โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก “โยโชคุ” อาหารตะวันตกสไตล์ญี่ปุ่นเหล่านี้มีที่มาอย่างไร!?

conomi

อัพเดต 21 ธ.ค. 2566 เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2566 เวลา 00.00 น. • conomi.co

คนรักอาหารญี่ปุ่นต้องเคยได้ยินคำว่า โยโชคุ (洋食) อย่างแน่นอน หากแปลตรงตัวจะแปลว่าอาหารตะวันตก แต่ในปัจจุบันคำนี้มักหมายถึงอาหารตะวันตกที่นำมาดัดแปลงให้เป็นสไตล์ญี่ปุ่น อย่างเช่น ข้าวห่อไข่โอมุไรสุ แฮมเบิร์ก โคร็อกเกะ และอีกมากมายหลายเมนู แล้วอาหารประเภทนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร มาดูเรื่องราวที่น่าสนใจของโยโชคุและร้านอาหารตะวันตกร้านแรกในญี่ปุ่นกันค่ะ!

อาหารตะวันตกถูกนำเข้ามาครั้งแรกในญี่ปุ่นเมื่อไร ?

この投稿をInstagramで見る

草野仁事務所 Kusano Hitoshi Office(@hbkoffice)がシェアした投稿

หากเรามองอาหารตะวันตกในความหมายกว้าง ๆ ก็อาจกล่าวได้ว่าเริ่มต้นจาก อาหารประเภทนัมบัง ที่นำมาเข้าโดยชาวโปรตุเกสและสเปนที่เดินทางมาญี่ปุ่นในสมัยที่โอดะ โนบุนางะยังมีบทบาทอยู่ กระทั่งต่อมาก็มีร้านอาหารตะวันตกเกิดขึ้นในช่วงปลายสมัยเอโดะ ปี 1863 โดยทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเมื่อ คุซาโนะ โจคิจิ คนล้างจานของบริษัทการค้าฮอลันดาในเมืองเดจิมะ จังหวัดนางาซากิ ได้เรียนรู้การทำอาหารตะวันตกจนได้เปิดร้านอาหารในเมืองนางาซากิชื่อว่า เรียวรินเท (良林亭)

ร้านอาหารตะวันตก “เรียวรินเท”

この投稿をInstagramで見る

安孫子 一志(@kazushi.abiko)がシェアした投稿

เรียวรินเท (良林亭) ร้านนี้มีเรื่องราวน่าสนใจมากมาย อย่างแรกคือขนาดของร้าน เป็นร้านอาหารขนาดเล็กมากที่มีพื้นที่เพียง 6 เสื่อทาตามิหรือประมาณ 3.3 ตารางเมตร อนุญาตให้นั่งได้ไม่เกิน 6 คน และต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น แต่ในยุคที่ไม่มีโทรศัพท์ ลูกค้าจะต้องมาจองที่ร้านด้วยตนเอง

สิ่งที่ชวนอึ้งก็คือราคาอาหารที่เมื่อเทียบเป็นค่าเงินปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 13,000 เยน! กล่าวได้ว่าเรทไม่ต่างจากร้านอาหารฝรั่งเศสระดับไฮเอนด์เลย แต่แม้จะจองยากและราคาแพงแบบนั้นก็ยังมีลูกค้ามาใช้บริการอย่างไม่ขาดสายทุกวัน โดยส่วนมากจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในสำนักงานผู้พิพากษานางาซากิ รวมถึงมักใช้เพื่อต้อนรับชาวต่างชาติ ซึ่งหลังจากนั้น ทางร้านก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น จิยูเท (自遊亭) และเปลี่ยนคันจิตัวกลางอีกครั้งเป็น จิยูเท (自由亭) โดยเปิดให้บริการจนถึงปี 1887 (ปีเมจิที่ 20)

