โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เหล้าสีในประเทศโตยาก ไทยเบฟ ปั้น “PRAKAAN” แข่งตลาด “ซิงเกิ้ลมอลต์วิสกี้” โลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ธ.ค. 2567 เวลา 13.39 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2567 เวลา 06.39 น.

พอร์ตเหล้าสีในประเทศเริ่มอั้นหลังกว้านมาร์เก็ตแชร์ 95% "ไทยเบฟ" เปิดแบรนด์ใหม่ “PRAKAAN” (ปราการ) “ซิงเกิลมอลต์วิสกี้” แบรนด์แรกของไทย เติมพอร์ตสายธุรกิจสุราวางโพชิชั่นตลาดพรีเมียม เล็งเป้าส่งซีรีส์แรก “ตรีบูร” เปิดตลาด New World Whisky เจาะ 5 ต่างประเทศที่ดื่มวิสกี้มากที่สุดในโลก

“วิสกี้” หนึ่งในเซกเมนต์เครื่องดื่มแอลกอฮออล์ที่นับว่ามีความน่าสนใจอย่างมากจากมูลค่าการตลาดปัจจุบันสูงถึง 11,430 ล้านบาทและมีแนวโน้มจะเติบโตมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่น่าสนใจคือ วิสกี้ ที่จำหน่ายในประเทสไทยเป็น วิสกี้ ที่นำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด

ขณะเดียวกันในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาตลาด “เบียร์” มีอัตราการเติบโตที่สูงมาก แน่นอนว่ากระทบกับตลาดสุราในประเทศโดยตรงทำให้การเติบโตไม่เร็วนัก ประกอบกับผู้บริโภคมีความเป็นพรีเมี่ยมไมเซชั่นมากขึ้น“ไทยเบฟ” จึงต้องหันมาวางกลยุทธ์ที่จะไปต่อของพอร์ตธุรกิจสุรา เนื่องจากไทยเบฟมี portfolio สุราที่ขายกลุ่มผู้บริโภคในประเทศในมือเยอะหลายแบรนด์และครองมาร์เก็ตแชร์กว่า 95%

โดยขยายพอร์ตเหล้าสีในกลุ่มพรีเมียมเพื่อส่งออกไปขายให้คนต่างชาติ ภายใต้แบรนด์ใหม่ PRAKAAN (ปราการ) ซิงเกิลมอลต์วิสกี้ระดับพรีเมียมแบรนด์แรกของประเทศไทย เริ่มวางจำหน่าย PRAKAAN ซีรีส์ “ตรีบูร” ประกอบด้วยPRAKAAN SELECT CASK (ปราการ ซีเล็คท์ คาสก์) ที่มีกระบวนการเก็บบ่มในถังอเมริกันโอ๊กเอ๊กซ์เบอร์เบิ้น, PRAKAAN PEATED MALT (ปราการ พีตเท็ด มอลต์) ใช้ข้าวมอลต์บาร์เลย์คุณภาพดีผ่านกระบวนการรมควันจากถ่านพีต และ PRAKAAN DOUBLE CASK (ปราการ ดับเบิ้ล คาสก์) ที่มีกระบวนการเก็บบ่มพิเศษ 2 ขั้นตอนในถังอเมริกันโอ๊กเอ๊กซ์เบอร์เบิ้น และสแปนิชโอ๊กเอ๊กซ์เชอร์รี่

โดยทั้งสามรุ่นจัดจำหน่ายในขนาด 70cl และ ราคา 2,250 บาท 2,500 บาท และ 2,850 บาท ตามลำดับ เน้นจับตลาดกลุ่มผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์ที่พร้อมเปิดกว้างรับประสบการณ์ใหม่ๆ และชื่นชอบการบริโภคเครื่องดื่มประเภท New World Whisky ผ่านช่องทางจำหน่ายทั้งในส่วนของ Supermarket Premium และ on Trade ทั้ง Horeca Channel เช่นโรงแรม Cocktail Bar, Whisky bar รวมถึง Restaurant Selected

