โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลื่นแรงซัดเรือล่ม-บ้านพัง หนักสุดในรอบ 10 ปี

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 19 ก.ย 2567 เวลา 12.44 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2567 เวลา 05.11 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ตรัง 19 ก.ย. – ชาวเกาะลิบงอ่วม พายุคลื่นลมแรง ทำเรือประมงพื้นบ้านล่ม 7 ลำ รีสอร์ต-บ้านเรือนประชาชน พังเสียหายหลายหลัง หนักสุดในรอบ 10 ปี

ช่วงเย็นวานนี้ (18 ก.ย.) ในพื้นที่หมู่ที่ 5 บ้านหลังเขา ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง หลังเกิดฝนตกหนักและมีคลื่นสูง 2-3 เมตร พัดถล่มเข้าหาฝั่ง มีเรือประมงพื้นบ้านล่มจำนวน 7 ลำ โดยผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านได้ช่วยกันกู้ซากเรือที่จมอยู่ในทะเลขึ้นมาบนฝั่ง ขณะเดียวกันจากฝนและลมพายุที่พัดกระหน่ำ ทำให้รีสอร์ทและบ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหายกว่า 15 หลังคาเรือน บางหลังถูกซัดพังเสียหายทั้งหลัง ได้รับผลกระทบ 50-60 คน

เช่นเดียวกับที่บ้านมดตะนอย หมู่ 3 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง นายณัฐวัฒน์ ทะเลลึก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 และผู้นำชุมชน นำชาวบ้านออกสำรวจความเสียหาย หลังคลื่นสูง 3-4 เมตร ซัดถล่มบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมทะเลเสียหายทั้งหมด 15 หลัง แบ่งเป็นพังเสียหายทั้งหลัง 8 หลัง และเสียหายบางส่วน 7 หลัง โดยมีเศษซากปรักหักพังกระจายทั่วพื้นที่ ข้าวของทรัพย์สินบางส่วนที่ขนย้ายไม่ทันลอยน้ำกระจัดกระจายอยู่ริมชายหาด ทำให้ชาวบ้านถึงกับน้ำตาตก ได้แต่ยืนมองดูตัวบ้าน ค่อย ๆ ถูกคลื่นซัดพังเสียหายไปต่อหน้าต่อตา

ส่วนบ้านที่พังบางส่วนและกำลังจะถูกคลื่นซัดจมหายลงไปในทะเล ทำเจ้าของบ้านอยู่กันอย่างหวาดผวา โดยได้ขนย้ายคนแก่และเด็กไปอยู่บ้านญาติ และช่วยกันเก็บ ถอดโครงสร้างบ้าน เช่น กระเบื้องหลังคา ไม้โครงสร้าง ประตู หน้าต่าง เพื่อเก็บไว้ใช้ต่อในอนาคต ขณะเดียวกันตลอดชายหาด ต้นไม้ เช่น ต้นสน ต้นมะพร้าวขนาดใหญ่ล้มลงมาอีกหลายต้น ทาง อบต.เกาะลิบง ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เข้ามาช่วยเหลือเบื้องต้น และนำรถแบ็กโฮมาปรับพื้นที่ เอาต้นไม้ที่ล้มมาขวางป้องกันแรงคลื่นไว้ชั่วคราว

ด้านชาวบ้านบนเกาะลิบง บอกว่าอยู่อย่างหวาดผวา เพราะคลื่นซัดถึงใต้ถุนบ้านนานกว่า 2 ชั่วโมง ต้องรอจนกว่าน้ำจะลด จึงจะเข้านอนได้ ครั้งนี้หนักสุดในรอบกว่า 10 ปี วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือ หลังเคยร้องขอทำพนังกั้นน้ำไปหลายปีแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้า.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...