โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Bloatware คืออะไร แอปฯ ฟรีที่มากับโทรศัพท์ เป็นอันตรายจริงหรือ ?

BT Beartai

อัพเดต 13 ม.ค. 2568 เวลา 09.15 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. 2568 เวลา 07.22 น.
Bloatware คืออะไร แอปฯ ฟรีที่มากับโทรศัพท์ เป็นอันตรายจริงหรือ ?

กลายเป็นประเด็นร้อนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จากกรณีที่มีผู้ใช้งานได้ไปพบว่ามีแอปฯ ที่เจ้าตัวไม่ได้โหลดลงเครื่องโผล่มาชื่อ ‘Fineasy’ หรือ ‘แอปฯ กู้เงิน’ ซึ่งเท่าที่ฟังเหมือนจะไม่ได้ดูมีอะไรผิดปกติมาก แต่ที่ทำให้เป็นการถกเถียงกันเป็นอย่างมากก็คือ แอปฯ นี้เข้าข่ายเป็น Bloatware หรือ แอปฯ ไม่พึงประสงค์นั่นเอง วันนี้แอดจะชวนมาทำความรู้จักเจ้า Bloatware กัน ว่าแท้จริงแล้วคืออะไร และอันตรายจริงเหรอ ?

Bloatware คืออะไร ?

Bloatware คือ แอปฯ ฟรีที่แถมมากับโทรศัพท์ โดย ‘bloat’ แปลตรงตัวคือ ‘เกินพอดี’ ความหมายรวม ๆ คือแอปฯ ที่ติดตั้งมาโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องการ ซึ่งสาเหตุที่ผู้ผลิตต้องติดตั้งแอปฯ ที่ผู้ใช้ไม่ต้องการลงมาด้วยนั้นเป็นเรื่องของการตลาด เพราะผู้ผลิตแอปฯ มีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการลงแอปฯ มาพร้อมกับเครื่อง จึงเป็นเรื่อง Win-Win ของผู้ผลิตอุปกรณ์ที่มีรายได้เพิ่มเติมเป็นค่าลงแอปฯ ทำให้ขายสมาร์ตโฟนถูกลงได้ ส่วนเจ้าของแอปฯ ก็ได้โอกาสเข้าถึงผู้ใช้มากขึ้น เพราะผู้ใช้เห็นแอปฯ อยู่ในหน้าโฮมเลย

แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่จะเรียกว่า bloatware บางแอปฯ เป็นแอปฯ ยูทิลิตี เช่น นาฬิกา, รายชื่อผู้ติดต่อ, พยากรณ์อากาศ หรือเข็มทิศ ซึ่งเป็นแอปฯ พื้นฐานที่เราต้องใช้ในชีวิตประจำวัน จะไม่เรียกว่า Bloatware

โดย Bloatware ยอดนิยมในปัจจุบันจะเป็นเกม แอปฯ หาคู่ รวมไปถึงแอปฯ โซเซียลมีเดียต่าง ๆ

Bloatware อันตรายมั้ย ?

Bloatware บางตัวอาจกินพลังงานเครื่อง มีการแอบทำงานเบื้องหลัง ทำให้โทรศัพท์ของเราช้าลง ด้านความปลอดภัย แอปฯ บางตัวมีการส่งโฆษณาจนน่ารำคาญ อาจจะมีความเสี่ยงถ้าเราไปกดโดนโฆษณาโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งอาจเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยได้ แต่ถ้าเราไม่ไปเปิดใช้งาน แอปฯ เหล่านี้ก็จะอยู่ตรงนั้นเฉย ๆ และไม่สามารถทำงานเบื้องหลัง ขโมยข้อมูลผู้ใช้ หรือส่งการแจ้งเตือนสแปมได้

และ Bloatware ไม่ได้มีเพียงแค่ระบบ Android เพราะใน iOS ก็มีเช่นกัน โดยแอปฯ ฝั่ง iOS ที่อาจนับเป็น Bloatware เช่น iMovie หรือ GarageBand ซึ่งกินพื้นที่เครื่องไม่น้อย สำหรับผู้ไม่ต้องการแอปฯ ตัดต่อวิดีโอหรือแอปฯ แต่งเพลงก็ต้องลบแอปฯ เหล่านี้ออกด้วยตัวเอง

ทั้ง 2 ระบบจึงควรอนุญาตให้ผู้ใช้ ตัดสินใจเลือกแอปฯ ที่ต้องการติดตั้งในโทรศัพท์เอง และวิธีนี้ผู้ใช้จะสามารถประหยัดพื้นที่จัดเก็บได้ โดยไม่ต้องติดตั้งแอปฯ ที่ไร้ประโยชน์และไม่มีแผนที่จะใช้

จะลบ Bloatware ยังไง

  • Bloatware ส่วนใหญ่จะติดตั้งเหมือนแอปฯ ทั่วไป ก็สามารถถอนการติดตั้งลบแอปฯ นั้นทันที เหมือนกับแอปพลิเคชันอื่น ๆ
  • ถ้าลบไม่ได้ เพราะแอปฯ นั้นถูกจัดเป็นแอปฯ ระบบ ก็ต้องใช้วิธี Diable App แทน เพื่อปิดการทำงานของตัวแอปฯ
  • ใช้โปรแกรมลบ Bloatware โดยเฉพาะ

แอปฯ ที่อาจนับเป็น Bloatware มีอะไรบ้าง ?

  • แอปฯ ตรวจสอบสภาพอากาศ
  • แอปฯ การเงิน
  • แอปฯ เกม/กีฬา
  • แอปฯ แผนที่หรือการนำทาง
  • แอปฯ ฟิตเนส/สุขภาพ
  • แอปฯ ส่งข้อความหรือวิดีโอ
  • แอปพลิเคชันเพลง (ฟังและบันทึก)
  • แถบเครื่องมือและส่วนขยายเบราว์เซอร์ขยะ
  • อัปเดตระบบแอปฯ
  • แอปฯ ความสะอาดปลอม
  • ผู้ช่วยด้านการผลิต

สำหรับใครที่กังวลเรื่องความปลอดภัยระบบปฏิบัติการที่มาพร้อม Bloatware จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของโทรศัพท์โดยตรง เช่น พื้นที่จัดเก็บข้อมูล แบตเตอรี่หมดเร็ว เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...