โคตรจะรั่ว! เจาะรูจมเรือรัฐบาล สะใจศัตรูฉิบหาย แต่ตายยกลำ
“ต้มยำกุ้ง”ของไทยดังระเบิดเถิดเทิงระดับ World Wide หลัง “ยูเนสโก” จัดให้ขึ้นหิ้ง เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ ได้ยินแล้วแอบอุทาน แวบแรกนึกในใจจะบรรจุ"ต้มยำกุ้ง"เป็นเกมกีฬาในโอลิมปิค แข่งกันซดน้ต้มยำให้แซ่บจนปากบึนหรืออย่างไร
“นายกฯอิ๊งค์”แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่รอช้าออกมาโหนกระแสชื่นชมยินดีกับชาวไทย พร้อมบอกว่านี่นะคะ นี่คือผลพวงส่วนหนึ่งของ Soft Power ปรบมือสิคะรออะไร
แต่พลพรรคคนเกลียดเพื่อไทย หมั่นไส้ทักษิณ เบ้ปากจนหน้าเบี้ยว ก่อนตะโกนลั่นด้วยความแค้นปนสะใจ รัฐบาลมึงก็เหมือนกันแหละวะ "ต้มยำกุ้ง"มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ส่วนรัฐบาลเพื่อไืทยก็ผลงานที่จับต้องไม่ได้ของมนุษย์ไทย ฮากันครืน แต่มุกนี้รัฐบาลฮากริบ ขำไม่ออก
ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงบริหารงานมาเกือบ 2 ปี เปลี่ยนไปแล้ว 1 นายกฯ ยังไม่มีผลงานอะไรมาคุยโม้โอ้อวด เหมือนตอนหาเสียง แค่ทำให้สำเร็จเสร็จตามที่พูดไว้ยังไม่มี ผิดฟอร์มพรรคใหญ่“ค่ายแดง” ที่ขึ้นชื่อลือชานโยบายประชานิยม ลด แลก แจก แถม ต้องยอมรับการันตีเครื่องหมายการค้าจากนโยบายในอดีตที่ทำได้สำเร็จมากมาย 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน เอสเอ็มอี เอสเอ็มแอล พักหนี้เกษตรกร ฯลฯ ทำสำเร็จมาแล้วมากมาย ไม่กล้าเถียง
แต่พ.ศ.นี้ 2567 จะ 2568 อยู่แล้ว ยังไม่เห็นหินเห็นแดดอะไร นโยบายใหม่ไม่มีเหมือนตื้อตันไร้ไอเดีย ใช้ของเก่าเอานโยบายเดิมมาถูไถ ก็ได้แค่บางส่วนเท่านั้น เพราะโลกมันเปลี่ยนไปยุคสมัยก็เปลี่ยนแปลง เหมือนรถเก๋งอดีตเคยแรงปัจจุบันเอาไปซื้อแกงหมายังเห่า ส่วนนโยบายเรือธงที่คุยขโมงหนักหนา “ดิจิทัลวอลเล็ต” ตอนนี้ไม่มีใครในรัฐบาลออกมาพูดแบบหน้าชื่นตาบานเหมือนเก่าก่อน เพราะความจริงที่เกิดขึ้นคือนโยบายนี้"เสียของ" ไม่ควรค่าแก่การจดจำและพูดถึงอีกแล้ว เพราะมันไม่ตรงปก ไส้ในเนื้อหาก็ไม่ตรงใจ ผิดเพี้ยนไปเกือบจะสิ้นเชิง จนรัฐบาลเองที่ไม่กล้าเรียกชื่อว่านโยบาย"ดิจิทัลวอลเล็ต"อีกแล้วคิดดูเอาละกัน กระดากต้องเปลี่ยนชื่อเป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ แจกเงินหมื่น หรืออะไรก็ว่ากันไปออกทะเลไปนู่น เพราะรูปแบบการแจก-วิธีการใช้ล็อตแรก รวมทั้งล็อตสอง ถ้ามองแค่ 2 ล็อตนี้ ก็ต้องบอกว่าเป็นนโยบายสวัสดิการช่วยคนยากไร้อนาถา แจกให้ผู้มีรายได้น้อย คนชรา กลุ่มเปราะบาง
สิ่งที่ต้องจับตารอดู คือการแจกเงินให้คนกลุ่มใหญ่ "วัยรุ่น-วัยทำงาน" ราว 20 ล้านคน รัฐบาลจะแจกหรือไม่แจกเงินหมื่นถึงตอนนี้ก็ยังไม่แน่ใจเลย และจะแจกเมื่อไหร่ แจกอย่างไร มีเงื่อนไขหรือไม่ รูปแบบที่รัฐบาลจะดีไซน์ออกมาสำหรับคนกลุ่มนี้ จะเป็นคำตอบสุดท้ายในการนิยามความหมายและชื่อของโครงการหรือนโยบายนี้ได้ชัดเจนถูกถ้วนมากที่สุด