ทั้งนี้ ประภากร ทองเทพไพโรจน์ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มธุรกิจสุรา บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) หัวเรือใหญ่ของโพรเจกต์ กล่าวถึงเป้าหมายใหญ่ของ “ปราการ ซิงเกิลมอลต์วิสกี้” ว่า

“ปราการเป็นการพิสูจน์ความสามารถของคนไทยที่จะทำ ซิงเกิลมอลต์วิสกี้ เพื่อไปแข่งขันในตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นโรงงานที่มีความชำนาญในการผลิต การกลั่น การคัดสรรวัตถุดิบ ทั้งหมดนี้ทำให้เราเชื่อว่าเราจะเป็น “พรีเมี่ยมซิงเกิ้ลมอลล์” แบรนด์แรกของไทยในระดับโลกได้”

อย่างไรก็ดีเมื่อย้อนมาดูตลาดวิสกี้ในเมืองไทยพบว่าแม้จะมีมูลค่าตลาดรวมกว่า“หมื่นล้าน” แต่ปัจจุบันตลาดเริ่มทรงตัว โดยมีผู้บริโภคสุราพรีเมียมอายุ 25 - 45 ปี ซึ่งโดยส่วนใหญ่นักดื่มวิสกี้จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันคือมองหาสิ่งที่ “ลึก” และมี“Passion” เกี่ยวกับตัวและสามารถแชร์เรื่องราวสตอรี่นี้กับคนอื่นๆได้ ขณะที่นักดื่ม New World Whisky เป็นคนที่ไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ เป็นคนขับเคลื่อนตลาด ซึ่งจากเทรนด์ที่ผู้บริโภคหันมาดื่มของที่ดีขึ้นจะเป็นโอกาสที่ทำให้ “ปราการ” มีช่องในการเติบโต

ทั้งนี้ปราการวางเป้าหมายระยะยาว 5 ปีในการเจาะตลาดทั้งคนไทยและต่างประเทศในสัดส่วน 50:50 และและวางเป้ายอดขายปี 2572 ไว้ที่ 20,000 ลัง ซึ่งในปีนี้นอกจากวางจำหน่ายใน King power เพื่อเริ่มเปิดตลาดต่างประเทศจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในไทยก่อน แล้วยังเริ่มส่งออกไป “ญี่ปุ่น” เป็นประเทศแรก

สำหรับกลยุทธ์ขยายตลาดประเทศนั้นในระยะสั้น ปราการ จะปูพรมทั้งในส่วนของ Distribution และ Distribulity หรือการมองเห็นสำหรับผู้บริโภคใน Shop และใน Liquor store ซึ่งถือว่าเป็น Destination ของนักดื่ม ควบคู่ไปกับกับทำ E-Commerce

“เป้าหมายของเราคือต้องการให้คนดื่มวิสกี้ทั่วโลกรู้จัก ยอมรับและยกย่องว่ามี “วิสกี้” ที่ผลิตจากเมืองไทยแล้วรสชาติดี”

นอกจากนี้ในปี 2568 ตลาดวิสกี้ในไทยมีแนวโน้มดีขึ้นจากสภาพเศรษฐกิจที่คงไม่แย่ไปกว่านี้ บวกกับความหวังที่รัฐบาลอาจมีกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น และปัจจัยบวกที่สำคัญคือการท่องเที่ยวที่น่าจะดีขึ้นจากการที่นักท่องเที่ยวจีน อินเดีย และเอเชียเข้ามาเมืองไทยมาก

อย่างไรก็ตามในปี 2568 ตลาดวิสกี้หรือตลาดสุรายังมีความท้าทายที่รออยู่คือ ไม่ใช่แค่การแข่งขันกันเองในอุตสาหกรรมอีกต่อไป เพราะทั้งตลาดเบียร์และสุรา กำลังหันไปจับกลุ่มนักดื่มหน้าใหม่เหมือนกันทั้งหมด ดังนั้นตัวแปรสำคัญในปี 2568 คือ เทรนด์ผู้บริโภคว่าจะไหลไปทิศทางไหนและขึ้นอยู่กับแนวทางการตลาดของแต่ละแบรนด์ว่าจะสามารถแย่งผู้บริโภคหน้าใหม่เหล่านี้อย่างไร

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...