โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ปปง.’ส่งสำนวนอัยการให้ยึดทรัพย์คดีฟอกเงิน 227 รายการ 122 ล้านบาท

แนวหน้า

เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2566 เวลา 17.00 น.

‘ปปง.’ส่งสำนวนให้อัยการ ยึดทรัพย์สินคดีเว็บพนัน-แอม ไซยาไนด์-ธุรกิจฟาร์มเห็ด และคดีอื่นๆรวม 15 รายคดี 227 รายการ มูลค่าทรัพย์สินกว่า 122 ล้านบาท

22 ธันวาคม 2566 นายวิทยา นีติธรรม ผู้อำนวยการกองกฎหมาย และโฆษกประจำสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน( ปปง.) กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 12/2566 เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2566 ให้สำนักงาน ปปง. ดำเนินการส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน และส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) นั้น

วันนี้นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ได้มอบหมายให้นายวิทยา นีติธรรม ผู้อำนวยการกองกฎหมาย และคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ปปง. เป็นผู้แทนในการส่งมอบสำนวนให้นายวิรุฬห์ ฉันท์ธนนันท์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณายื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สิน ตกเป็นของแผ่นดิน และส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) จำนวนรวม 15 รายคดี ณ สำนักงานอัยการคดีพิเศษ ถนนรัชดา โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็น ของแผ่นดิน จำนวน 10 รายคดี ทรัพย์สิน 147 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 57 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินเกี่ยวกับความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากร และความผิดเกี่ยวกับ การจัดให้มีการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีข้อมูลรายคดีสำคัญ ดังนี้ ความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มีการอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว รวมจำนวน 102 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 57 ล้านบาท

- รายคดีกลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ www.bk8th.com (นายกิติพรฯ กับพวก) เป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดฐานฟอกเงิน โดยคณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 76 รายการ (เงินในบัญชีเงินฝาก) พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 22 ล้านบาท

- รายคดีนายบรมฯ กับพวก เป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดฐานฟอกเงิน โดยสืบเนื่องจากการสืบสวนการกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ของนางสาวสรารัตน์ฯ หรือแอม ไซยาไนด์ ซึ่งมีข้อมูลการทำธุรกรรมทางการเงินกับกลุ่มบัญชีเงินฝากธนาคารที่ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์เว็บไซต์ www.etfm.org https://fun88thaime.com/fun88/ และhttps://www.fun881211.com เป็นต้น โดยคณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 26 รายการ (สินค้าแบรนด์เนม เครื่องประดับ นาฬิกาข้อมือ และยานพาหนะ) พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 15 ล้านบาท

2. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืน หรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) จำนวน 5 รายคดี ทรัพย์สิน 80 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 65 ล้านบาท ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน โดยมีข้อมูลรายคดีสำคัญ ดังนี้

2.1 รายคดี บริษัท ออสซี่ออยล์ จำกัด กับพวก เป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน โดยมีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจแฟรนไชส์น้ำมันเพื่อการเกษตร ธุรกิจแฟรนไชส์โครงการรถเก็บขยะพลังงานไฟฟ้า คลังน้ำมันชุมชน โรงงานไฟฟ้าชุมชนโซล่าเซลล์ โดยคณะกรรมการธุรกรรมเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่ง ให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย โดยดำเนินการกับทรัพย์สิน 39 รายการ มูลค่าประมาณ 32 ล้านบาท และดำเนินการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 400 ราย

2.2 รายคดี ห้างหุ้นส่วนจำกัด สถานีหลักสี่ กับพวก เป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนและความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กรณีการโฆษณาชักชวนให้ร่วมลงทุนธุรกิจฟาร์มเห็ด และในโครงการเกษตรต่าง ๆ ทำให้ประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก โดยคณะกรรมการธุรกรรมเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่ง ให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย โดยดำเนินการกับทรัพย์สิน 24 รายการ มูลค่าประมาณ 23 ล้านบาท และดำเนินการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 1,368 ราย

2.3 รายคดีนางสาวปภาสิภัคฯ กับพวก (สหกรณ์ออมทรัพย์ค่ายอิงคยุทธบริหาร จำกัด) เป็นความผิดเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดเกี่ยวกับการปลอมเอกสารสิทธิเป็นปกติธุระและความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ กรณีพฤติการณ์กระทำความผิดของเจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์ค่ายอิงคยุทธบริหาร จำกัด ถอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของสหกรณ์ฯ มีการปลอมลายมือชื่อสมาชิก ในการถอนเงินและได้ไปซึ่งเงินดังกล่าว และมีการแก้ไขงบทดรองในแต่ละเดือน โดยมีการกระทำการดังกล่าวจำนวนหลายครั้ง ทำให้สหกรณ์ฯ ได้รับความเสียหาย โดยคณะกรรมการธุรกรรมเห็นชอบให้ส่งเรื่อง ให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย โดยดำเนินการกับทรัพย์สิน 7 รายการ มูลค่าประมาณ 9 ล้านบาท และดำเนินการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 1 ราย (สหกรณ์ออมทรัพย์ค่ายอิงคยุทธบริหาร) /////-005

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...