ถ้ายังคงไว้ซึ่งหลักการพายุเงินหมุนในระบบดิจิทัลตามที่หาเสียงไว้ อย่างน้อยก็ถือว่าได้ทำตามที่คิดและสัญญาไว้ครึ่งหนึ่ง เพราะมีราคาที่ต้องจ่ายอีกสำหรับความล่าช้า แบบนั้นจะไม่ต่อว่ารัฐบาลมากมาย เพราะและเห็นถึงความตั้งใจพยายาม แต่ถ้าสุดท้ายไม่จ่ายกลุ่มคนทำงานเลยนี่สาหัสหนัก หรือถ้าจ่ายไม่ครบ ไม่เต็ม หรือจ่าย 2 ครั้ง ในรูปแบบเงินสด-เงินโอน หรือยังคิดจะซอยย่อยจำแนกกลุ่มคนออกมาอีกก็อับจนถ้อยคำจะบรรยาย เหมือนผ่อนจ่ายงวดรถ บ้าน คอนโด เจอเสียงโห่จนสะเทือนใจร้องไห้แน่ และมันก็จะไม่ใช่นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตแน่ แต่เป็นนโยบายแจก จ่าย จบตามสัญญา ความนิยมศรัทธาที่คาดหวังจะได้กลับคืนมาจากประชาชนคงเหลือแค่น้อยนิด ถึงได้บอกไว้ตรงนี้ว่าเป็นนโยบาย "เสียของ" ผิดสเปก ไม่ตรงปก ไส้เน่า สับสน ล่าช้า ปัญหามันเยอะกว่าที่จะพูดถึงแง่ดี
สุดท้ายก็เห็นใจ และเข้าใจได้ในสิ่งที่มันผิดเพี้ยนไปจากความตั้งใจ เพราะรัฐบาลเพื่อไทยไม่ได้มีสิทธิขาดอำนาจเต็ม เหมือนสมัยเป็นรัฐบาลพรรคเดียวในอดีต เพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาลคราวนี้แบบหมดสภาพ ไร้อำนาจต่อรอง ไม่ใช่รัฐบาลพรรคเดียว แถมยิ่งนานวันยิ่งโดนพรรคร่วมรัฐบาลกดขี่มากขึ้นทุกที ที่สำคัญต้องเป็นรัฐบาลครั้งนี้แบบมีเงื่อนไขตกเป็นเบี้ยล่าง กลายเป็นหนูในรู หมูในเล้า ตามดีลลับฮ่องกง ลังกาวี แลกกับ 2 ตัวประกันอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ผู้นำจิตวิญญาณ และผู้ก่อตั้งเครือข่ายค่ายแดง กับยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้เป็นน้องสาว ปลดเปลื้องพันธนาการพร้อมได้กลับบ้านประเทศไทย แบบที่ไม่คิดฝันว่าจะมีโอกาสนี้ ดังนั้นมีหรือที่จะไม่คว้ามันเอาไว้ แม้ต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม แม้ดีลนี้จะเถียงจะด่ากันยังไงในหมู่สาวกแฟนคลับก็ไม่มีวันจบ หรือสงบใจได้ แต่ถ้าลองสมมติตัวเองเป็น"นายใหญ่"แล้ว ก็อาจทำแบบเดียวกัน และถึงแม้ตอนสุดท้ายร้ายที่สุดพรรคเพื่อไทยต้องพังทลาย ศรัทธาล่มสลาย ก็ถือซะว่าคนทำลายคือคนที่สร้างมันมากับมือ แล้วคิดหรือว่า "ตาดูดาว เท้าติดดิน ทักษิณ ชินวัตร" จะไม่รู้สึกอะไร อาจเป็นคนปวดร้าวที่สุด ไม่ต้องอื่นไกลทุกวันนี้อาจรู้สึกผิดในใจ และกำลังทำทุกอย่างด้วยหวังว่าประชาชนจะเข้าใจและเห็นใจ
