โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

Zack Snyder ยัน! 'Rebel Moon' ทั้ง 2 ภาค จะมีฉบับ Director’s Cut แยกต่างหาก แถมติดเรต R ด้วย!

BT Beartai

อัพเดต 21 พ.ย. 2566 เวลา 02.09 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2566 เวลา 15.10 น.
Zack Snyder ยัน! 'Rebel Moon' ทั้ง 2 ภาค จะมีฉบับ Director’s Cut แยกต่างหาก แถมติดเรต R ด้วย!

https://assets.beartai.com/uploads/speaker/post-1331949.mp3?cb=1700532621.mp3

นอกจาก ‘Zack Snyder’s Justice League’ เวอร์ชัน Director’s Cut ของฉบับหนังฉายโรงแล้ว ดูเหมือนว่า ปีนี้ แซ็ก สไนเดอร์ (Zack Snyder) จะยังคงติดใจกับการทำหนังเวอร์ชันพิเศษ เพราะในหนังมหากาพย์ไซไฟผลงานล่าสุด ‘Rebel Moon’ ของ Netflix ที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ตอน ได้แก่ ‘Rebel Moon Part One: A Child of Fire’ ที่จะฉายในวันที่ 22 ธันวาคม และตอนที่ 2 ‘Rebel Moon Part Two: The Scargiver’ ที่จะฉายในวันที่ 19 เมษายน 2024 นั้นจะมีเวอร์ชัน Director’s Cut แยกออกมาจากฉบับปกติ และทั้ง 2 เวอร์ชันจะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ในการสัมภาษณ์ครั้งล่าสุดกับนิตยสาร Entertainment Weekly สไนเดอร์ได้ยืนยันชัดเจนว่า ‘Rebel Moon’ ฉบับ Director’s Cut นั้นจะไม่ใช่แค่เพิ่มฉากเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่จะมีการเพิ่มส่วนสำคัญของหนังที่แตกต่างออกไป และจะมีเนื้อหาเรต R ที่มีความรุนแรงกว่าเวอร์ชันปกติที่ได้เรต PG-13 ด้วย

และที่สำคัญคือ นี่เป็นแผนที่เขาวางเอาไว้ตั้งแต่แรกว่าจะมีการทำเวอร์ชันเรต R ออกมาด้วย และได้รับการอนุมัติจาก Netflix ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการผลิต ด้วยเพราะผู้กำกับและสตูดิโอตั้งใจที่จะนำเสนอแนวทางที่แตกต่างกันของ ‘Rebel Moon’ ทั้ง 2 เวอร์ชัน

Zack Snyder Rebel Moon Courtesy of Netflix © 2023
Zack Snyder Rebel Moon Courtesy of Netflix © 2023

โดยเฉพาะการนำเสนอเรื่องราวความเป็นหนังไซไฟเรต R ที่รุนแรงและหนักหน่วงกว่าปกติ ซึ่งไม่เคยมีในแฟรนไชส์หนังไซไฟกระแสหลัก แต่ถึงกระนั้นเขาก็ภูมิใจในเวอร์ชันปกติที่สามารถรับชมได้ทั่วไปด้วย “มันจะนานกว่านั้นถึง 1 ชั่วโมงเต็มครับ มันไม่ใช่แค่แตกต่างแค่เพียงเล็กน้อย หรือมากกว่านั้นขึ้นมาอีกนิดหน่อย แต่ในหนังมีเนื้อหาก้อนใหญ่ที่แตกต่างกันอยู่”

“ผมภูมิใจอย่างมากกับเวอร์ชัน PG-13 ที่เป็นเวอร์ชันที่เหมาะกับผู้ชมในวงกว้างขึ้น สิ่งที่ผมอยากจะพูดก็คือ (เวอร์ชันเรต R) นั้นเป็นการเพิ่มความรู้สึกยอดเยี่ยม เหนือกาลเวลา ขยายขอบเขตเรื่องราวที่สะใจยิ่งกว่าเดิม สิ่งที่เราทำในเวอร์ชันนั้นจะสนุกแบบวินาศสันตะโรมาก เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยมีหนังไซไฟเรต R ในสเกลนี้มาก่อนเลย”

นอกจาก ‘Zack Snyder’s Justice League’ สไนเดอร์เป็นผู้กำกับที่มีหนังเวอร์ชัน Director’s Cut ออกมาให้ชมมากมาย ในการสัมภาษณ์กับ ComicBook.com สไนเดอร์ได้เล่าเบื้องหลังการทำ ‘Rebel Moon’ เรต R และความชื่นชอบส่วนตัวของเขาที่มีต่อหนังเวอร์ชัน Director’s Cut