この投稿をInstagramで見る

耘瑄 ゆか♡(@lovelyashley1017)がシェアした投稿

ปัจจุบันร้านได้ย้ายไปที่ Glover Garden เป็นร้านใหม่ในชื่อ Jiyu-tei Cafe and Teahouse ตัวร้านสร้างเป็นอาคารสถาปัตยกรรมตะวันตกเก่าแก่สุดคลาสสิคที่เป็นทั้งร้านกาแฟและคาเฟ่ หากได้ไปเที่ยวนางาซากิอย่าลืมแวะไปนั่งทานอาหารและขนมอร่อย ๆ กันนะคะ

การแพร่หลายของอาหารตะวันตกในญี่ปุ่น

โยโชคุ

เมื่อญี่ปุ่นเข้าสู่สมัยเมจิ ก็มีคนนำอาหารตะวันตกแบบต้นตำรับเข้ามาสู่ญี่ปุ่นมากขึ้น ทั้งพ่อครัวประจำบ้านของนักการเมืองต่างชาติและพ่อครัวบนเรือต่างชาติ ทำให้จากอาหารที่เคยสงวนไว้กับคนเฉพาะกลุ่มเริ่มแพร่กระจายมาสู่ประชาชนทั่วไป กระทั่งในปี 1871-1873 มีร้านอาหารตะวันตกเปิดดำเนินการในโตเกียวมากมาย เช่น เซโยเคน (精養軒) ปัจจุบันคือ อุเอโนะเซโยเคน (上野精養軒), นิชชินเท (日清亭), ไคโยเท (海陽亭) เป็นต้น

อาหารตะวันตกค่อย ๆ กลายเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวญี่ปุ่นและถูกเรียกว่า “โยโชคุ” ซึ่งตรงข้ามกับคำว่า “วาโชคุ” ที่หมายถึงอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง แต่อาหารตะวันตกในสมัยเมจิก็ยังคงเป็นสิ่งที่เกินเอื้อมสำหรับคนทั่วไป

การดัดแปลงต้นตำหรับสู่ “โยโชคุ” อาหารตะวันตกสไตล์ญี่ปุ่น

โยโชคุ

ในสมัยเมจิ การจะหาวัตถุดิบทั้งหมดสำหรับอาหารตะวันตกเป็นเรื่องยากจึงมักใช้วัตถุดิบอื่นทดแทนเป็นส่วนใหญ่ แต่ในเวลาเดียวกัน เหล่าพ่อครัวก็ได้ดัดแปลงอาหารตะวันตกเพื่อให้เหมาะกับรสนิยมของชาวญี่ปุ่น โดยการสร้างสรรค์อาหารตะวันตกสไตล์ญี่ปุ่นขึ้นมา เช่น พอร์คคัทเล็ต (Pork Cutlet) ข้าวแกงกะหรี่ โคร็อกเกะ หอยนางรมทอด กุ้งทอด ข้าวห่อไข่โอมุไรสุ

ต่อมาเมนูพอร์คคัทเล็ตก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นทงคัตสึ และในสมัยไทโช ข้าวแกงกะหรี่ โคร็อกเกะ และข้าวทงคัตสึ ก็กลายเป็นอาหารตะวันตกสามเมนูหลักที่ได้รับความนิยมที่สุด ทำให้ตั้งแต่ปลายสมัยเมจิจนถึงสมัยไทโช ร้านอาหารตะวันตกที่เสิร์ฟเมนูเหล่านี้ก็ผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ จนเรียกได้ว่าอาหารตะวันตกได้หยั่งรากในญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

ตัวอย่างอาหารโยโชคุ

1. ข้าวห่อไข่โอมุไรสุ

ข้าวห่อไข่

โอมุไรสุหรือข้าวห่อไข่ เป็นที่นิยมมากในหมู่เด็ก ๆ ทำโดยการนำข้าวไปผัดกับซอสมะเขือเทศแล้วห่อด้วยไข่ ชื่อนี้เป็นการผสมคำว่า Omelette ในภาษาฝรั่งเศสและคำว่า Rice ในภาษาอังกฤษ ดัดแปลงได้หลากหลาย มีทั้งราดซอสมะเขือเทศ บราวน์ซอส และนอกจากการห่อไข่เป็นชั้นบาง ๆ แล้วยังมีแบบที่วางไข่ไว้บนข้าว เมื่อใช้มีดผ่ากลางไข่ลาวานุ่ม ๆ จะไหลเยิ้มออกมา

