมรวม 40,593.25 ล้านบาท หรือ 85.69% ขณะที่ผลการเบิกจ่ายด้านการลงทุน ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2568 อยู่ที่ 93,000.54 ล้านบาท หรือ 43.82% สำหรับการลงนามในสัญญารายการผูกพันใหม่ 326 รายการ วงเงิน 24,184.65 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม2568 ลงนามในสัญญาแล้ว 67 สัญญา วงเงิน 1,311.37 ล้านบาท ภายหลังการปรับแผนในเดือนมิถุนายน 2568 จะลงนามในสัญญาได้ 79.45% และจะลงนามได้ 100% ภายในเดือนสิงหาคม 2568 ทั้งนี้การเบิกจ่ายงบประมาณให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้นั้นเพื่อใช้สำหรับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งได้กำชับทุกหน่วยงานให้ดำเนินการทุกโครงการอย่างเคร่งครัด และต้องมีความโปร่งใสทุกกระบวนการ

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ได้รับทราบสรุปผลการดำเนินการตามแผนการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2568 ซึ่งมีหลายจุดที่มีการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก จึงได้สั่งการให้ กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ให้เข้าสำรวจและตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้การสัญจรมีความปลอดภัยระดับสูงสุดรวมถึงปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น พร้อมกับให้จัดทำแถบชะลอความเร็วบริเวณไหล่ทางหรือบนถนนในพื้นที่เสี่ยงที่เป็นทางตรงและมีระยะทางยาว เพื่อช่วยเตือนผู้ขับขี่รถไม่ให้ตกข้างทาง เพื่อรองรับความผิดพลาดของผู้ขับขี่ เช่น การหลับใน และการขับขี่รถด้วยความเร็วสูง เป็นต้น ปรับปรุงแก้ไขเส้นแบ่งช่องจราจรให้มีความชัดเจน เพื่อให้สามารถเห็นช่องจราจรได้ชัดเจนในเวลากลางคืน และติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย ป้ายจราจร ไฟฟ้าส่องสว่าง และปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เหมาะสม ส่วนการเตรียมการซักซ้อมการปฏิบัติกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน (Blackout) ที่อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ได้ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแผนเผชิญเหตุให้ครอบคลุมกรณีเหตุไฟฟ้าดับ โดยให้ทุกฝ่ายเตรียมแผนการรับมือให้มีความพร้อม และเน้นย้ำว่าต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ – หนองคาย ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ณ วันที่ 25 เมษายน 2568 งานโยธามีผลงานสะสม 43.79% งานระบบราง ระบบไฟฟ้า และเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและจัดฝึกอบรมบุคลากร มีความคืบหน้า 0.95% ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย อยู่ระหว่างเตรียมเอกสารประกวดราคา

ทั้งนี้ ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมมีโครงการที่อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ได้แก่ โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้ – ป่าตอง โครงการทางพิเศษสายฉลองรัช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันออก โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ช่วงบางบัวทอง – บางปะอิน (M9) โครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศ EV การขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีและขออนุมัติรวมโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงตลิ่งชัน – ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี (สถานีสะพานพระราม 6 สถานีบางกรวย – กฟผ. และสถานีบ้านฉิมพลี) และโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน – ศิริราช เข้าด้วยกัน เพื่อดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นสัญญาเดียว ขออนุมัติจัดหารถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า (บทต.) โดยกำหนดให้นำชิ้นส่วนภายในประเทศและต่างประเทศมาประกอบภายในประเทศ 946 คัน ขออนุมัติปรับกรอบวงเงินลงทุนและจัดหาแหล่งเงินเพิ่มเติม เพื่อรองรับสำหรับโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ – รังสิต และช่วงบางซื่อ – ตลิ่งชัน โครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 2 โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 จำนวน 6 เส้นทาง ขอความเห็นชอบโครงการจัดหารถดีเซลรางปรับอากาศใหม่ สำหรับบริการเชิงพาณิชย์ 184 คัน พร้อมอะไหล่ ขอความเห็นชอบให้ดำเนินการโครงการจัดหารถโดยสารทดแทนรถด่วนพิเศษและรถด่วน 182 คัน พร้อมอะไหล่ และขอความเห็นชอบให้ดำเนินโครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้า พร้อมอะไหล่ ขนาดน้ำหนักกดเพลา 20 ตันต่อเพลา จำนวน 113 คัน.-513-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...