“ตั้งแต่ผมทำ ‘Dawn of the Dead’ (2004) ผมก็ทำ Director’s Cut มาตลอด กับ ‘Watchmen’ (2009) ก็มี 2 เวอร์ชัน ซึ่งมันโคตรบ้าเลย ‘Batman v Superman: Dawn of Justice Ultimate Edition’ (2016) คือหนึ่งในเรื่องโปรดของผม รวมถึง ‘Justice League’ ด้วยเหมือนกัน”

“ผมคิดถึงเรื่องนี้กับ Netflix ไว้แล้วตอนที่เพิ่งทำ ‘Justice League’ เสร็จใหม่ ๆ มันเกิดขึ้นโดยที่ผมไม่ต้องพูดอะไรมาก ในการสนทนาครั้งแรกเกี่ยวกับแนวคิดนี้ กับ Netflix พวกเขาตอบกลับมาว่า ‘ถ้างั้นก็ทำให้มันเป็นส่วนหนึ่งของแผนไปเลยมั้ยล่ะ ?’ มันเลยเป็นอะไรที่ง่ายมาก”

Zack Snyder Rebel Moon Courtesy of Netflix © 2023
Zack Snyder Rebel Moon Courtesy of Netflix © 2023

“ประวัติศาสตร์หนังฉบับ Director’s Cut นั้นเป็นอะไรที่เจ๋งมาก ตอนสมัยผมเรียน ผมอยู่ในโรงหนังและมักจะคิดเสมอว่า มันคงเจ๋งมากนะถ้าจะมีหนังอีกเรื่องให้ค้นพบ สำหรับผม เมื่อคุณทำหนัง คุณจะมีเสียงมากมายในความคิดที่คอยบอกว่าจะเล่าอะไร การมี Director’s Cut เป็นเพียงทางออกเดียวที่ดีที่สุด”

“จากนั้นก็จะมีความคิดอื่นมาดึงความคิดคุณ แต่ผมก็จะจบมันลงตรงที่ ‘ถ้าจะมีโพรงกระต่ายที่น่าทึ่งให้เรามุดไปเจอได้จริง ๆ ได้เรียนรู้แง่มุมต่าง ๆ ของตัวละครให้มากขึ้นล่ะ มันจะออกมาเป็นยังไง ? ‘ สิ่งเหล่านั้นมักจะอยู่ตอนที่ผมคิดซีนหรือตอนเขียนบท ผมมักจะจบเนื้อเรื่องด้วยสิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้ผมรู้สึกว่า มันน่าจะเล่าเรื่องราวที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านี้ได้”

‘Rebel Moon’ เล่าถึงเรื่องราวของ คอรา (โซเฟีย บูเตลลา – Sofia Boutella) สาวแปลกหน้าลึกลับที่อาศัยอยู่ในอาณานิคมบริเวณสุดขอบจักรวาลอันเงียบสงบ เธอกลายเป็นความหวังเดียวในการตามหานักรบเพื่อป้องกันการรุกรานจากจอมเผด็จการเพื่อกอบกู้ความสงบสุขกลับมาอีกครั้ง ดั้งเดิมโปรเจกต์นี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในจักรวาล ‘Star Wars’ แต่ถูกระงับไปหลังจากที่ Disney เข้าซื้อกิจการ Lucasfilm สไนเดอร์จึงได้นำเรื่องราวนี้มาดัดแปลงในรูปแบบหนังไซไฟออริจินัลของเขาเองแทน

สไนเดอร์ได้ทิ้งท้ายถึงการที่ Netflix อนุมัติให้เขาทำหนัง ‘Rebel Moon’ 2 เวอร์ชัน ทั้งเรต PG-13 เรต R ออกมา ทำให้เขารู้สึกว่าได้ทำหนังที่ตรงกับวิสัยทัศน์ของเขาจริง ๆ โดยไม่ต้องถูกสตูดิโอคอยแทรกแซงเหมือนอย่างที่เขาเคยพบเจอมาในอดีต

“นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมสามารถทำหนังได้ออกมาตามที่ผมตั้งใจและวางแผนไว้ตั้งแต่แรกได้ ไม่ใช่หนังเวอร์ชันที่ผมต้องคอยงัดกับพวกเขาว่า ‘โอเค คุณไม่อยากได้สิ่งที่ผมทำใช่ไหม แต่อย่างน้อยคุณต้องเอาอันนี้ไปใส่ใน DVD ด้วยนะ'”

ที่มา: Entertainment Weekly, IndieWire

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...