โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

KTC วิ่งต่อ 1% ลุ้นกำไรปีนี้ “นิวไฮ” รับพอร์ตสินเชื่อ-ยอดใช้บัตรเครดิตขยายตัว

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 พ.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ณ เวลา 10:59 น. อยู่ที่ระดับ 29.25 บาท บวก 0.25 บาท หรือ 0.86% สูงสุดที่ระดับ 29.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 29.00 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 321.91 ล้านบาท

นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ KTC เปิดเผยว่า ยังคงเป้าหมายผลกำไรสุทธิปี 2569 จะเติบโตสูงกว่าปี 2568 ซึ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ หรือ “นิวไฮ” ไว้ที่ 7,782 ล้านบาท หลังจากไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,171 ล้านบาท

“ไตรมาสแรก บริษัทฯ ยังสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ภาวะเศรษฐกิจมีความผันผวน โดยเฉพาะพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลที่เติบโตได้ดีกว่าเป้าหมาย สะท้อนความต้องการสินเชื่อของผู้บริโภคที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง” นางพิทยา กล่าว

ด้านการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรวมทั้งปี บริษัทตั้งเป้าไว้ที่ 1-2% ขณะที่ไตรมาส 1/2569 ขยายตัวแล้ว 0.7% ส่วนคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ โดยมีสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่ 1.93% และคาดว่าจะควบคุมทั้งปีให้อยู่ต่ำกว่า 2% แม้เพิ่มขึ้นจาก 1.79% ณ สิ้นปี 2568

ขณะที่ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโต 3.7% ในไตรมาสแรก สูงกว่าอุตสาหกรรมที่ขยายตัวเพียง 0.7% โดยทั้งปีตั้งเป้าเติบโต 5% ส่วนพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลขยายตัว 3.3% สูงกว่าเป้าหมายทั้งปีที่ 2% และสูงกว่าปลายปี 2568 เล็กน้อย สะท้อนแรงหนุนจากความต้องการสินเชื่อที่ยังมีต่อเนื่อง แม้ผู้บริโภคเริ่มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

ในด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้น KTC มีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ถือหุ้นใหญ่สุดที่ 49.29% โดยยังคงบทบาท Strategic Partner สำคัญ ทั้งด้านแหล่งเงินทุน การขยายฐานลูกค้า การตลาด และระบบชำระเงิน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของ Ecosystem ทางการเงินร่วมกัน

นโยบายผลตอบแทนผู้ถือหุ้น บริษัทเดินหน้าจ่ายเงินปันผลในอัตรา 55% ของกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และยืนยันว่าเป็นระดับที่เหมาะสมและสามารถดำเนินได้อย่างยั่งยืน ขณะที่แนวคิดการเพิ่มอัตราการจ่ายปันผล หรือ Dividend Payout Ratio ไปถึง 80% ยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และผ่านกระบวนการอนุมัติของคณะกรรมการและผู้ถือหุ้น รวมถึงยังไม่มีนโยบายจ่ายปันผลระหว่างกาลในปัจจุบัน แม้ว่าในอนาคตอาจมีความเป็นไปได้ แต่ยังไม่ใช่แผนดำเนินงานในช่วงเวลานี้

นางพิทยา กล่าวอีกว่า บริษัทยังคงมุ่งสร้างกำไรสูงสุดใหม่ต่อเนื่องทุกปี เพื่อสนับสนุนความสามารถในการจ่ายปันผลอย่างมั่นคงในระยะยาว

สำหรับธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปลายปี 2568 เริ่มเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้น แม้ยังมีสัดส่วนรายได้ไม่มาก และอยู่ระหว่างขอใบอนุญาตนายหน้าประกันภัยดิจิทัล คาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในครึ่งหลังของปี โดยบริษัทเร่งขยายช่องทางขายผ่านออนไลน์ ดิจิทัล และ Telemarketing พร้อมพัฒนาทักษะ Call Center ให้รองรับผลิตภัณฑ์ประกันได้มากขึ้น

ด้านการลงทุนระบบ บริษัทอยู่ระหว่างอัพเกรด Core Payment System โดยเลื่อนการเปิดใช้งานไปเป็นต้นไตรมาส 3/2569 เพื่อให้การย้ายระบบมีความราบรื่น โดยระบบใหม่จะช่วยเพิ่มความเร็วในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รองรับ Cloud เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการข้อมูล ลดต้นทุน และนำ AI เข้ามาเสริมการทำงานขององค์กร

ภาพรวมการใช้จ่ายยังเติบโตแข็งแกร่ง โดยหมวดออนไลน์ และ Marketplace โตโดดเด่นทั้งจำนวนรายการ และมูลค่า ส่วนพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไป เช่น ค่าใช้จ่ายต่อบิลในหมวดร้านอาหารลดลง ขณะที่หมวดประกันเติบโตระดับเลขสองหลัก และการท่องเที่ยวเน้นเดินทางระยะใกล้มากขึ้นในภูมิภาคเอเชีย

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังตั้งเป้าขยายฐานสมาชิกใหม่ 200,000–250,000 ราย ผ่าน e-Application บนแอป KTC Mobile เพื่อเพิ่มความสะดวก ลดต้นทุน และเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z พร้อมคงเป้ายอดใช้จ่ายบัตรเครดิตทั้งปีเติบโตตามแผน 5% และมีเป้าภายในฝ่ายการตลาดสูงถึง 10%

สำหรับประเด็นการขายหนี้ให้บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท ภายใต้โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” บริษัทฯ ไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงิน เนื่องจากได้ตั้งสำรองรองรับไว้แล้วตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปีก่อนแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...