โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปประเด็น สายการบินไทยเวียตเจ็ทเล่นมุกเที่ยวบิน ‘น่าน-มิวนิค' ในวัน April Fool's Day

The MATTER

เผยแพร่ 03 เม.ย. 2565 เวลา 06.20 น. • Brief

นับเป็นประเด็นร้อนที่มีผลมาจากวัน April Fool's Day เมื่อสายการบินไทยเวียตเจ็ทเล่นมุกเปิดเส้นทางบินใหม่ จนกลายเป็นกระแสที่มีคนเข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก แถมล่าสุด ทางการสายบินยังสั่งลงโทษพนักงานในประเด็นดังกล่าวด้วย ทำให้หลายคนตั้งถามว่านี่เป็นการลงโทษที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่?

The MATTER ขอสรุปเรื่องราวมาให้อ่านกันตามนี้นะ

1. วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา เป็นวันโกหกที่ผู้คนมักเล่นมุกกันอยู่เสมอ สายการบินไทยเวียตเจ็ทก็ได้ทวิตผ่านบัญชีทวิตเตอร์ @ThaiVietjet ว่า ทางสายการบินได้เปิดบินเส้นทางใหม่ น่าน-มิวนิค เริ่มต้น 1,010 บาท/เที่ยว เงื่อนไขตามที่กำหนด พร้อม #AprilFoolsDay

2. ข้อความดังกล่าวทำให้เกิดกระแสฮือฮาในหลากหลายมุม บ้างก็ไม่เข้าใจมุกดังกล่าว ขณะที่หลายคนก็ไม่พอใจกับมุกนี้ และเริ่มมีกระแสวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม

3. ศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ (ศชอ.) ก็ระบุว่า ทางศูนย์ฯ พร้อมด้วยศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และอาชีวะปกป้องสถาบัน จะไปยื่นจดหมายและเอกสารเพื่อถามหาความรับผิดชอบจากสายการบินไทยเวียตเจ็ท จากกรณีดังกล่าว ที่สำนักงานไทยเวียตเจ็ทสนามบินสุวรรณภูมิ ในวันจันทร์ที่ 4 เมษายน

4. อีกด้านหนึ่ง ก็มีกระแสตั้งคำถามกับผู้ที่วิจารณ์มุกดังกล่าวว่า โพสต์ของไทยเวียตเจ็ทนั้นไม่เหมาะสมอย่างไร เพราะไม่มีใครออกมาอธิบายตรงๆ ว่ามุกดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายอย่างไร

5. อย่างไรก็ดี ไทยเวียตเจ็ทได้ลบข้อความดังกล่าวออก พร้อมออกแถลงการณ์ว่า “จากกรณีที่ทางสายการบินฯ มีการเผยแพร่เนื้อหาออนไลน์บนทางบัญชีทวิตเตอร์ของทางสายการบินฯ ในวันที่ 1 เมษายน 2565 (วัน April Fool's Day) โดยเนื้อหาของโพสต์ดังกล่าวเกี่ยวกับเส้นทางบินจากจังหวัดหนึ่งในประเทศไทย ไปยังเมืองหนึ่งในทวีปยุโรป ซึ่งก่อให้เกิดการแสดงความคิดเห็นในวงกว้าง สายการบินฯ กราบขออภัยอย่างสุดซึ้งต่อความผิดพลาดในครั้งนี้”

6. แถลงการณ์ระบุด้วยว่า ฝ่ายบริหารของสายการบินฯ ไม่ได้ให้ความเห็นชอบ หรือมีนโยบายสนับสนุนให้เผยแพร่เนื้อหาออนไลน์ในลักษณะดังกล่าว โดยได้สั่งการให้มีการลบโพสต์ดังกล่าวทันทีที่ทราบ

"ขณะนี้ สายการบินฯ ได้ดำเนินการพักงานบุคคลที่มีส่วนรับผิดชอบสื่อสังคมออนไลน์ของทางสายการบินฯ จนกว่าการตรวจสอบกรณีดังกล่าวจะแล้วเสร็จ"

7. วรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยเวียตเจ็ท กล่าวอีกว่า “ในฐานะผู้บริหารของสายการบินฯ ผมขอยอมรับความผิดพลาดที่ไม่สามารถกำกับดูแลการทำงานของพนักงานได้ดีเพียงพอ จนทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น"

"เราจะเร่งดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างถี่ถ้วน และดำเนินการตามมาตรการที่เหมาะสมแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจะปรับปรุงกระบวนการทำงาน ในการควบคุมเนื้อหาของสื่อประชาสัมพันธ์และโซเชียลมีเดีย เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ทั้งนี้ ผมกราบขออภัยต่อประชาชนชาวไทยอย่างสุดซึ้งอีกครั้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”

8. ขณะที่ทาง ศชอ. ระบุว่า ได้รับการติดต่อจากวรเนติแล้ว ซึ่งทางสายการบินได้ลงโทษพนักงานที่เกี่ยวข้อง 2 ท่าน โดยปลดออกจากตำแหน่งและตัดเงินเดือนแล้ว พร้อมทั้งได้ทำเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษไปทางสำนักพระราชวังแล้วด้วย

“ส่วนการที่ทางกลุ่มพสกฯ จะมายื่นจดหมายในวันจันทร์ที่ 4 เม.ย. กัปตันยินดีที่จะรอพบและพร้อมจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดอีกครั้ง” ข้อความจาก ศชอ.

9. นอกจากนี้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ก็ออกมาเปิดเผยด้วยว่า ทางสำนักงานขอให้ทางสายการบินเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นดังกล่าวเป็นการภายในก่อน และนัดให้สายการบินมาชี้แจงกับ กพท.ในวันจันทร์ที่ 4 เมษายนนี้

10. เหตุการณ์นี้ ทำให้ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์ถึงการลงโทษพนักงานของสายการบินไทยเวียตเจ็ท โดยหลายคนตั้งคำถามว่า สายการบินลงโทษพนักงานด้วยเหตุผลอะไร การกระทำดังกล่าวขัดต่อข้อกฎหมายหรือผิดระเบียบบริษัทอย่างไร เพราะหากไม่มีเหตุผลมารองรับอย่างชัดเจนก็ถือเป็นการลงโทษและใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม

อ้างอิงจาก

https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_6977690

https://www.facebook.com/THCVC2020/photos/a.114655353700717/494467415719507/

https://prachatai.com/journal/2022/04/97986

https://mgronline.com/travel/detail/9650000032102

https://mgronline.com/onlinesection/detail/9650000032145

#ThaiVietjet #Recap #TheMATTER

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...