2.แฮมเบิร์ก

แฮมเบิร์ก

อาหารประเภทเนื้อที่ถือเป็นตัวแทนของโยโชคุ ว่ากันว่ามีต้นกำเนิดมาจากสเต็กทาร์ทาร์ซึ่งเป็นที่นิยมในเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมัน แต่ไม่มีบันทึกอย่างเป็นทางการว่าเข้ามาในญี่ปุ่นเมื่อใดหรืออย่างไร ส่วนผสมได้แก่ เนื้อบด เกล็ดขนมปัง หัวหอมสับผัด ไข่ เกลือ และพริกไทย นวดผสมให้เข้ากัน จากนั้นปั้นเป็นวงรีแล้วนำไปย่าง มีซอสหลายแบบ ทั้งซอสที่ใช้ซอสมะเขือเทศผสมซอสวูสเตอร์ ซอสสไตล์ญี่ปุ่นที่ใช้หัวไชเท้าขูดผสมโชยุ และแบบที่ใส่เต้าหู้ลงไปนวดพร้อมกัน

3. ข้าวแกงกะหรี่

ข้าวแกงกะหรี่

แกงกะหรี่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ในญี่ปุ่นเรียกกันว่าคาเรไรสุ (ข้าวแกงกะหรี่) ว่ากันว่าได้รับการเผยแพร่ผ่านทางประเทศอังกฤษในช่วงสมัยเมจิ วิธีการทำโดยทั่วไปคือนำเนื้อไปผัดกับผัก ใสน้ำแล้วใส่ผงหรือก้อนแกงกะหรี่ลงไป ต้มจนเข้าเนื้อและนำมาราดข้าว เป็นเมนูโยโชคุพื้น ๆ ที่สามารถหาทานได้ทั่วไปในญี่ปุ่น

4.โคร็อกเกะ

โคร็อกเกะ

อาหารประเภทของทอดซึ่งได้รับการเผยแพร่มาทางยุโรปและอเมริกา แล้วดัดแปลงให้เป็นโยโชคุสไตล์ญี่ปุ่น ทำโดยการนำเนื้อสัตว์หรืออาหารทะเลไปผัดให้สุก ปรุงรส แล้วนำไปผสมกับมันฝรั่งบดให้เข้ากัน จากนั้นจึงชุบแป้ง ไข่ และเกล็ดขนมปังแล้วนำไปทอด มีไส้หลายประเภท ที่นิยมมากคือโคร็อกเกะครีมปูราดไวท์ซอส

5.สปาเกตตีสไตล์ญี่ปุ่น

สปาเกตตี

อาหารประเภทพาสต้าซึ่งมีต้นกำเนิดในอิตาลี มีวิวัฒนาการและพัฒนาอย่างเป็นเอกลักษณ์ในญี่ปุ่นโดยเรียกว่า วาฟูพาสต้า (พาสต้าสไตล์ญี่ปุ่น) ส่วนใหญ่เน้นใช้วัตถุดิบเพื่อสุขภาพ เช่น ไข่ปลาทาราโกะ สาหร่าย เห็ด ต้นหอม เครื่องปรุงรสส่วนใหญ่เป็นเบสโชยุ สามารถทานได้อย่างสดชื่น

โยโชคุถูกพัฒนาจนกลายเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์ รูปร่างหน้าตาคล้ายอาหารตะวันตกแต่ก็มีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่น เป็นอาหารแสนอร่อยที่ถูกปากคนญี่ปุ่นรวมถึงคนไทย นอกจากอาหารที่ยกตัวอย่างมาแล้วยังมีอาหารประเภทโยโชคุอีกมากมายที่สามารถหาทานได้ตามร้านอาหารและคาเฟ่ทั่วไป แล้วทุกคนชอบโยโชคุเมนูไหนมากที่สุดคะ

สรุปเนื้อหาจาก cookdoor tsunagujapan.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...