โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เสี่ยงมาก-เสี่ยงน้อยอยู่ที่ตัวคุณ! เลือกกองทุนรวมแบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง

SMART SME

อัพเดต 05 มิ.ย. 2567 เวลา 03.13 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2567 เวลา 04.31 น. • Smart SME

“การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน” ประโยคนี้ยังใช้เตือนใจได้เสมอ สำหรับผู้ที่อยากลงทุน ให้เงินทำงาน

แต่เราสามารถลดความเสี่ยงนั้นด้วยการศึกษาข้อมมูล สอบถามผู้รู้ ผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราจะลงทุน เช่นเดียวกับ “กองทุนรวม” ที่แม้ว่าจะมีผู้จัดการกองทุนคอยดูแล บริหารจัดการให้ แต่คนลงทุนก็ควรมีความรู้ไว้ประกอบการตัดสินใจ อย่าทำโดยไม่รู้เรื่องอะไร

แน่อนว่า “กองทุนรวม” มีความเสี่ยง 8 ระดับ ด้วยกัน

ระดับ 1 กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ: เงินฝาก ตราสารหนี้ ที่มีอายุเฉลี่ยไม่เกิน 3 เดือน
ระดับ 2 กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศผสมต่างประเทศ
ระดับ 3 กองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาล
ระดับ 4 กองทุนรวมตราสารหนี้
ระดับ 5 กองทุนรวมผสม: หุ้นและตราสารหนี้
ระดับ 6 กองทุนรวมตราสารทุน: ลงทุนในหุ้น
ระดับ 7 กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม: ลงทุนในหุ้นที่กระจุกอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน
ระดับ 8 กองทุนรวมสินทรัพย์ทางเลือก: เช่น น้ำมัน ทองคำ

เมื่อมาถึงตรงนี้ก็ต้องย้อนกลับมาถามตัวเองว่าสามารถรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหนก่อน และต้องคิดอยู่เสมอว่าลงทุนน้อยได้มากไม่มี เพราะทุกอย่างเป็นความเสี่ยง หากต้องการผลตอบแทนที่สูงก็ต้องเสี่ยงมาก เหล่านี้คือเรื่องธรรมดาที่อยู่คู่กับการลงทุน

ลงทุนกองทุนรวม

หากพิจารณาระดับความเสี่ยง กองทุนรวมที่อยู่ในระดับ 1-4 จะมีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ เพราะเงินที่นำไปลงทุนนั้นเป็นหน่วยงาน เช่น ภาครัฐฯ ที่มีความน่าเชื่อถือ มีความมั่นคง และมีความเสี่ยงน้อยมากที่จะผิดนัดชำระหนี้ตามเวลาที่กำหนดไว้ แต่ผลตอบแทนที่ได้นั้นอาจจะไม่สูงมากนัก ประมาณ 2-3% ต่อปี

อีกด้านหนึ่ง หากอยากได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นก็เป็นกองทุนรวมที่อยู่ในระดับ 5 ขึ้นไป โดยจะไปลงทุนในหุ้นของธุรกิจที่เจาะจง เฉพาะด้าน แน่นอนจะมีความผันผวนของตลาดตามสถานการณ์ทั้งปัจจัยภายใน และภายนอก เมื่อมีเรื่องเกิดขึ้น และกระทบกับธุรกิจนั้นโดยตรง ซึ่งผลตอบแทนจะอยู่ ประมาณ 5% ขึ้นไป ตามแต่ละการลงทุนของกองทุนรวมนั้นในตลาด

ที่สำคัญบางช่วงเวลาเงินที่ลงทุนไปนั้นอาจอยู่ในสภาวะติดลบ ซึ่งตรงนี้ผู้ลงทุนต้องประเมินรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าให้ได้ ดังนั้น เงินที่นำมาลงทุนในกองทุนรวมควรเป็น “เงินเย็น” ที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ทำอะไร และหากเงินลดลงจะไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...