อาการผิดปกติ ฝืนธรรมชาติ จ่อแหวกม่านประเพณีของพรรคเพื่อไทยเห็นร่องรอยชัด ช่วงฟอร์มรัฐบาลข้ามขั้ว สลัดมือจากน้องใหม่พรรคส้มย้ายไปเกลือกกลั้วมั่วกับฝั่งอนุรักษ์นิยม และตอนนี้คืออนุรักษ์นิยมนอกคอก พันธุ์ทาง ต้อนรับกันแบบเต็มกลืน ไม่อยากจะเช็คแฮนด์ แต่อยากให้เช็คเอาต์ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือเดินตามครรลองแน่นอน แต่เป็นพล็อตเรื่องที่ถูกกำหนดไว้แล้ว หมากกระดานนี้พรรคเพื่อไทยตัดสินใจเล่นด้วยความจำเป็น จำใจ หรืออะไรไม่แน่ชัด ตามเกมของกลุ่ม"อำนาจเก่า" หรือแก่นแกนอำนาจตัวจริงที่ยังเป็นเงาดำปกคลุมประเทศไทยและสืบสันดานกันตลอดมา ไม่เคยถอยห่างปล่อยวางเปิดทางประชาชน นั่นเป็นคำตอบว่าประชาธิปไตยไทยชาตินี้ยันชาติหน้าเวลาบ่าย ไม่มีวันสมประกอบ เต็มใบ เป็นแค่ประชาธิปไตยจอมปลอม ซ่อนพิษ หรืออย่างมากก็ได้มาเพียงเศษเสี้ยว เมื่อใดที่ประชาชนเริ่มเติบใหญ่ เสียงเริ่มดัง เมื่อนั้นตีนตะขาบรถถังจะขยับเขยื้อน
นี่คือเงื่อนไขเหตุผลแห่งความล้มเหลวของนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ที่จัดอยู่ในระดับโคตรประชานิยมตัวพ่อของต้นตำรับ"นายห้างตราดูไบห่อ" และอาจต่อเนื่องไปถึงนโยบายถัดๆไปในรูปแบบเดียวกัน ถ้ามองย้อนกลับไปในยุครัฐบาลไทยรักไทยหากควานหาเงินก้นคลังเหลือไม่พอ "นายใหญ่"ไม่รอช้ากู้มาแจกทันที บนความเชื่อมั่นตามแผนนโยบายที่วางเอาไว้ จะได้เงินหมุนคืนมาตีเป็นมูลค่าสูงกว่าที่ควักจ่ายไปตอนนี้ จะไม่มีทางเดินนโยบายอุ้ยอ้ายต้วมเตี้ยมแบบทุกวันนี้แน่ มันไม่ใช่ตัวตน แต่เมื่อมองความจริงสิ่งที่เป็นอยู่คือรัฐบาลโดนล็อกงบประมาณเอาไว้โดยระบบราชการ ใส่กุญแจอีกชั้นด้วยระเบียบวินัยการเงินการคลัง ตามวิถีชีวิตของราชการ เช้าชาม เย็นชาม ช้าแต่ชัวร์ ไม่เสี่ยง ไม่แลก ประเทศจะเดินช้าเหมือนเต่าป่วยก็ไม่สน คนอย่างพวกกูก็อยู่ได้เหมือนเดิม เดินไปเร็วๆต่างหากเสี่ยงกว่าสำหรับพวกกู แนวคิดช่างแตกต่างสวนทางสไตล์นายใหญ่สายเปย์ กล้าได้กล้าเสียตามวิถีนักธุรกิจ แถมยังใจใหญ่ใจถึง
สุดท้ายนโยบายที่หมายมั่นเป็นผลงานก็กลายเป็น"เสียของ" เพื่อไทยยังสร้างผลงานเรียกศรัทธากลับคืนมาไม่ได้เลย ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปจนหมดอายุขัยรัฐบาล ความล่มสลายของพรรคเพื่อไทยคือคำตอบสุดท้ายที่รออยู่ และนั่นหมายรวมไปถึงความย่อยยับของทุกคน ทุกพรรค ที่อยู่บนรัฐนาวาอนุรักษ์นิยมผสมพันธุ์ข้ามขั้วมั่วจนเละ อาจเป็นความสะใจของใครบางคน บางกลุ่ม ที่แม้จะลงเรือลำเดียวกันแล้วก็ยังคิดแผลงๆ เล่นพิเรนทร์เจาะรูให้รั่ว เพียงเพราะต้องการเห็นความวอดวายของศัตรูที่มาอยู่ใกล้ๆตรงหน้า แม้ตัวเองจะต้องฉิบหายส่อจมน้ำตายไปด้วยก็ช่างมันก่อน เอาไว้ค่อยคิดทีหลัง
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า จิตใจที่คับแคบเต็มไปด้วยอคติ ไม่แยกแยะยั้งคิดสิ่งใดควรทำก่อนหลัง ยังจะนำมาซึ่งความเสียหายแก่ตนเอง และผู้เป็นหุ้นส่วนร่วมทางอีกมากมาย ภาษาวัยรุ่นเขาเรียกสิ่งนี้ว่า ควายล้วนๆ ไม่มีวัวผสม
#ค้างคาวเขียว