โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ศาลตัดสินประหารชีวิต อดีต ตร.โหด ยิงเจ้าของโรงงานดับบนทางด่วน

อีจัน

อัพเดต 06 มิ.ย. 2567 เวลา 18.19 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2567 เวลา 10.25 น. • อีจัน

จากเหตุการณ์ตำรวจโหด บุกยิงนักธุรกิจเจ้าของโรงงานดับ บนทางด่วนฉลองรัช เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 66 ก่อนในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถติดตามจับกุม ร.ต.ท. ณรงค์วัส ทะชาดา รอง สว.(สอบสวน) สน.หัวหมาก ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ โดยมูลเหตุจูงใจนั้นผู้ก่อเหตุอ้างว่าขัดแย้งกันเรื่องหนี้สิน

อาชญากรรม

เค้นสอบ “ตำรวจโหด” ยิงเจ้าของโรงงานดับ บนทางด่วน ตอนเที่ยงคืน

30 ธันวาคม 256630 ธ.ค. 2023

ล่าสุดวันนี้ เพจเฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ได้รายงานว่า ที่ห้องพิจารณา 707 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีฆ่าผู้อื่นหมายเลขดำ อ.949/2567 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้อง นายหรืออดีต ร.ต.ท.ณรงค์วัส หรือนัท อายุ 26 ปี ชาวจ.นครปฐม อดีตรองสว.สอบสวน สน.หัวหมาก เป็นจำเลยในความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน , พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ คดีนี้มีญาติผู้ตายซึ่งเป็นผู้เสียหาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีรวม 3 คน

อัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดจำเลย สรุปว่า เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 66 เวลากลางคืน จำเลยได้ใช้อาวุธปืน ออโตเมติก ยิ่ห้อกล็อค(GLOCK) ขนาด 9 มม. หมายเลขประจำปืน BPCM 975 ทะเบียน 03/6400069 ยิงนายกฤษฎิ์ นักธุรกิจเจ้าของโรงงาน 7 นัดที่บริเวณศรีษะ และอวัยวะส่วนอื่น จนถึงแก่ความตาย แล้วหลบหนีไป ต่อมาพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลางได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา เลขที่ จ.4841/2566 ติดตามจับกุมจำเลยได้ที่ห้องพักรายวันแห่งหนึ่งย่านสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลางดำเนินคดี เหตุเกิดบริเวณทางด่วนฉลองรัช(ลาดพร้าว ขาออก) แขวง-เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ

โจทก์ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา33,91,288,289,371,376 ฯ

ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ ต่อมาในชั้นพิจารณาของศาล จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่า มีความขัดแย้งกับผู้ตายเรื่องหนี้สิน จากการทำธุรกิจร่วมกัน

จำเลยถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ศาลจึงให้สืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพ พิเคราะห์คำเบิกความ และพยานหลักฐานโจทก์ ประกอบคำรับสารภาพจำเลยแล้ว พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4),371, 376 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง

การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม เป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ประหารชีวิต ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 2 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 (2) ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน คงจำคุกตลอดชีวิต ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง ฯ คงจำคุก 1 ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้จำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) และให้จำเลยชำระเงินแก่โจทกก์ร่วมที่ 1 จำนวน 2,750,000 บาท ชำระเงินแก่โจทก์ร่วมที่ 2จำนวน 4,600,000 บาท ชำระเงินแก่โจทก์ร่วมที่ 3 จำนวน 6,040,000 บาท รวมจำนวนทั้งสิ้น13,390,000บาท ริบอาวุธปืนพร้อมซองกระสุนปืนของกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...