โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้นโรงแรมรับมือ ขึ้นค่าแรง 400 บ. 4 จังหวัด

ทันหุ้น

อัพเดต 24 ธ.ค. 2567 เวลา 04.27 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2567 เวลา 04.27 น.

#หุ้นโรงแรม #ทันหุ้น - บทวิเคราะห์ โดย บล.เอเซียพลัส

มุมมองต่อการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ

วานนี้คณะกรรมการไตรภาคี มีมติปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ หลักๆ ขึ้นเป็น 400 บาทต่อวัน ใน 4 จังหวัด และ 1 อำเภอ ได้แก่ กูเก็ต (เดิม 370 บาท), ฉะเชิงเทรา (เดิม 350 บาท), ชลบุรี (เดิม 361 บาท), ระยอง (เดิม 361 บาท) และอำเภอเกาะสมุย สุราษฎร์ธานี (เดิม 345 บาท) ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขยับมาที่ 372 บาทต่อวัน (เดิม 362 บาท) ด้านจังหวัดอื่นๆ เพิ่มเฉลี่ย 3% จากของเดิม มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 68โดยรวมฝ่ายวิจัยประเมินการขึ้นค่าแรงทั้งประเทศเฉลี่ยรอบนี้อยู่ที่ราว 3% จากเดิม

ความเห็นฝ่ายวิจัย: มองกลางต่อกลุ่มฯ เหตุเพราะตั้งแต่ 13 เม.ย. 67 ในส่วนของธุรกิจโรงแรมได้มีการปรับขึ้นค่าแรงในเมืองท่องเที่ยว 10 จังหวัด (เฉพาะโรงแรม 4 ดาวขึ้นไป) มาที่ 400 บาทต่อวันแล้ว (LINK https://www.asiaplus.co.th/asps/research_file.php?id=73972&file=1) ขณะที่ธุรกิจร้านอาหาร (CENTEL และ MINT) แม้รอบก่อนยังไม่ได้ปรับขึ้น แต่ค่าแรงที่ขึ้นเฉลี่ยราว 3% จากเดิม (น้อยกว่าที่กระแสข่าวก่อนหน้า จะขึ้นไปที่ 400 บาทต่อคนทุกจังหวัด) มองว่าเป็นระดับที่บริหารจัดการได้ เนื่องจากในบางพื้นที่มีการจ่ายค่าแรงสูงกว่าขั้นต่ำ ประกอบกับการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นการปรับเพิ่มทั้งระบบ จึงประเมินเห็นการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย ในลำดับถัดไป โดยคาดธุรกิจโรงแรมจะส่งผ่านต้นทุนไปยังค่าห้องพัก (ADR) ได้เร็วกว่าธุรกิจร้านอาหารที่อิงกับกำลังซื้อในประเทศเป็นหลัก

ทั้งนี้ หากพิจารณาเป็นรายบริษัท อย่าง ERW ในส่วนของ Hop Inn ไทย แม้ยังไม่ได้ขึ้นในรอบก่อน แต่เนื่องจากสัดส่วนรายได้จาก Hop Inn อยู่ที่ราว 12% ของรายได้ และมีการใช้พนักงานต่อแห่งไม่สูง ส่วนโรงแรมใหญ่อื่นๆ ที่ยังไม่ได้รวมในการปรับขึ้นรอบก่อน เหลืออีกไม่กี่แห่ง จึงประเมินผลกระทบจำกัด

ด้าน CENTEL (สัดส่วนกำไร ธุรกิจโรงแรม : ร้านอาหาร งวด 9 เดือน 2567 อยู่ที่ 63% : 37%) ภายใต้มุมมองต่ออัตราการขึ้นค่าแรงตามที่กล่าวข้างต้น มองกระทบจำกัด สะท้อนจาก เงินเดือนค่าแรงรวม 2 ธุรกิจ ปี 2566ที่ 3.6 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 18%ของ OPEX หากกำหนดสมมติฐานให้ส่วนนี้ขึ้น 3% จากสมมติฐานจะคิดเป็น OPEX ราว 0.5% ในอีกแง่มุมธุรกิจร้านอาหารอาจได้ประโยชน์จากกำลังซื้อในประเทศที่ดีขึ้นเข้ามาชดเชยขณะที่ AOT ส่วนใหญ่ไม่ได้อิงกับค่าแรงขั้นต่ำ (มีบางส่วนเฉพาะ Outsource ที่อาจได้รับผลกระทบ) และ MINT สัดส่วนรายได้กว่า 50% มาจากโรงแรมใน EU จึงกระทบต่ำกว่าหุ้นโรงแรมอื่น

คำแนะนำการลงทุน : ราคาหุ้นในกลุ่มโรงแรม ทั้ง CENTEL (-24% YTD), ERW (-31.8% YTD) และ MINT (-12.7% YTD) เทียบ SET Index ติดลบ 2% YTD สวนทางกำไรปีนี้และแนวโน้มปีหน้าขยายตัว น่าจะซึมซับปัจจัยด้านค่าแรง รวมถึงปัจจัยลบอื่นๆ ที่เคยกล่าวก่อนหน้าพอควร โดยรวมคงประมาณการและคำแนะนำหุ้นในกลุ่มฯ ตามเดิม ทั้ง AOT(Outperform : FV@B69), CENTEL(Outperform :FV@B48), MINT(Outperform : FV@B37) ด้าน ERW (Neutral: FV@B4.50) ราคาหุ้นปรับฐานมาพอควร เชิง Upside และ Valuation เริ่มน่าสนใจ

ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/

TELEGRAM คลิกhttps://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

Instagram คลิก https://instagram.com/thunhoon.news?/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...